
หายไปนานเกือบ 4 เดือนที่ผักหวานไม่ได้เข้ามาทักทายสมาชิก ก็ด้วยเหตุความจำเป็นหลายอย่าง แต่เหตุผลหนึ่งที่สำคัญนั่นคือการขออนุญาติครูบาอาจารย์ผู้ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาโยคะให้ เพื่อจะได้นำมาถ่ายทอดต่อได้ค่ะ ซึ่งกว่าจะได้รับอนุมัติก็ใช้เวลาไปเกือบ 2 เดือนเศษ หลังจากนั้นจึงดำเนินการถ่ายภาพการฝึกเพื่อใช้ประกอบการบรรยายให้สมาชิกได้เห็นภาพบ้าง เพื่อความเข้าใจที่กระจ่างขึ้นค่ะ
สำหรับชื่อ "โยคะฝึกจิตพิชิตโรค" นี้ผักหวานได้นำมาจากหนังสือ โยคะฝึกจิตพิชิตโรค ใน "โครงการร่มเยาวพุทธ" ของอาจารย์จุฑาภรณ์ สกุลศักดิ์ ที่ผักหวานใช้ในการฝึกโยคะและเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับการถ่ายทอดให้สมาชิกได้รับทราบและนำไปฝึกต่อค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่เพื่อน ๆ ที่มาฝึกต่างก็มีปัญหาสุขภาพแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหวัดเรื้อรัง ภูมิแพ้ เครียด ฯลฯ เป็นต้น แต่เมื่อได้ฝึกแล้ว อาการต่าง ๆ เหล่านี้ก็ค่อยทุเลา บางคนโรคภัยที่รุมเร้าก็หายไปแถมยังมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งก็ขึ้นกับวินัยของแต่ละคนค่ะ เพราะว่าผู้ฝึกจะต้องมีความเพียรในการปฏิบัติ และควรจะทำให้เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน ผลที่ได้จึงจะเกิดค่ะ ไม่ใช่ฝึกตามเพื่อน หรือนาน ๆ ฝึกทีหนึ่ง กล้ามเนื้อที่เคยยืดหยุ่นก็จะตึงดังเดิม จนต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้ผักหวานจึงอยากให้สมาชิกที่เตรียมตัวจะฝึกโยคะ ควรจะมีวินัยกับตนเองและฝึกให้ได้เป็นประจำนะคะ

ภาพข้างบนนี้คือภาพของอาจารย์จุฑาภรณ์ สกุลศักดิ์ค่ะ
ส่วนภาพด้านล่างนี้จะเป็นชุดที่พวกเราใส่เพื่อการฝึกโยคะค่ะ ส่วนท่าที่อาจารย์กำลังสาธิตนี้คือท่าแรกของท่าอรรธะ-ภุชงค์ ซึ่งอยู่ในจังหวะของการหายใจออก มือประสาน กดเข่า พับลงจนสุด ตัวตรงค่ะ

ก่อนที่จะเริ่มการฝึก ผักหวานขอแนะนำและการเตรียมตัวก่อนฝึกให้สมาชิกได้รับทราบก่อนนะคะ
1. ควรให้ท้องว่าง แต่ไม่หิว หรือหลังอาหารประมาณ 2-3 ชั่วโมง
2. ก่อนการปฏิบัติ ควรขับถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะให้เรียบร้อย
3. สถานที่ ควรจะเป็นห้องที่สะอาด ไม่มีฝุ่นละออง และไม่ควรฝึกกลางแดด
4. เสื้อผ้า ควรฝึกในที่ที่มิดชิด และสวมเสื้อผ้าที่สามารถยืดหยุ่นได้ ไม่ฟิตหรือสั้นเกินไป และควรเอาชายเสื้อใส่เข้าไว้ในกางเกง ก่อนฝึกควรถอดแหวน สร้อย นาฬิกาออกก่อน รวมทั้งควรเอาของออกจากกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงให้หมดเพื่อกันของแหลมทิ่มแทงตัวขณะฝึก
5. การฝึกโยคะ ควรฝึกท่าที่ก้ม สลับกับท่าที่เงย จะทำให้เกิดความสมดุลในการฝึก
6. ในระหว่างปฏิบัติอาสนะนั้น ส่วนที่เคลื่อนไหว คือร่างกายเท่านั้น จิตใจของผู้ปฏิบัติ ควรสงบนิ่ง ตื่นตัว และเฝ้าสังเกต หากปฏิบัติพร้อมกับคิดอย่างอื่นไปด้วย ผู้ปฏิบัติจะไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดพลาดของตนได้ นั่นคือต้องมีสติตามรู้อยู่ตลอดเวลาที่ฝึกค่ะ
7. ต้องตั้งใจฝึกอย่างมีสมาธิ และไม่หักโหมจนเกินไป
8. การหายใจเข้า ท้องต้องพอง หายใจออก ท้องต้องยุบ อย่าทำเร็ว หายใจเข้า ออก ให้ช้า ๆ และ นาน ๆ
9. เมื่อทำแต่ละท่าเสร็จแล้ว ควรหายใจด้วยวิธีโยคะแบบสมบูรณ์ (จะนำมาแนะนำภายหลังค่ะ) ในท่าที่ไม่เหนื่อยมาก หรือต่อด้วยท่าซากศพ (ท่าศวาสนะ) 1 - 2 นาที เสมอ
10. ระยะเวลาในการฝึก ม่กำหนดตายตัวค่ะ แต่อย่างน้อยควรอยู่ระหว่าง 40 - 90 นาที
11. หลังการฝึก 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ก็ไม่ควรรับประทานอาหาร หรืออาบน้ำนะคะ
12. ควรนั่งสมาธิหลังการฝึก 20 - 30 นาทีทุกครั้งค่ะ
ภาพด้านล่างนี้คือ ท่าซากศพ (ท่าศวาสนะ)

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com