การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

เรื่องแปลก ๆ ที่วัดเขาน้อย (5) by วัดป่าชนะสงคราม

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
4 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#430]

เรื่องแปลก ๆ ที่วัดเขาน้อย (5)

 

          เขาน้อย...เป็นเขาลูกเล็ก ๆ แทบจะเรียกว่า ตั้งอยู่กึ่งกลางทุ่งกว้าง รายล้อมด้วยทิวเขาสูงต่ำทั้งสี่ทิศ

          ลักษณะของเขาน้อยดูแล้วน่ารักมากกว่าน่ากลัว แต่กับความรู้สึกของชาวบ้านโชกม่วงที่อยู่ใกล้เคียงนั้น ต่างคร้ามเกรงต่อเขาน้อย ๆ ลูกนี้เป็นที่ยิ่ง

          “ภูมิแรง...” ชาวบ้านต่างพูดประโยคนี้เหมือนกัน คำว่า ‘ภูมิ’ (ออกเสียงพูม) หมายถึงพระภูมิเจ้าที่หรือวิญญาณที่ปกปักรักษาพื้นที่ตรงนั้น

          ที่ทุกคนเกรงกลัว และให้ความเคารพสถานที่ ก็เพราะล้วนเคยประสบพบพานความมหัศจรรย์ที่ยากเกินกว่าการอธิบายมาแล้วทั้งสิ้น บางครั้งช่วงกลางคืนจะเห็นกันทั้งหมู่บ้านว่า เขาน้อยทั้งลูกสว่างไสวเหมือนแสงอาทิตย์สาดส่องเรืองรอง บางทีมีลูกไฟลอยวูบวาบ

          “เพราะมีกรุสมบัติฝังไว้ พวกภูมิเจ้าที่จึงหวงแหน” หลวงปู่ปรารภให้ผู้เขียนฟัง “ใครเข้ามาอยู่ก็ถูกขับ ถูกไล่ พระสงฆ์องค์เจ้ายังไม่เว้น”

          ความจริงไม่ต้องให้หลวงปู่บอก คนเก่าคนแก่แถวนั้นต่างรู้กันแล้วทั้งสิ้นว่า เขาน้อยมีกรุสมบัติโบราณฝังไว้ เพราะวันดีคืนดีเห็นเป็นไฟพะเนียงลุกโชติช่วงเคลื่อนย้ายไปมาอยู่เสมอ บางรายใจกล้าลอบขุด ซึ่งก็ล้วนแต่เจอดีกันมาแล้วทั้งสิ้น

          “เข็ดแล้วครับ...” ลุงเปลี่ยนหรือพ่อใหญ่เปลี่ยน วัยเกือบแปดสิบ บอกกับภูเตศวรด้วยอาการส่ายหน้า... “ผมเคยขุดจนเจอดีมาแล้ว”

          “ รู้หรือว่าสมบัติอยู่ตรงไหน?” เราถาม

          “มันย้ายไปเรื่อย ๆ ต้องคอยแอบดู” ลุงเปลี่ยนผู้ผันกายมาเป็นคนดูแลวัดในวันนี้ เล่าให้ฟัง...

          “วันที่ผมขุดก็เพราะเห็นไฟวิ่งเป็นทางลงจากเขา มาสว่างโร่อยู่ข้างกุฏิน้อยหลังนั้น...” คนเล่าชี้จุดให้ดู “ไฟมันพุ่งขึ้นสูงเหมือนจุดดินปืนจากดินสูงท่วมหัว”

          เฒ่าวัยชราเล่ารายละเอียดว่า ตัวเองชักชวนสมัครพรรคพวกสองสามคน หาจอบหาเสียมมาขุดหาสมบัติแต่เช้าตรู่ แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับไป...

          “ข้างล่างมีแต่หิน ขุดไม่ไหว” นักล่าสมบัติพูดปนอาการหัวร่อ “ขุดจนมือพองก็เลยเลิก”

          เช้าขุด...กลางคืนถูกเจ้าที่เดินรอบที่พัก เสียงเท้าย่ำพื้นดัง ตุ๊บ...ตุ๊บ จนแผ่นดินสะเทือน ทุกคนที่ร่วมโครงการขุดสมบัติต่างโดนแบบนี้ถ้วนหน้า!

          “เข็ดแล้วครับ” ลุงเปลี่ยนยกมือท่วมหัว... “ขนาดยังไม่ทันได้สมบัติยังขนาดนี้ ถ้าได้ไปจะขนาดไหน?”

