
ตอนที่ 1 เปิดตัว
“หยิบแป้งขึ้นมาผัดหน้า ผัดซ้ายผัดขวา แล้วมาผัดแจ๊ะ
ผัดแจ๊ะ ผัดแจ๊ะ ผัดแจ๊ะ
หยิบกระจกขึ้นมาส่องหน้า ส่องซ้ายส่องขวา แล้วมาส่องแจ๊ะ
ส่องแจ๊ะ ส่องแจ๊ะ ส่องแจ๊ะ
หยิบหวีขึ้นมาหวีผม หวีซ้ายหวีขวา แล้วมาหวีแจ๊ะ
หวีแจ๊ะ หวีแจ๊ะ หวีแจ๊ะ
แจ๊ะสวย แจ๊ะดูดี แจ๊ะสวย แจ๊ะดูดี
เรามาวันนี้ เพื่อมาโชว์แจ๊ะ โชว์แจ๊ะ...โชว์แจ๊ะ...โชว์แจ๊ะ”
ภาพสาวๆหนุ่มๆรุ่นกระเตาะ หน้าใสวัยขบเผาะ โยกย้ายส่ายตัว ทำท่าทางเข้ากับเนื้อเพลง เป็นสิ่งน่าทัศนา เป็นบุญหูบุญตา เข้ากับบรรยากาศ จนผมเผลอกลืนน้ำลายไปหลายเอื๊อก
เหตุการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งผมกำลังจะเขียนเล่าอะไรต่อมิอะไรให้คุณอ่าน เป็นลำดับต่อไปในภายหน้านี้ เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษา เพิ่งเปิดภาคเรียนใหม่ๆหมาดๆ
กิจกรรมที่สร้างขวัญกำลังใจให้พี่ๆ คือกิจกรรมรับน้องใหม่ ส่วนน้องๆจะมีขวัญกำลังใจสนองตอบบรรดาพี่ๆหรือไม่ ต้องทำสกู๊ปพิเศษ ตามไปสัมภาษณ์เป็นรายบุคคลเอาเอง
ที่ตอบแทนให้ไม่ได้ มิใช่หยิ่งหรือเล่นตัว แต่เพราะผมเองกำลังตกที่นั่งลำบาก สวมบทบาทน้องใหม่ไฟแรงเช่นคนอื่นเหมือนกัน
ส่วนต่างก็อยู่ที่ว่า ผมยินดีร่วมสังฆกรรม เอ้ย...กิจกรรมทุกเมื่อ ถ้ากิจกรรมนั้นมีปัจจัยหลัก เป็นสาวรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน เป็นยาชูใจ ส่วนหนุ่มรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน อันเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสายตาของสังคม ผมก็นิ่งเสีย เป็นเชิงรู้หลบเป็นหลีก รู้ปีกเป็นหาง เอ้ย...รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง เท่านั้นแหละครับ
เอ้อ!...จะน่าเกลียดมั๊ยครับ ถ้าผมจะแนะนำตัวเองสักนิด เพื่อลดอุปสรรค และความลำบากใจให้คุณๆล่วงหน้า จึงถือโอกาสเปิดตัวขอความเอื้อเอ็นดูจากคุณผู้อ่านดังนี้นะครับ
