การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

เรื่องมหัศจรรย์วันเททองหล่อพระประธาน (2) by วัดป่าชนะสงคราม

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#406]

เรื่องมหัศจรรย์วันเททองหล่อพระประธาน (2)

 

          ขึ้นบนศาลากราบหลวงปู่แต่ยังไม่มีโอกาสพูดคุย เพราะมีญาติโยมบางส่วนรอสนทนากับท่านอยู่ ความเมตตาของหลวงปู่มีมากมายมหาศาล ฉะนั้นกว่า ใครต่อใครจะถอยกลับจนหมด เวลาก็ย่างเข้าสู่สองนาฬิกาของวันใหม่

          หลวงปู่กลับไปยังกุฏิหลังน้อยที่เราปลูกไว้เป็นที่พักชั่วคราว หลังคามุงด้วยหญ้าคาพอบังแดดบังฝน กว้างเพียงสองเมตร ยาวพอดีนอนพ้นศีรษะกับเท้าเท่านั้น สงัดสงบจากทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นจึงเป็นโอกาสของหลวงปู่กับลูกศิษย์ที่จะได้สนทนากัน

          “พรุ่งนี้จะมีเหตุอัศจรรย์” หลวงปู่ปรารภกับผู้เขียนเบา ๆ หากก็มิได้ถามว่าจะเกิดเหตุอัศจรรย์อย่างไร เพราะเหนื่อยและเพลียกับการจัดเตรียมงานมาหลายต่อหลายวัน อีกทั้งความปริวิตกกับสายฝนที่กระหน่ำซ้ำซากจนดูเหมือนแกล้งให้งานพิธีต้องล้มเลิกอย่างไรนั้น

          “งานใหญ่บุญแรงก็ต้องเหนื่อยยากอย่างนี้แหละ” หลวงปู่เอ่ยคำเหมือนรู้วาระจิตของลูกศิษย์ ก่อนกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม

          “พระประธานองค์นี้จะนำความร่มเย็นมาให้ ฤกษ์ของท่านเย็นฉ่ำจริง ๆ”

          ผู้เขียนกับหลวงปู่ใช้เวลาสั้น ๆ ปรึกษากันเรื่องพระสงฆ์ที่จะนั่งปรกในปริมณฑลสำหรับเททองทั้งสี่ทิศ และเห็นชอบด้วยกัน พระเดชพระคุณ หลวงปู่เฉลียว ปัญญาธโร พระอาจารย์พิกุล อาภากโร อาจารย์ฉลาด พจลคุโณ และพระอาจารย์สุริยันต์ สุทันโต ทั้งสี่รูปนับเป็นครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานที่แก่กล้าในสมาธิเป็นที่ยอมรับของคณะสงฆ์ทั้งหลายอย่างแท้จริง พรุ่งนี้วันเพ็ญสิบห้าค่ำ วันวิสาขบูชา พระภิกษุต้องลงสวดปาติโมกข์ โดยปกติจะใช้เวลาช่วงบ่าย ๆ หากพรุ่งนี้มีงานมีภาระต้องทำมาก หลวงปู่จึงกำหนดให้พระลงปาติโมกข์แต่เช้ามืด เหลือเวลาอีกแค่สองสามชั่วโมงสำหรับการพักผ่อน ผู้เขียนจึงกราบลาหลวงปู่ หากเมื่อกราบลาเสร็จท่านก็กล่าวกับภูเตศวรเบา ๆ

          “เหนื่อยหน่อยนะ ทุกอย่างจะเรียบร้อยไม่ต้องกังวลมากหรอก”

          “ห่วงแต่ฝนละครับหลวงปู่” เราไม่วายแสดงความวิตก ขณะท่านยิ้มกล่าว

          “เทวดามาเยอะ...จะห้ามท่านไม่ให้พรมน้ำทิพย์ น้ำพร ได้ไงละแม้ว”

