
คนไทยกับความเชื่อ
คนไทยมีความเชื่อถือเกี่ยวกับโชคลางอันเป็นอำนาจลึกลับที่เกิดขึ้นจากความกลัวพื้นฐานของมนุษย์ทั่วๆไป อาจจะเกิดจากการมีเจตนาเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อถือแล้วปฏิบัติตาม โดยแฝงเร้นความปรารถนาดีเอาไว้ก็มี เช่น
การที่ญาติผู้ใหญ่รุ่นก่อนๆห้ามไม่ให้กวาดบ้านยามพลบค่ำ ช่วงเข้าไต้เข้าไฟ โดยบอกสั้นๆแต่เพียงว่าทรัพย์สินภายในบ้านจะถูกกวาดออกไปด้วย ทำให้มีฐานะยากจน แน่นอน..เด็กอย่างแม่เม้าย่อมกลัวความลำบากยากจน จึงรีบปัดกวาดเช็ดถูบ้านก่อนจะค่ำมืด หารู้ไม่ว่าผู้ใหญ่ได้แฝงเจตนาในการห้าม ก็เพื่อไม่ให้กวาดสิ่งของที่มีค่าที่อาจตกหล่นอยู่ ร่วงหายลงเรือนไปด้วยนั่นเอง
บางครั้งห้าม ไม่ให้ข้ามหนังสือ ขืนข้ามจะโง่ อ่านหนังสือไม่ออกเรียนหนังสือไม่จำ เหตุผล คือ สอนลูกหลานให้รู้จักเคารพ และถนอมหนังสือซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่า ให้คุณประโยชน์ ให้ความรู้ ความเพลิดเพลิน
บ้างก็ห้ามคนมีครรภ์นั่งขวางประตู จะทำให้คลอดลูกยาก ห้ามนอนตรงกับขื่อบ้าน ห้ามคนท้องไปงานศพ ห้ามนั่งบนหมอนที่ใช้หนุนนอน ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเหตุผลแฝงด้วยเสมอ เพียงแต่ว่าท่านจะอธิบายประกอบการห้ามหรือไม่เท่านั้น ถ้าเป็นคนช่างซักอย่างแม่เม้า บางทีก็โดนเอ็ดเหมือนกันว่า “ไม่รู้! ปู่ย่าตายายเขาสอน เขาห้ามมาอย่างนี้ “ ก็เล่นซักซะจนคนตอบจนมุมกับคำถามข้างๆคูๆของแม่เม้าเองแหละ
ก็..บางอย่างหาเหตุไม่ได้นี่นา อาทิ ทำไมต้องเคาะหรือเขย่าต้นไม้ยามมีคราส “ผลจะได้ดกไง” อ้าว! ผลจะดกหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับปุ๋ยและการบำรุงตามหลักวิทยาศาสตร์หรอกเหรอคะ? เพียงข้อสงสัยแค่นี้เขาก็รังเกียจแม่เม้ากันทั้งบ้าน
บางทีก็มีเหตุผลให้ตรงๆพร้อมกับการห้ามด้วย เช่น ห้ามเผาผีวันศุกร์ เนื่องจากคำว่า “ศุกร์” ไปพ้องเสียงกับ “ความสุข” เมื่อเผาความสุขไปแล้ว ก็ทิ้งความทุกข์ไว้ให้คนข้างหลังไปเต็มๆ
หรือห้ามนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก เพราะเป็นทิศไม่เป็นมงคล โดยเท้าความถึงตำนานพระเศียรขาดหายไปของพระพิฆเนศวร พระวิศวกรรมพบช้างตัวหนึ่งหันหัวไปทางตะวันตก จึงตัดหัวช้างตัวนั้นมาถวายพระอิศวรเพื่อทำพิธีต่อให้พระพิฆเนศวรทำให้พระพิฆเนศวรจึงมีเศียรเป็นช้างจนมาถึงทุกวันนี้ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งของการห้าม ที่ฟังแล้วเพลิดเพลินเจริญใจดี