ผมชื่ออัสนัย เป็นหลานห่างๆของคุณป้าทม นักเขียนใหญ่ เป็นหลานชิดๆของน้าภู นักเขียนค่อนข้างใหญ่ และเป็นลูกชายโทนสุดหล่อของคุณนายขันทอง นักเขียนเกือบใหญ่ ส่วนผมกำลังพยายามเอาดีเป็นนักเขียนรุ่นเด็ก สืบทอดเจตนารมณ์ เจริญรอยตามญาติผู้ใหญ่มาอย่างกระชั้นชิด
“ไอ้นี่ มันเขียนหนังสือได้นี่หว่า”
นี่เป็นมธุรสวาจาของคุณป้าทม เมื่ออ่านต้นฉบับที่ผมยื่นให้จบลง และผลงานเล่มแรกก็เดินทางสู่ตลาดหนังสือ ด้วยชื่อที่น้าภู ตั้งให้ว่า “แก๊งขาสั้น”
พูดแล้วจะหาว่าคุย เยาวชนวัยจ๊าบ วัยรุ่น วัยวุ่นๆซื้ออ่านกันทั้งเมือง วัยเก๋า วัยตกกระ แบบป้าๆน้าๆอาๆของผมที่ว่าแน่ ยังกระมิดกระเมี้ยนแอบอ่านเลยแหละครับ
ผมผ่านมัธยมต้น พร้อมกับหนังสือที่พิมพ์เป็นครั้งที่ห้า เมื่อขึ้นมัธยมปลาย มีคนใจถึงมาทาบทามขอซื้อไปทำภาพยนตร์ ผมเกี่ยงอย่างเดียว ขอเสียสละรับบทเป็นพระเอก ค่าเรื่องค่าออนไม่จ่ายยังไหว แต่...ที่ไหนได้ เขาตาไม่ถึงหรอกครับ ผมก็เลยเวียนว่ายตายเกิด ประพฤติตนเป็นมนุษย์ขาสั้นพันธุ์เจ๋งไปวันๆ ประจวบกับต้องเตรียมตัวสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย ก็เลยว่างเว้น ไม่จับปากกาไประยะหนึ่ง
ปีนี้ผมเข้ามหาวิทยาลัยได้สมมาดปรารถนาของบรรดาญาติๆ พอมีเวลาวาดลวดลาย ขยายขี้เท่อ เรื่องราวต่างๆของเหล่าเพื่อนพ้องทั้งจากโรงเรียนเดิม และจากสถาบันใหม่อีกครั้ง
ปะเหมาะเคราะห์ดี เกิดเตะตากรรมการงานฝังลูกนิมิต วัดอารมณ์ดีสีมารามเข้า ถึงขั้นออกปากขอรวมเล่มตีพิมพ์จำหน่าย ถ้าดังเปรี้ยง ระเบิดปร้างละก็ ช่วยเชียร์หน่อยนะครับ
“เฮ้ย! อัส เหม่ออะไรอยู่วะนั่น เดี๋ยวโดนเล่นงานนะเว้ย”
เสียงไอ้ตุ๋ย หรือฐากูร ญาติระอา เพื่อนเก่าโรงเรียนเดิมซึ่งสอบได้คณะเดียวกันกับผม ตะโกนข้างหู จนผมสะดุ้งสุดตัว
“ไอ้บ้าเอ้ย คนกะลังมีความสุขกะวิมานกลางอากาศ อาหารตามาถึงที่ ก็ต้องเบิ่งมองให้เต็มจอซีวะ อิจฉารึไง?”