          ถึงตรงนี้ขออนุญาตพูดถึงหลวงปู่เฉลียว ปัญญาธโร ที่นิมนต์มานั่งแผ่จิตอธิษฐานพรุ่งนี้สักนิด หลวงปู่เฉลียว เป็นครูบาอาจารย์อีกองค์หนึ่งของเรา คือทมยันตีกับภูเตศวร ปฏิปทาของท่านแปลกว่าครูบาอาจารย์องค์อื่น ๆ ตรงที่พูดน้อย ชอบอยู่ลำพังบนภูเขา

          “ปู่เฉลียวมีนิสัยเป็นปัจเจกโพช” หลวงปู่เสนมักกล่าวกับผู้เขียนเช่นนั้น หมายถึงการมีอุปนิสัยอยู่โดยลำพังรูปเดียว หลายครั้งที่หลวงปู่เสนชอบเย้าว่า

          “มะละกอสุกครึ่งลูก ท่านเฉลียวอยู่ได้ตั้งสิบสี่วัน” นั่นคือการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่เฉลียว ท่านฉันมะละกอสุกครึ่งลูกต่อครึ่งเดือน โดยไม่ฉันอาหารในช่วงเร่งความเพียร หรือไม่บางครั้งในช่วงเข้าพรรษา ท่านจะลงจากเขาฉันอาหารครั้งเดียวเฉพาะวันพระใหญ่เท่านั้น

          นี่คือ ปฏิปทาอันเข้มข้นของพระสงฆ์สายพระกรรมฐาน สำหรับการแสวงหาทางหลุดพ้นครับ

          เมื่อปี 2540 ผู้เขียนมีโอกาสบวชเรียนและมีวาสนาขึ้นไปอยู่กับหลวงปู่เฉลียวบนภูเขาไม่กี่วัน แต่ในระยะสั้น ๆ นั้นประจักษ์ในความมหัศจรรย์ของท่านมาแล้ว เอาไว้วันหน้าจะเขียนให้อ่านกัน

          เช้าตรู่ของวันวิสาขบูชา วันที่ทุกคนล้วนทราบว่าเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระบรมศาสดา วันนี้คือวันสำคัญยิ่งของวัดป่าชนะสงคราม เป็นวันเททองหล่อพระประธาน นามพระรัตนพุทธะชัยะสงคราม เช้านี้ท้องฟ้าแจ่มใสขณะหลวงปู่เสนนำคณะสงฆ์กว่าครึ่งร้อย ออกโปรดสัตว์ภายในบริเวณวัด

          คณะศรัทธาจากแดนไกล คณะผู้บวชชีพราหมณ์ และชาวบ้านตั้งแถวยาวคดเคี้ยวรอใส่บาตร

          อาหารคาวหวาน ข้าวสารอาหารแห้งล้นจนเหลือ โดยเฉพาะของแห้งเครื่องกระป๋องกองเป็นพะเนิน

          เสร็จงานบรรจุใส่ถุงถวายวัดไปถึง 22 วัด แถมยังเหลือแจกเด็กนักเรียนกับคนยากจนอีกจำนวนมาก

          หลังฉันภัตตาหารเสร็จ ทุกคนรวมตัวกันบนศาลาใหญ่เพื่อถวายผ้าป่า รวมศรัทธาทั้งหมดได้ประมาณ 9 แสนเศษ บวกกับปัจจัยส่งผ่านมาทาง ‘ขวัญเรือน’ รวมเป็น 1 ล้าน 2 แสนเศษ ๆ

          ปัจจัยบางส่วนถูกใช้ไปล่วงหน้า หลังทอดผ้าป่าเรามีหนี้สินต้องชำระกับงานก่อสร้าง 5 แสนกว่าบาท จึงเหลือเงินเข้าบัญชี 4 แสนกว่า

          เงินจำนวนนี้คงได้แค่ฝ้าเพดานกับฉาบผนังปั้นบัวรอบบ้านพักโยมกับปูพื้นด้วยกระเบื้องเท่านั้นแหละครับ

          วันนี้จากเช้าถึงบ่าย แดดจัดจ้า คณะจัดตั้งเครื่องสังเวยเทพยดา กรำแดดจนหน้าแดง หากพอใจ ใกล้ฤกษ์บวงสรวง ฟ้าที่สว่างจ้ากลับค่อย ๆ มืดครึ้มลง เมฆฝนหนา ดำทะมึนก่อเค้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนในงานโดยเฉพาะคนใกล้ชิดวัดอย่างท่านคณะกรรมการหน้าซีดขาวเป็นกระดาษไปตาม ๆ กัน

