
ชื่อนั้นสำคัญฉะนี้
พูดถึงชื่อที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของสารพัดอย่างในโลกแล้ว มันมีอะไรน่าคิดไม่น้อย บางชื่อมีที่มาน่าประทับใจ เช่น ชื่อของวัดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนนทบุรี รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้สร้างอุทิศพระราชทานพระชนกและพระชนนี ของกรมสมเด็จพระศรีสุลาไลย เพราะเหตุบ้านเดิมอยู่ที่นั่น
หรืออย่างที่สี่แยกคอกวัวในกรุงเทพฯ เรานั่นปะไรก็มีประวัติให้จดจำว่าที่นั่นเคยเป็นที่เลี้ยงวัวของแขกตานีมาก่อน จนกลายเป็นจุดบันดาลใจของมหามนตรี (ทรัพย์) สร้างตำนานรักระหว่างพ่อระเด่นลันไดอนาถา กับแม่เจ้าประคุณนางประแดะหูกลวงดวงสมร อันลือลั่นสะท้านบางกอกในยุคนั้น ไม่แพ้ท่านกบกับหม่อมลูกปลาเท่าไรนักหรอก
สถานที่บางแห่ง ตั้งชื่อตามเหตุการณ์สำคัญ ๆ เช่นอำเภอบางพลี อำเภอหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการนั้น ที่ได้ชื่อนี้เพราะสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงโปรดให้ขุดคลองสำโรงกับคลองทับนาง (พ.ศ.2041) เมื่อขุดไปตามที่กำหนดไว้ จนคลองทั้งสองมาบรรจบกัน ตรงที่คลองทั้งสองร่วมกันนี้ ขุดพบเทวรูปสัมฤทธิ์ถึง 2 องค์ มีอักษรจารึกชื่อว่า พญาแสนตากับมหาสังกร สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธีบวงสรวงพลีกรรมขึ้น ณ ที่นั้น
จะเห็นได้ชัดว่า คนไทยแยกวิถีชีวิตกับพิธีกรรมออกจากกันไม่เคยขาด ตราบใดที่เรายังเชื่อว่าบาปบุญคุณโทษเวรกรรมมีจริง เราก็ต้องเชื่อว่าโลกหน้ามี โอปปาติกะก็มี อะไรที่ทำแล้วเป็นมงคลกับตัวจึงยังคงมีอยู่เสมอ แม่เม้าขออย่างเดียวว่า หากตายไปอย่าได้เป็นเทวดาจีนหรือไทยเลย เพราะเครื่องบัดพลีสังเวยงานไหนงานนั้น ไม่พ้นหัวหมู ขนมต้มแดงต้มขาว ทองหยิบ ฝอยทอง ล้วนแล้วแต่คอเลสเตอรอลสูง ๆ ทั้งนั้น ขืนเหวยบ่อย ๆ ความดันล้นแย่ ที่แน่ ๆ น่าจะเหาะไม่ไหว แค่แบกน้ำหนักพิกัดแม่หมูนี่ก็แทบลงมือคลานแล้ว หากเลี่ยงไม่ได้จริง ก่อนตายคงต้องทำเมนูหางว่าวทิ้งเป็น ‘มะรึดก’ ไว้ให้ลูกหลานดูต่างหน้าซะหน่อย ใครที่คิดจะเป็นเทวดาหลังตายอย่างแม่เม้าบ้างช่วยบอกผ่านมา จะทำเมนูเผื่อ เอาชนิดรายการไม่ซ้ำตลอดปีต้องเป็นของแพง ๆ อร่อย ๆ ด้วยนะ มิฉะนั้นจะไม่เข้าฝันบอกเลขเด็ดให้ คิดอะไรมาก็มาก เพิ่งจะคิดแบบไอเดียกุดได้ก็คราวนี้แหละ