          “ของพวกนี้เป็นสมบัติมีเจ้าของ ใครมีบุญเป็นเจ้าของเดิมถึงจะเอาได้” หลวงปู่พูดกับเรา ทั้งยืนยันมั่นเหมาะ “โยมวิมลกับแม้วเป็นคนเอามาฝังไว้ในอดีตชาติ”

          “ไม่เอาละค่ะ”

          วิมลได้แต่ส่ายหน้าลูกเดียว รายนี้เป็นที่รู้กันเรื่อง ‘สมบัติแผ่นดิน’ ไม่เคยสนใจ ขนาดสมัยอาเตียเซียนสูยังมีชีวิตอยู่เคยชักชวน...

          “ไปไหมอาอี๊ดไปเอาสมบัติ”

          “ม่ายเอา!” คุณนายทมส่ายหน้า “อาเตียหลอก...”

          “จริง ๆ นาอาอี๊ด...” เซียนสูยืนยัน “สมบัติเก่าของอาอี๊ด”

          อาเตียพูดอย่างนี้มาหลายครั้ง แต่คุณนายได้แต่ส่ายหน้าไม่ยอมเออออห่อหมก ก็เลยหมดสิทธิ์รู้ความจริงว่าที่อาเตียพูด ‘จริง’ หรือ ‘เท็จ’ อาเตียบอกปนรอยยิ้ม...ในหนึ่งปีจะมีวันเดียวที่ปฐพีเปิด...

          “ชาตินี้อาอี๊ดมีวาสนาล้วงลงไปหยิบขยุ้มได้หนึ่งกำมือ...”

          “ม่ายเอา...” เจ๊ทมส่ายหน้า แถมพูดปนขำ... “เกิดล้วงเอางูขึ้นมาจะทำไง?”

          ฟังดูเหมือนพูดเล่น แต่กับอาเตีย เรารู้ว่าท่านไม่เคยพูดจาเรื่องราวเลื่อนเปื้อนไร้สาระ

          แต่เพราะคุณเจ๊ทมไม่ยอมตกลง ก็เลยหาคำตอบไม่เจอจนบัดนี้

          จากอาเตียมาถึงหลวงปู่เสน...ทำให้ได้ความรู้สึกว่า คุณนายในอดีตคงร่ำรวยไม่เบา แถมยังงก...คอยเอาสมบัติฝังอีกต่างหาก

          เป็นประเภท ‘มีสมบัติ’ ไม่ผลัดให้ใครชม’!

          เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นเพราะต้องขึ้นไปกวนข้าวทิพย์ที่สุโขทัย เลยมีโอกาสขึ้นไปนอนที่วัดเขาน้อย ตั้งใจเอาไว้เงียบ ๆ เช้าวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันพระจะตั้งโต๊ะสังเวยบูชาเทวดา ก็เลยบอกกับพี่สมใจที่อยู่แขวงการทางสุโขทัย ช่วยจัดซื้อข้าวของให้

          มาถึงวัด ผู้เขียนเล็ง ๆ แล ๆ หาจุดตั้งเครื่องสังเวยล่วงหน้า

          พอกำหนดได้ก็ไม่ได้บอกใคร

          หากคืนนั้นช่วงตีสาม...แม่ใหญ่เทียบเปี่ยง ซึ่งเป็นชาวบ้านที่มาถือศีลอยู่ในศาลาก็ฝันเห็นเทวดาเหาะลงมาเป็นคู่ ๆ

          ลงมาตรงจุดที่ผู้เขียนกำหนดไว้สำหรับตั้งโต๊ะสังเวยพอดี

          แม่ใหญ่เทียบเล่าให้ครูบาเหว่ฟังแต่เช้ามืด ท่านมาเล่าให้เราฟังอีกต่อ ดู ๆ ไปเหมือนเรื่องบังเอิญ แต่ภูเตศวรเชื่อว่า...

                  เทวดาท่านมาบอกให้รู้ล่วงหน้า...

                  ว่า...ท่านโมทนากับสิ่งที่เราทำ!

          ถึงวันนี้...ตรงนี้ ‘เรา’ อันหมายถึงผู้เขียนกับทมยันตีต่างรับรู้ในใจ วัดเขาน้อยหรือแต่เดิมเรียก ‘เขาแก้ว’ กำลังจะกลายเป็นวัดป่าสายพระกรรมฐาน เป็นอีกหนึ่งใน... ‘ศาสนสมบัติ’ ที่เราต้องรับเป็นภาระดุแล...