          ก่อนถึงฤกษ์บวงสรวงไม่กี่นาที ฝนก็ลงเม็ดแรงพอควร พร่างพรมอยู่หลายนาทีจึงซาเม็ดเหลือเพียงละอองบาง ๆ พอที่จะเริ่มทำพิธีได้ ผู้เขียนที่อยู่ในชุดพราหมณ์จึงตัดสินใจสั่งเริ่มพิธี

          ฉับพลันหมู่เมฆที่มึดทึบพลันถูกเปิดเป็นช่อง แสงตะวันตอนบ่ายจัด ๆ ผ่านช่องลงมาส่องสว่างอยู่เฉพาะกลางลานพิธีเท่านั้น และเหตุอันมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้นโดยบัดดล

          รุ้งกินน้ำ ลักษณะแปลก ๆ และไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตบังเกิดอยู่ตรงหน้า รุ้งขนาดใหญ่ขยายไปกับพื้นดินลำตัวจรดแผ่นดินสูงเท่ายอดไม้ห่างจากปริมณฑลเททองหล่อพระไปไม่กี่เมตร

          “สองตัว...สองตัว”

          หลายคนในบริเวณร้องบอกกันเซ็งแซ่ ใครต่อใครเห็นรุ้งสองตัว แต่ภูเตศวร ทมยันตีกับหลวงปู่และอีกหลายคนเห็นเหมือนกัน

          รุ้งกินน้ำมีสามตัวเกิดขึ้นพร้อมกัน

          ตัวแรกอยู่ติดพื้นดิน ขนาดใหญ่มาก ลำตัวกว้างจากดินจรดยอดไม้ใหญ่ ตัวที่สองประหลาดตรงที่มิได้เป็นเจ็ดสี หากเป็นเส้นสีเขียวจาง ๆ อยู่กึ่งกลาง

          อีกตัวอยู่บนสุดโค้งไปตามขอบฟ้าชัดเจน!

          ดนตรีไทยบรรเลงเพลงปฐมดุสิต เพลงสาธุการและเพลงหน้าพาทย์ เริ่มพิธีบวงสรวงท่ามกลางละอองฝนเป็นฝอย รายล้อมด้วยประกายเลื่อมของรุ้งอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

          สิ้นสุดจากโต๊ะบวงสรวงใหญ่ ทมยันตีรับเป็นเจ้าพิธีบวงสรวงศาลเพียงตากับโต๊ะสังเวยเทพยดาฝ่ายจีน ด้วยงานนี้มูลนิธิส่งเสริมธรรมร่วมเททองหล่อรูปเหมือนองค์ไต้ฮงกงโจวซือด้วยถึงแปดองค์

          พิธีบวงสรวงฝ่ายจีนเริ่มต้น ขณะที่รอบลานพิธีสายฝนกระหน่ำแรงจนเป็นม่านสีเทา แต่ตรงกลางงานเป็นแค่ละอองฝอยบางเบา ไม่มีเสียงคำรามของฟ้า หากทั้งผู้เขียนและคณะทำงานแอบลุ้นระทึกอย่างเสียวไส้

          เหนือศีรษะของทมยันตีคือเมฆฝนหนาทึบ มีสายฟ้าสีขาวสองเส้นม้วนตัวกันเหมือนงูตวัดพันกันพุ่งลงมาเป็นเกลียว หากไม่ลงถึงพื้นดินอย่างน่าประหลาด

          ถ้าขืนผ่าลงมาละก็ มีหวังป่านนี้คุณนายทมคงซี้แหงแก๋ไปแล้ว ด้วยอาการผมหยอง หนังกรอบเป็นไก่ย่างห้าดาวเป็นแน่แท้

          เฮ้อ...เนื้อที่หมดอีกแล้วครับ คงต้องอ่านตอนจบกันในฉบับหน้าแล้วล่ะครับ


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com