การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ภาษาพาชื่นบาน by แม่เม้า

2 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
4 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#444]

ภาษาพาชื่นบาน

 

          มนุษย์มีความพึงพอใจที่จะได้ยินได้ฟังแต่สิ่งที่ไพเราะ ก่อให้เกิดความชื่นบานหรรษา มากกว่าคำหยาบคายกักขฬะ ภาษาที่ไพเราะต้องคมคาย กินใจ และสร้างสรรค์ ถ้าสัมผัสคล้องจอง มีการเล่นคำ เล่นความได้อรรถรสจนสามารถถ่ายทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติได้ก็ยิ่งวิเศษ

          คนไทย เป็นชาติที่ใช้ภาษาได้ประณีต ไพเราะที่สุด มีลักษณะพิเศษทางภาษาไม่เหมือนใคร หากเรียบเรียงถ้อยคำอย่างสละสลวยมีศิลปะแล้วละก็ ภาษาจะสุนทรีย์มีความหมายลึกซึ้งเกินพรรณนา

          โดยเฉพาะการใช้คำให้สัมผัสคล้องจอง ตามวิสัยความเป็นชาติเจ้าบทเจ้ากลอนเพียงประการเดียวก็กินขาดแล้วล่ะค่ะ

          โวหารที่สร้างภาพพจน์ สร้างจินตนาการให้เด่นชัดโดยใช้การเปรียบเทียบ เปรียบเปรยแล้วละก็ คงไม่มีชาติใดทำได้สะใจเท่าคนไทยแน่นอน แค่ถูกค่อนว่า เวลาไปเหมือนไก่จะบิน เวลามาเหมือนห่าจะกิน เด็กรุ่นแม่เม้าต้องรีบลดฝีเท้าที่ย่ำถี่ ๆ ลงเป็นอาการย่องได้ทันควันทีเดียว จะชอบอะไรนอกหน้าไม่สำรวมกิริยา จะถูกเอ็ดด้วย ระริกระรี้ยังกะปลากระดี่ได้น้ำ หรือว่า ได้ยินผู้หญิงอาไร้ เสียงเท่าฟ้า หน้าเท่ากลอง แล้วคุณไม่รีบหุบปากที่อ้าสุดจักรวาลละก็ จะเข้าข่ายความผิดฐานดื้อด้านทันที

          ใครที่ตื่นตระหนก ตกประหม่ากับเรื่องเล็กน้อย คอยทำตัวเป็นพลเมืองไทยมุงก็จะถูกตำหนิว่า ข่าวช้างดู ข่าวหมูแล่น

          ไม่เพียงแต่ตำหนิ เปรียบเปรย หรือห้ามปรามเท่านั้น บางทีเราได้ประโยชน์ในเชิงตักเตือน อบรมสั่งสอนอยู่ไม่น้อย เช่น อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้ พอเห็นภาพว่าของเหม็นจะเปื้อนมือ เพราะใช้ไม้ขนาดสั้นมากทำความสะอาดหลังไปทุ่งขับถ่ายของเสียเสร็จ หากบอกแล้วไม่ฟังจะนั่งเหม็นมือตัวเองค่ะ

          ผู้นำของชาติ ท่านได้ประโยชน์จากภาษาอันสุนทรมาสร้างสรรค์สร้างคำขวัญในวาระโอกาสสำคัญ ๆ ให้เด็ก ๆ ท่องจำนำไปปฏิบัติ อาทิ คำขวัญวันเด็กที่ว่า เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ นั้น ลูกชายแม่เม้าเคยเอาไปแปลงสาร ส่งครูเป็นการบ้าน ในโอกาสวันแม่แห่งชาติว่า แม่ดีเป็นศรีแก่ชาติ แม่อุบาทว์ชาติล้าหลัง เป็นเหตุให้แม่เม้าได้รับใบนัดพบเป็นพิเศษจากครูประจำชั้นของลูกโดยด่วน เลยได้ตัวอย่างการบ้านของเพื่อนลูกมาให้ยั่วยิ้มด้วย บางชิ้นขึ้นต้นทำท่าว่าจะดีแล้วเชียว แต่ไปไม่รอดค่ะ แม่ดีเป็นศรีแก่ลูก แม่ท้องผูกลูกท้องเสีย ไหงเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะหนอ เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้าก็จริงอยู่แต่ที่แน่ ๆ ผู้ใหญ่ในวันนี้คือผีในวันหน้า ครับผม ก็จริงเนาะ ฟังดูก้าวร้าวแต่ใครเถียงได้ล่ะว่าไม่จริง