คนไทยจึงเป็นชาติที่ถือเคล็ด เกี่ยวกับโชคลางแทบจะเป็นลมหายใจของกันและกันเชียวแหละ ดูฤกษ์งามยาม ปลอด ก่อนจะทำพิธีแต่ละครั้งจึงเป็นเรื่องธรรมด๊า ธรรมดา เหตุผลก็เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ตนเองและผู้มีส่วนร่วมในการนั้นๆ อันเป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆ เบื้องต้นของการปลุกปลอบใจ คนที่ต้องการความเชื่อมั่นในสิ่งที่จะกระทำ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมีมากมาย จนแม่เม้าคิดว่าถ้าจะถือซะให้ครบสูตรตามตำราแล้วละก็ เราคงขยับตัวไปไหน หรือทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่างก็แล้วกัน เอาเบาะๆแค่ความเชื่อเกี่ยวกับความกลัวปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไสยศาสตร์ เคราะห์ ความฝัน โอ้ย..เยอะแยะไปหมด
แม้แต่สิ่งที่เชื่อกันว่า อันตรายจะเกิดกับตนโดยไม่ได้คิดฝัน ซ้ำเป็นความอัปรีย์จัญไร เป็นของต้องห้ามที่ควรจะต้องหลีกเลี่ยงให้ไกลร้อยลี้พันไมล์ อย่างที่คนโบราณเรียกว่า “อุบาทว์” หรือ “อุปัทวะ” นั้นก็เถิด เราเชื่ออย่างเหนียวแน่นว่า ถ้าเกิดขึ้นกับใคร จะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย หรือถึงตายได้ สิ่งอุบาทว์ต้องห้ามของคนภาคกลาง ผูกเป็นกลอนสุภาพไว้ว่า
อนึ่งจงเว้นอุบาทว์เหล่าทั้งเก้าสิ่ง เหมือนมหิงส์เมียสองอย่าปองหา
ทาสสามสุนัขสี่วิฬาร์ห้า สุนัขเจ็ดแปดม้าคชาเก้า
แต่ล้วนเหล่าแรงร้ายเร่งหน่ายหนี จะถอยยศศักดิ์ชักอัปรีย์
เป็นราคีดังกล่าวเรื่องราวมา
เห็นมั้ยคะ เมียสองเขาห้ามเมียสามจึงตามตำรา (ของคนอยากมีเมียมากกว่าหนึ่ง) สัตว์ตกลูกในบ้าน แมวมาหา หมามาสู่ก็ต้องดูด้วยว่ามีจำนวนเท่าใดด้วย แมวห้าหมาหกเขาห้ามเลี้ยง เพราะเป็นอุบาทว์อย่างว่าในบางถิ่น ถ้ามีนกแร้งบินจับหลังคา ฟ้าผ่าคนหรือสัตว์ดิ้นตายลงต่อหน้า รุ้งกินน้ำถึงในเรือน งูขึ้นบ้าน ผึ้งมาจับจองทำรังในบ้าน ก็ถือว่าเป็นอุบาทว์ได้ บางท่านกล่าวว่าถ้าเกิดอุบาทว์ขึ้น แล้วรู้จักวิธีแก้ จะทำให้มีโชค วิธีแก้มีสองทาง คือพิธีทางพุทธก็นิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ กับพิธีทางพราหมณ์โดยการเชิญผู้รู้มาสะเดาะเคราะห์ให้บ้าง บางคนเอาเลขที่บ้าน ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุไปเสี่ยงโชคเพื่อหวังร่ำรวยทางลัดก็มี แม่เม้าว่าอย่าจริงจังกับเรื่องนี้นักเลย เพราะคนที่ร่ำรวยแน่ๆ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์สักแดงเดียว มาทุกยุคก็คือเจ้ามือหวยนั่นเอง
แม่เม้า
โบราณยังมีวันดีวันร้ายให้เลือกตามอัธยาศัยอีกแน่ะ อย่างการตัดผมให้หล่อ หรือสวยสุดใจขาดดิ้นและเป็นมงคลควรเป็นวันอาทิตย์และวันเสาร์เพราะจัดว่าเป็นวันดีกว่าเพื่อน ส่วนวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และศุกร์ก็ดีบ้างร้ายบ้าง แต่ห้ามขาดคือวันพุธ อัปรีย์นักเชียว ร้านตัดผมบางร้านจึงหยุดบริการในวันพุธไงคะ
