
อุเทสิกเจดีย์ !
.........
" ปู่จะสร้างพระองค์ใหญ่ หน้าตัก 9เมตร "
คือคำกล่าวของ พระเดชพระคุณหลวงปู่ เสน ปัญญาธโร เจ้าอาวาสวัดราษฎรสงเคราะห์ (วัดป่าหนองแซง)
ศิษย์ผู้เป็นทายาทธรรมของ หลวงปู่ บัว สิริปุณโณ พระอริยสงฆ์สายวิปัสสนาธุระของพระอาจารย์ มั่น ภูริทัตโต
" อยากให้แม้วมาทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 6 ธันวานี้ "
ท่านแจ้งความประสงค์ให้ทราบในครั้งล่าสุดที่นำคณะศรัทธาขึ้นไปทอดกฐินที่วัดป่าอินทราราม และแวะเข้ากราบนมัสการท่านก่อนเดินทางกลับ
แรกฟังก็ไม่ได้มีอาการสะทกสะท้านอะไร เพราะเรื่องทำพิธีเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรสำหรับเรา
หากเมื่อกลับมาถึงบ้าน..ข่าวใหญ่ก็ผ่านมาทางคุณ ชูศรี วโรภาษ
" หลวงปู่เปลี่ยนใจแล้ว ท่านไม่เอาหน้าตักกว้าง 9 เมตร แต่จะสร้างพระใหญ่หน้าตักกว้าง 39 เมตร
ที่สำคัญกว่านั้นคือ...
" ท่านยืนยันว่า จะให้อาจารย์เป็นคนดูแลเรื่องการสร้างพระองค์ใหญ่ที่ว่า "
คำบอกเล่าไม่ยืดยาว..แต่ประสบการณ์บอกเล่ายาวเหยียด หนักหนาสาหัสทั้งงานและหางบประมาณกว่าร้อยล้าน
วันวานที่ยังหนุ่มแน่นงานสร้างวัดป่าชนะสงครามยังแทบแย่ วันนี้ที่เริ่มแก่ชราอย่างนี้..จะไหวหรือ ?
โดยเฉพาะกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ย่ำแย่อย่างที่ใครก็รู้ หากหลวงปู่ก็ยืนยันหนักแน่นมาที่คุณ ชูศรี
" แม้วทำได้ และต้องทำจึงจะสำเร็จ "
.......
นี่แหละที่เริ่มเป็นเรื่องอยู่ร้อนนอนทุกข์ของเรานับแต่วันนั้นมา !
.......
แม้ไม่มีความมั่นใจ..แต่เรื่องจิตรู้และความเข้าใจในจิตเจตนาของพระเดชพระคุณหลวงปู่นั้นเรากระจ่างใจ
เราสร้างพระเจดีย์บรรจุและประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาแล้วสององค์ พระเจดีย์เสมือนคู่แฝดเพราะเราเป็นคนออกแบบด้วยตัวเองตามเจตนารมณ์เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความเป็นมิตรเป็นพี่น้องและความสมัครสมานสามัคคีระหว่างญาติธรรม อันจะก่อเกิดผลแห่งความสำเร็จในทุกภารกิจสำคัญทั้งทางโลกและทางธรรมนั่นเอง
ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เป็นดำริของหลวงปู่นั้น เราเห็นชัดในตัวรู้ว่า...
ความจริงแล้ว องค์พระใหญ่ดังกล่าว..ก็มิได้แผกไปจากการสร้างพระเจดีย์เลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ต่างกันที่รูปลักษณะเท่านั้น..แน่นอนที่สุดบนยอดพระเกตุเมาลีย่อมใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอย่างมิต้องสงสัย และภายใต้ฐานองค์พระย่อมเป็นอาคารที่ประกอบด้วยห้องโถงต่างๆที่จะสามารถนำมาใช้สอยประโยชน์ในศาสนพิธีต่างๆได้แน่นอน
เจดีย์ = เจติยะ แปลตรงๆว่า เพราะควรก่อ เพราะวิจิตรแล้ว จึงตีความว่าควรกราบไหว้ , ควรบูชา
พระเจดีย์ในพระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ มีสี่ประการคือ 1.พระธาตุเจดีย์ คือที่บรรจุอัฐิธาตุถูรหบุคคลที่พึ่งกราบไหว้บูชาตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระสงฆ์ ตลอดจนพระบรมสารีริกธาตุแห่งพระพุทธเจ้านั่นแล 2.บริโภคเจดีย์ คือที่บรรจุเครื่องใช้สอยเช่นบาตรจีวร ฯลฯ แม้กระทั่งสังเวชนียสถานทั้งสี่ที่ประเทศอินเดียก็จัดเป็นบริโภคเจดีย์เช่นกัน 3.ธรรมเจดีย์ คงไม่ต้องอรรถาธิบายก็คงเข้าใจเพราะตรงตัวอยู่แล้ว..สุดท้ายคือ อุเทสิกเจดีย์ หรือ อุทิสสิกเจดีย์คือพระพุทธรูปที่เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระบรมศาสดาสำหรับการกราบไหว้บูชาโดยตรงนั่นเอง !
แต่เชื่อว่าหลวงปู่ที่ตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ครั้งนี้ ก็คือการสร้างพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่มีอานิสงค์มากโดยรวม พระบรมธาตุเจดีย์และอุเทสิกเจดีย์เข้าด้วยกันในคราเดียว เท่ากับสร้างหนึ่งได้สองสถานในด้านบารมีอย่างที่ท่านกล่าวกับคุณชูศรี ชัดเจนว่า..
" ปู่สร้างพระใหญ่ครั้งนี้เพื่อค้ำจุนแม้ว และชาวคณะโดยเฉพาะ "
........
ถึงตรงนี้คงไม่ต้องถามว่าจะเหนื่อยหนักหรือไม่ เพราะเชื่อว่าทุกคนย่อมรู้แก่ใจ
ที่ควรถามคือ ถามตนเอง.." ว่าเราพร้อมที่จะฝ่าฟันร่วมกันหรือไม่? "
ด้วยปณิธานที่เคยตั้งสัตย์.." เราจะเดินทางกลับบ้านร่วมกัน! "
.........
ฉะนั้น..เราจึงขอเชิญชวน มวลมิตร ศิษย์ และสหายทุกคน ไปร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของพระเดชพระคุณหลวงปู่ เสน ปัญญาธโร ร่วมกัน !
.........
เช่นเดิมครับ ติดต่อได้โดยตรงที่ คุณ ชูศรี 081-258-3495
สวัสดี และพบกันใหม่ครับ
........
ภูเตศวร
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com