ชื่อบางชื่อยังคงอยู่ในคนรุ่นหลังชื่นชมไม่หาย โดยเฉพาะชื่อของเมืองนครนายก ซึ่งเดิมเรียกว่าบ้านนานั้น ชาวบ้านสมัยโบราณทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่ได้ข้าวไม่พอกินด้วยภูมิประเทศไม่อำนวย ส่วนใหญ่เป็นป่าดงเนินสูง พระเจ้าแผ่นดินสมัยนั้นโปรดให้ยกเว้นอากรค่านา เพราะเห็นว่าราษฎรเดือดร้อน เมื่อยกเว้นอากร ชาวบ้านพากันมาจับจองที่ทำกิน ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนมากขึ้น จนสามารถมีฐานะเป็นเมือง จึงเรียกว่าเมืองนายกและนครนายกในที่สุด
เราลองมานึกถึงชื่อคนนี่ก็อีก น่าสนใจหยอกเมื่อไหร่ แม่เม้าเคยคิดอยากสะกิดถามไอ้หนุ่มผมยาว หน้าตาดี มีป้ายติดชื่อ ‘บุญตอง’ ว่าทำไมจึงชื่อนี้ แต่ต้องยั้งใจกลัวเขาจะเปลี่ยนชื่อเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนเข้าให้
บางครั้งบางคราวแม่เม้านึกย้อนถึงชื่อตัวเองว่า ทำมั้ย...(แหม...ขออำไพเถอะ) ทำไมตูต้องชื่อเม้าด้วยวะ มหาแหมวผู้เป็นทั้งครูและน้อง (บ้านนี้นิยมระบบทูอินวันเจ้าค่ะ บางทีก็ควบทรีอินวัน คือแม่เม้ายกให้เป็นบิดาผู้เป็นใหญ่อีกตำแหน่ง) ก็เอื้อนเอ่ยบอระเพ็ดวาจาว่า “หน้าตาคุณนายดูเม้า...เม้าไง ถึงได้ชื่อเม้า” เอ๊ะ! ไอ้หน้าตาชนิดนี้มันอยู่ไฟลั่ม หรือแฟมิลี่ไหนหว่า
หลายครั้งหลายหนที่มีโอกาสไปทัศนศึกษากับคุณนายทม (นี่ก็อีกคน เดี๋ยวเป็น ‘จารย์ทม เดี๋ยวเป็นคุณนายทม ยังไม่เป็นอยู่อย่างคือคุณหญิงตาตั้งแหละ) หลังจากที่คุยเรื่องโน้นไปเรื่องนี้ ก็...นินทาคนขับ นินทาตัวเองจนหมดเรื่องคุย คราวนี้ก็พานหาเรื่องกับชื่อต่าง ๆ ที่ปรากฏสองข้างทางแทน
“ชั้นไม่มาอยู่หรอกบ้านนี้ ตั้งมาได้...บ้านหนองไหล มิรักษากันแย่เหรอนี่”
“นี่สิเด็ดกว่า...คุณนาย คลองควายแน่ะ คลองของควายรึว่าไม่มีน้ำมีแต่ควาย ?”
“นี่...แกรู้มั้ย” คราวนี้เธอหันมาปรารภกับท่านมหาผู้ทำหน้าที่สารถี “ถ้าชั้นกะไอ้เม้าเป็นเด็กอย่างตะก่อนน่ะนะแกเอ๊ย...ชั้นสองคนคงได้บอกให้หยุดรถ เอาสีสเปรย์พ่นป้ายเค้าวินาศหมดแหละ” แหม จะลากเราเข้าคุกท่าเดียว “แน่ะ...ชื่อสะพานนั่นน่าต่อเติม ตัดแต่งพยัญชนะให้พิลึก”
เราสองคนพี่น้องรีบหันขวับไปตามนิ้วที่คุณนายท่านชี้ ปรากฎตัวอักษรชื่อสะพานต้นเหตุว่า ‘สะพานพังพวย’ แม่เม้าน่ะคิดออกแล้วว่าสมควรที่จะลบและเติมตัวอะไร ถึงจะสะใจพระเดชพระคุณตัวเอง ว่าแต่ท่านผู้อ่านล่ะ คิดได้หรือยังเอ่ย?
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com