ดูเอาเถอะ แม้แต่การตัดเล็บให้เรียบร้อย สวยงามไม่หมักหมมเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค อันเป็นอนามัยส่วนตัวแท้ๆยังพลอยมีเอี่ยวกับเขาด้วย คุณอยากอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ร้อนหูอยู่กับยายปลาร้าค้างปี หรือร้อนใจกับตาเฒ่าข้าวบูดก็อย่าริไปตัดเล็บวันอาทิตย์ อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์เข้าหละ ควรบรรจงตะไบเล็บอย่างมีความสุขในวันจันทร์ พุธ ศุกร์เถิด จะประเสริฐนักแล
หากคิดจะแต่งงานเพื่อหวังเอามรดก หรือค่าหย่าร้างเร็วๆก็จงปลูกเรือนหอในวันอาทิตย์ อังคาร ศุกร์ และเสาร์เถิด รับรองว่าหม้อไมโครเวฟ (ครอบครัว’หมัยใหม่ค่ะ) ยังไม่ทันได้แกะกล่องเสียบปลั๊กก็จะมีรายการมวยดังรายวัน วันละสามรอบโดยไม่เกี่ยงโปรโมเตอร์และสปอนเซอร์ด้วยซ้ำ ช้ำในก็ซดน้ำใบบัวบก หรือไม่ก็เท่งทึงไปข้างนึงแหละค่ะ
คนอีสานกลับไปเชื่อเรื่องลางสังหรณ์ เกี่ยวกับเสียงหนูร้องซึ่งแม่เม้าว่าแปลกดี ถ้าคนกรุงตามชุมชนแออัดถือตามก็คงสะบัดร้อนสะบัดหนาวทั้งวัน เพราะประชากรหนูมีมากเหลือเกิน
“ หนูฮ้องกุกๆ เพิ่น (ท่าน) ว่าสิมีลาภมาสู่ (หา) ขั่น (ครั้น) ฮ้องสิกๆ คนในเฮือน (เรือน) สิตายจากกัน ขั่นแม่นฮ้องติกๆ สิพรากจากกันไป ฮ้องเสียงกิกๆ สิมีลาภ ฮ้องเสียงกกๆ ข้าวของเงินทองสิไหลมาเทมาสู่เหย้าแล"
พิจารณาแล้วก็คงเหมือนเราถือเรื่องจิ้งจกทัก หรือ แมงมุมตีอกกระมัง แต่ถ้ามัวแต่กลัวไปซะหมด จนไม่กล้าออกจากบ้านละก็ จะเดือดร้อนแน่ ตรงที่ไม่มีรับประทานน่ะสิคะ งานและเงินสมัยนี้ หายากยิ่งกว่างมมหาสมุทรในเข็มซะอีก
คนที่มีอาชีพอยู่ยาม แต่ชอบหลับแล้วฝันในหน้าที่ก็อ่านตรงนี้นะคะ
ฝันว่าเห็นบ่อน้ำ ทำนายว่าเคราะห์จะดี จะมีผู้นำลาภมาให้ นัยหนึ่งว่าโรคจะคลาย ร่างกายจะเป็นสุขปราศจากทุกข์โทษภัย แต่อย่าใจเร็วด่วนได้ รอไปจะเป็นการ นานจะเป็นคุณ อย่าหุนหันพลันแล่น แม้ทำสวนก็ดี พืชผลดีงอกงาม โอ๊ย! จะดีได้ไง เดี๋ยวแล้งเดี๋ยวล่มสลับกันมาทุกปี สู้ขายให้นายทุนต่างชาติ เก็บเงินเข้าธนาคารกินดอกเวิร์คกว่าเป็นไหนๆ ค้าขายตามฤดูรวย ( เอ๊ะ! ฤดูรวยหน้าตาเป็นไงหนอ เหมือนฤดูหนาว ฤดูร้อน หรือเปล่านะ)
ฝันว่าได้ใส่แหวน ทำนายว่า แม้ไม่มีสามีภรรยา คู่จะมาเชยชิดพิสมัยทุกค่ำคืน คงได้กลืนดวงจันทร์ ( ตะกละอย่างนี้ น่ากลัวเพิ่งมาจากเอธิโอเปีย) เกษมสันต์สำราญ ปานดังได้ขึ้นสวรรค์เพราะคู่นั้นรูปงาม นามก็เพราะ มีศักดิ์จักบริบูรณ์เงินทอง แหม…คุณสมบัติอย่างนี้ ยังพอมีเหลืออีกเหรอคะ?
ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่า ความเชื่อต่างๆ เหล่านั้นไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย เพราะความเชื่อบางอย่างเมื่อนำมาปฏิบัติอย่างสมเหตุผล ทำให้กลายเป็นประเพณีอันดีงาม จนคลี่คลายสู่ความเป็นวัฒนธรรมของชนชาติได้ด้วย ขอยกตัวอย่างใกล้ตัวสักเรื่อง ซึ่งเกิดจากความเชื่อก่อนแล้วปฏิบัติจนกลายเป็นพิธีกรรม สามารถให้เหตุผล ซึ่งเข้าข่ายคำอธิบายที่มาแบบปริศนาธรรมได้อีกด้วย ความเชื่อชนิดนี้จึงให้ประโยชน์มากกว่าโทษ เช่น
การประพรมน้ำมนต์ เชื่อว่าควรใช้หญ้าคาหรือก้านมะยมจึงจะเป็นมงคล เพราะเป็นสิ่งศักดิ์ในพิธีของพราหมณ์ มีที่มาว่า คราวกวนน้ำอมฤตของเทวดากับอสูรนั้น น้ำอมฤตได้หกกระเด็นลงมาบนหญ้าคา ๒-๓ หยด จึงนำมาใช้ในพิธีกันเสนียดจัญไร
ส่วนก้านมะยม เท่ากับเป็นไม้ยมหรือยมทัณฑ์ซึ่งเป็นไม้ลงโทษของพญายมราช ฟาดไปที่ใดผีร้ายจะหนีหมดเพราะกลัว ก้านมะยมที่ประพรมน้ำมนต์นั้นใช้ ๗ ก้าน เอามามัดเป็นกำ จะมัดกี่เปลาะก็ได้ ถ้าจะให้ดีควรเป็น ๗ เปลาะ เข้าหลักโพชฌงค์ ๗ ถือหลักเกณฑ์หัวใจโพชฌงค์ ๗ คือ สะ ธะ วิ ปิ ปะ สะ อุ อันเป็นธรรมโอสถวิเศษเจ็ดตำนานของพระพุทธเจ้า และพระสาวกในพระพุทธศาสนา ‘ใครถือปฏิบัติได้ย่อมสู่กระแสพระนิพพานแน่นอน’
ทั้งนี้ และทั้งนั้น แม่เม้าเพียงแต่ติงว่า จะเชื่ออะไรก็แล้วแต่ ขอให้อยู่บนพื้นฐานของความมีเหตุผล และความน่าจะเป็นไปได้ ถ้าเชื่อเรื่องการตรวจดูลมหายใจก่อนออกจากบ้านว่า หายใจคล่องที่รูจมูกข้างซ้ายให้ก้าวเท้าซ้ายออกก่อน จึงจะมีโชคแล้วละก็ เกิดหายใจติดขัด ลมไม่คล่องในรูจมูกทั้งสองข้าง แล้วไม่ยอมออกจากบ้าน นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด ทางที่ถูกควรรีบหาคนพาท่านไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน อย่ามัวรีรอดูฤกษ์ยาม เพราะนั่นคือ สัญญาณเตือนว่า "มาก่อนมีสิทธินอนห้องไอ ซี ยู ก่อน นี่คือ…โชคสองชั้นจากโรงพยาบาลที่จะมอบให้"
เราเตือนคุณแล้วนะคะ
ขอให้โชคดีกับความเชื่อค่ะ
แม่เม้า
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com