          นี่คือภาษาสร้างความบันเทิงใจ ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่เด็ก ๆ ยังพลอยซึมซับความเจ้าบทเจ้ากลอน ใช้คารมโต้ตอบแบบสวนควันปืนได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่มรดกทางวัฒนธรรมความคิดอย่างที่ว่า แล้ว เราจะเรียกว่ากระไรดี

          มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท ของสุนทรภู่ ก็มีมือดีทำตัวเป็นสุนทรพวง แปลงโฉมเป็นหนุ่มแร็พ ผู้ไม่รู้คุณค่าของเงินต่อว่าไปตลาดฟาดให้เหี้ยนเตียนกระเป๋า

          เด็กทำเพราะความคะนอง ผสมรูปแบบการใช้คำอันแสดงความทะเล้นให้เห็นขำ แต่ถ้าระดับกวีแล้วไซร้ ท่านถือว่าการล้อคำประพันธ์ของกวีโบราณด้วยการแต่งเลียนแบบนั้น เป็นวิธีบูชากวีกันกลาย ๆ อ่านแล้วได้ยิ้มแย้มอารมณ์ดี คลายเครียดได้ไม่เบา

          ขอยกตัวอย่างโคลงนิราศนรินทร์ โคลงโลกนิติ และกำศรวลศรีปราชญ์ ฉบับจริงกับฉบับเลียนล้อ ชื่อนิราศสรวมรอย ของ พ.ณ ประมวลมารค ให้คุณอ่านสักนิด ถ้าชอบใจเกิดอารมณ์ชื่นบานละก็ ทำได้มากกว่ายิ้มนะคะ

                  1.             อยุธยายศล่มแล้ว            ลอยสวรรค์ ลงฤๅ
                          สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร            เจิดหล้า
                          บุญเพรงพระหากสรร               ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
                          ยังอบายเบิกฟ้า                     ฝึกฟื้นใจเมือง
                 (นิราศนรินทร์)

                                     อโยธยายศเฟื่องฟ้า         ลอยสวรรค์
                          ยศอยุธยาพลัน                      พลัดม้วย
                          ยศแม่ซิแน่ฉัน                        ขอบอก ให้ฮา
                          บางกอกพอกยศด้วย                 แค่นั้นสรรเสริญ
                  (นิราศสรวมรอย)

                  2.             โฉมควรจักฝากฟ้า            ฤๅดิน ดีฤๅ
                          เกรงเทพไทธรณินทร์                 ลอบกล้ำ
                          ฝากลมเลื่อนโฉมบิน                 บนเล่า นาแม่
                          ลมจักชายชักช้ำ                      ชอกเนื้อเรียมสงวน
                  (นิราศนรินทร์)

                                     โฉมพ่อจักฝากร้าน           กาแฟ กระนั้นฤๅ
                          โฉมพ่อเกรงเมาแอ๋                   ที่ร้าน
                          โฉมพ่อลั่นกุญแจ                     ดีกว่า กระมังนา
                          โฉมพ่ออยู่เฝ้าบ้าน                    อย่าให้กระไดหาย
                  (นิราศสรวมรอย)

                  3.            สารนี้นุชแนบไว้                 ในหมอน
                          อย่าแม่อย่าควรเอา                     อ่านเหล้น
                          ยามนอนแม่เอานอน                    เป็นเพื่อน ราแม่
                          คืนค่ำอย่าได้เว้น                         ว่างใด
                  (กำศรวลศรีปราชญ์)