          “วันหนึ่งข้างหน้า วัดนี้จะเป็นวัดใหญ่...” หลวงปู่ท่านทำนายไว้ต่อหน้าสงฆ์หลายสิบรูปหลังลงสวดปาฏิโมกข์ที่วัดป่าหนองแซง

          วันแรกที่ภูเตศวรเดินขึ้นสำรวจเขาน้อย เมื่อเดินทางมาถึงตามคำสั่งของหลวงปู่...เมื่อเดินขึ้นถึงจุดสูงสุด ประโยคหนึ่งดังขึ้นกลางใจ...

          ‘วัดป่านาคสุวรรณบรรพต’

          ไม่อยากบอกว่ามีอะไรดลใจหรือไม่...แต่ประโยคที่ผุดขึ้นถือเป็นมงคลประการหนึ่ง เราจึงกำหนดจิตอธิษฐาน...

          ‘สาธุ...ถ้ามีบารมีพอต่อการสร้างที่นี่ให้เป็นวัด เป็นที่ปฏิบัติธรรมได้ดังคำกล่าวของครูบาอาจารย์ ข้าพเจ้าจะตั้งชื่อวัดตามที่ได้ยินทุกประการ...’

          ปีหน้าคือปีพุทธศักราช 2542 ภูเตศวรกับทมยันตี จะเริ่มดำเนินการทันที ด้วยกุฏิสำหรับสงฆ์ 5 หลัง ห้องน้ำขนาด 2 ห้องจำนวน 4 จุด กับทำศาลาการเปรียญที่ค้างเติ่งอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ ให้แล้วเสร็จ ประมาณการณ์ทุนทรัพย์อยู่ที่ 1 ล้านบาทเศษ กุฏิสำหรับพระกรรมฐาน 5 หลัง หลังละ 6 หมื่นบาท รวมแล้วประมาณ 3 แสนบาท

          ห้องน้ำจุดละ 3 หมื่น 5 พัน รวมแล้ว 1 แสน 4 หมื่นบาท ศาลาการเปรียญอีกประมาณ 7 แสน...

          งานนี้เป็นงานหนักมากสำหรับเรา...

          หากได้แต่บอกว่า...จะพยายาม พยายามทำงานนี้ให้สำเร็จมากเท่าที่จะมากได้

          ตอนนี้เรายังไม่เอ่ยถึงสายธารแห่งศรัทธาทั้งหลาย แต่อยากแจ้งให้ทราบว่า ตอนนี้ทั้งเราและคนใกล้ชิดมีทุนทรัพย์เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ประมาณ 2 แสนบาท เป็นเงินส่วนตัวของภูเตศวรกับลูกศิษย์ใกล้ชิดโดยลำพัง

          เงินจำนวนนี้อีกไม่กี่วัน เราจะไปเปิดบัญชีออมทรัพย์เป็นกองทุนสร้างวัดที่อำเภอทุ่งเสลี่ยม โดยมีภิกษุ...มัคทายกวัดและภูเตศวรเป็นผู้ดูแล

          ใครอยากทำบุญร่วม รอบริจาคผ่านบัญชีนะครับ!

          ขอปิดท้ายด้วยคำรายงานการบุญ หล่อพระประธาน ที่วัดคูหาสวรรค์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2541 ที่ผ่านมา ทุกอย่างจบลงด้วยความสำเร็จ ภูเตศวรกับทมยันตีได้ปัจจัยสมทบ 1 แสน 4 พันกว่าบาท และมียอดบริจาคจากผู้อ่าน ส่งโดยตรงไปที่วัดอีกเป็นจำนวนมาก ท่านเจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์องค์ปัจจุบัน หรือที่เราเรียกขานท่านจนติดปากว่า ‘ท่านหมู’ ฝากอนุโมทนามา ณ ที่นี้ด้วย

          ขอให้ผลบุญกุศลทั้งปวงจงพิทักษ์รักษาท่านทั้งหลาย ให้พ้นจากทุกข์ โศก โรค ภัย ทุกประการ และขอให้อยู่กับความดีงามตลอดไป

          จนกว่าจะถึงกาลสิ้นทุกข์ สู่พระนิพพานเทอญ


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com