                                     เนื้อสันสรรค์แต่เนื้อ                      เหนียวหนับ
                          เนื้อพ่อเนียนราวกับ                      พี่ซื้อ
                          เหนียวเหนียวพ่อเคี้ยวกลับ               ไปกลับ มานา
                          มื้อค่ำซ้ำเช้ามื้อ                            มากมื้อฤๅเปลือง
                          สันนี้พี่แนบไว้                              ในหมอน
                          อย่าพ่ออย่าเอานอน                        แนบเหล้น
                          เหนื่อยเหนื่อยเมื่อยเมื่อยตอน             ดึกดึก
                          คืนค่ำอย่าได้เว้น                         ว่างเกี้ยวเคี้ยวกิน
                  (นิราศสรวมรอย)

                  4.                ปลาร้าพันห่อด้วย               ใบคา
                          ใบก็เหม็นคาวปลา                         คละคลุ้ง
                          คือคนหมู่ไปหา                             คบเพี่อน พาลนา
                          ได้แต่รายร้ายฟุ้ง                           เฟื่องให้เสียพงศ์
                  (โคลงโลกนิติ)

                                  เนื้อสันพันห่อด้วย                 กระดาษ
                          เป็นกระดาษราชการขาด                 คละคลุ้ง
                          ตราครุฑหยุดผงาดผาด                   ผงกพาด หัวแฮ
                          ไยเล่าเจ้าฟ้ากุ้ง                           กล่าวเกี้ยวกากี
                  (นิราศสรวมรอย)


1 ตอบกลับ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          ความไพเราะของภาษามีบทบาทไปถึงการตั้งชื่อ ตั้งแต่ราชทินนาม สถานที่สำคัญ สะพาน และสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เริ่มที่ราชทินนามซึ่งใช้ต่อจากนามบรรดาศักดิ์ของขุนนางไทย แต่เดิมนั้น ชั้นหลัง ๆ จะบอกให้ทราบได้ว่า ผู้นั้นมีความสามารถในทางใดด้วย มักตั้งให้คล้องจองกันเพื่อจำง่าย เช่น ราชทินนามข้าราชการตำแหน่งตลกโขน ก็มี ขุนสำราญสมิตมุข ขุนสนุกชวนเริง หมื่นบันเทิงชวนหัว อ่านแค่ชื่อก็เตรียมหัวเราะได้แล้วล่ะค่ะ

          ถ้าพบ พระประดิษฐ์ไพเราะ หลวงเพราะสำเนียง หลวงเสียงเสนาะกรรณ์ คงหนีไม่พ้นข้าราชการด้านดนตรีแน่นอน

          ราชทินนามได้เลิกใช้ไปหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 เป็นต้นมา น่าเสียดายมิฉะนั้นข้าราชการหญิงไทยตำแหน่งนักโภชนาการในปัจจุบัน อาจจะเป็นอย่างนี้ก็ได้ ใครจะรู้ แค่แม่ช้อยนางรำ แม่ตำสะบัด นี่ก็เห็นภาพชัดเป๊ะ สำหรับแม่เม้าต้อง แม่ขัดใจผัว แม่ขนครัวลงล่าง แม่ย่างม้าเหาะ แม่กระเดาะคันชั่ง อันเป็นทุสมบัติที่ผู้ชายสมัยก่อนเขาไม่เลือกไปเป็นแม่ศรีเรือนให้เปลืองค่าสินสอดทองหมั้นหรอกค่ะ ผู้หญิงอะไร้ริอ่านเลี้ยงลูกเลี้ยงผัวด้วยลำแข้งลำขา เช้าครั้งเย็นหน อย่างนี้หาได้ที่ไหนในโลกคะ ถ้าไม่ใช่ฟากฟ้าป่าหิมพานต์โน่น

          ตำราปืนใหญ่ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ปรากฏชื่อปืนเพียง 91 กระบอกเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ปืนตั้งแต่แรกจนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 จำนวน 227 กระบอก ทรงจัดเป็นหมวดหมู่ คล้องจองเป็นชื่อประเทศ ตัวละครในวรรณคดี และแม้แต่อมนุษย์

          ‘ขอมดำดิน จีนสาวไส้ ไทยใหญ่เล่นหน้า ชวารำกฤช... ฝรั่งรายปืนแม่น แมนแทงทวน ญวนง้าง้าว ลาวตีคลี... ยักขิณีใจหาญ มหากาลพิฆาต... นิลนนท์แทงเขน สุเสนแสนหาญ สุรการแสนแกล้ว พลายแก้วแกว่งดาบ ไมยราพฟาดรถ องคตโจมฟัน ฯลฯ

          หากหวานใจของคุณ บอกว่าคุณสง่าดุจนางพญาตานีล่ะก็ อย่าเผลอปลื้มจนออกนอกหน้านะคะ เดี๋ยวเขาเยาะเอา นางพญาตานีเป็นชื่อปืนใหญ่ค่ะคุณ

          ประตู และป้อมรอบพระบรมมหาราชวัง แม้จะมีมากมายหลายชื่อ แต่คนส่วนใหญ่จำได้ ด้วยสัมผัสอันไพเราะนี่เอง

          ‘รัตนพิศาล วิมานเทเวศร์ วิเศษไชยศรี มณีนพรัตน์ สวัสดิโสภา เทวาพิทักษ์ ศักดิ์ไชยสิทธิ์ วิจิตรบรรจง อนงคารักษ์ พิทักษ์บวร สุนทรทิศา เทวาภิรมย์ อุดมสุดารักษ์’

          ‘ป้อมขันธ์เขื่อนเพชร เผด็จดัสกร สัญจรใจวิง สิงขรขันฑ์ ขยันยิงยุทธ์ ถจิรุจโรมรัน อนันทคีรี มณีปราการ พิศาลสีมา ภูผาสุทัศน์ สัตตบรรพต โสภิตศิลา มหาสัตตโลหะ ทัศนานิกร’

          รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ฝ่ายในนิยมสะสมของใช้ต่าง ๆ เช่น ตลับงา เครื่องเบญจรงค์ กล้องยาสูบ และแม้แต่รถยนต์ สิ่งใดที่มีเป็นชุดจะตั้งชื่อคล้องจองกันด้วย เช่น พระองค์พระราชทานชื่อรถยนต์พระที่นั่งว่า แก้วจักรพรรดิ์ ครุฑพ่าห์ มหาหงส์ ส่วนรถพระประเทียบฝ่ายในก็มี มณีรัตนะ สลาสลวย กระสวยทอง ลำยองทาบ ภาพยนตร์ ค่ะ

          บางสถานการณ์ หากใช้กวีนิพนธ์ที่พร้อมพรั่งทั้งรสคำ และรสความอันไพเราะสามารถทำเรื่องร้ายกลายเป็นดีได้ไม่ยาก เหตุการณ์ที่ทำท่าเขม็งเกลียว อาจผ่อนคลายลงแต่โดยดี คุณลองอ่านโคลงนิราศตลาดท่าช้างของ พ. ณ ประมวลมารค ที่ทำมาฝาก 2 บทจบแล้วหัวเราะเสียแต่โดยดี ห้ามมีข้อแม้นะคะ

                    พี่จำพี่จากน้อง           นอนไหน
                    ตั้งแต่พี่หายไป           จากห้อง
                    ร้องร่ำค่ำคืนไถล           คืนกลับ
                    แรกพี่มาน้องร้อง           ร่วมห้องลงหอ
                    รุ่งขึ้นพี่ตบน้อง           กรามหัก
                    พี่ว่าทำเพราะรัก           กระอักดิ้น
                    รสเผ็ดเข็ดฟันชัก           ชวนชื่น
                    ปากฉีกหูตาปลิ้น           พี่ปล้ำปลอบขวัญ


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com