“ข้าน่ะไม่มีปัญหา ตัวปัญหา กำลังเดินมานู่น”
ตัวปัญหาของไอ้ตุ๋ย ก็คือพี่โหน่ง ตำแหน่งหัวหน้ากิจกรรมเชียร์ ซึ่งเรียกกันว่า “พี่วาก” เนื่องจากต้องส่งเสียงโว้กว้าก ผู้มีรูปร่างใหญ่โต จัดอยู่ในแฟมิลี่เดียวกันกับยักษ์ปักหลั่น เดินหน้ามุ่ย ส่งเสียงโหวกเหวก และกวักมือประกอบอำนาจ
“น้องคนนั้นน่ะ ลุกมานี่ซิ” เวรละซิ
“ชื่ออะไร?” เสียงเหี้ยมเชียว
“อัสนัยครับ”
“ทำไมไม่เข้าร่วมกิจกรรมกะเพื่อนๆ” อุ๊ย! ตะคอกแน่ะ
“ร่วมแล้วครับ แต่ตอนนี้เหนื่อย ขอพักแป๊บนึงเอง”
ลูกออด เท่านั้นที่ละลายพฤติกรรมเขาได้ ฮึ่ม! ทีฮูก็ทีฮิท ปีหน้าได้เป็นรุ่นพี่มั่ง จะเล่นให้แสบเชียว
“ออกมาร้องเพลงเร็วเข้า เอาเปรียบเพื่อนนี่หว่า”
“โห…เนี่ย ข้าร้องโชว์จนแจ๊ะแห้งแล้วแห้งอีก ยังไม่พอใจ โคตรเบื่อ…เลย”
ประโยคนี้ผมไม่อาจหาญต่อปากกับพี่ว้ากเขาหรอก นอกจากบ่นเบาๆ เป็นเชิงปรับทุกข์กะไอ้ตุ๋ย หนอย…ดันหูดีอีกแน่ะ
“ว่าไงนะ..เบื่อเรอะ งั้นนายร้องเพลงที่ชอบมาละกัน จะได้ไม่ต้องบ่นอีก เฮ้! พวกเรา น้องอัสนัย จะร้องเพลงให้เราฟังว่ะ เอ้า…ร้องเข้า นึง..ส่อง..ซ้าม”
ร้องก็ร้องซีครับ ขืนอิดออด คุณคิดเหรอว่า เรื่องจะจบได้ง่ายๆ ผมจะร้องละเน้อ
“ไข่ใบโต๊โต เป่าปุ้นจิ้น
ไข่ใบเล็กนิดเดียว ของจั่นเจา
ไข่ขนาดกลางกลาง ของท่านกงซุน
หวังเฉาและหม่าฮั่น ไม่ขายไข่”
ยุคนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ ขืนทำสำอางก็เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า ข้าราชการศาลไคฟง เล็งเห็นความจริงข้อนี้ จึงทำมาหากินด้วยการขายไข่ เป็นอาชีพเสริมอีกแรงน่ะ มันผิดตรงไหนครับท่าน
หากลองทำตามแล้วไม่เวิร์ค พิจารณาไอเดียขายไก่ย่างแบบไอ้ตุ๋ย เพื่อนร่วมชะตากรรมดูอีกทีก็ได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์
“ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา
มันถูกไม้เสียบ(โอ๊ว!) มันถูกไม้เสียบ(โอ๊ว!)
เสียบตูดซ้าย(อ๊าว!) เสียบตูดขวา(อ๊าว!)
ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ”
ไก่ย่างสูตรนี้ ทั้งร้อนทั้งเจ็บ ไอ้ตุ๋ยจึงทั้งร้องทั้งทำท่าไก่ย่างถูกไม้เสียบบั้นท้าย เป็นรีวิววาบหวิวทรวง ที่มีคนชมส่งเสียง โอ๊ว! อ๊าว! ประกอบเป็นจังหวะ ให้ครึกโครม ครื้นเครงยิ่งขึ้นไปอีก

เพลงรับน้อง ปลอบน้อง หรือข่มขวัญน้อง สุดแล้วแต่อารมณ์จะเรียกนั้นส่วนใหญ่มักมีเนื้อร้อง และเวอร์ชั่นแอ็คติ้งที่เสี่ยงต่อความเป็น “อนานจา” คือ อนาจาร ซ้ำยังไม่เป็นที่รับรองความปลอดภัยจาก ก.บ.ว เพราะประกอบด้วยมลพิษทางหูและสายตาค่อนข้างสูง จึงเตือนมาด้วยความหวังดีว่า
“ห้ามร้องเกินวันละสองครั้ง โปรดอ่านเนื้อร้อง และปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนร้องทุกครั้ง”
ผิดด้วยหรือครับที่ผมเอาความคิดนั้นมาต่อรองกับพี่ว้าก เมื่อเพลงแรกชนะใจกรรมการ แล้วพยายามคะยั้นคะยอให้ผมร้องอีกเพลง ทำเป็นระบบขายผลิตภัณฑ์พร้อมของแถม แบบไดเรคเซลไปได้
“น้องร้องได้หนุกดีนี่หว่า เป็นสต๊าฟเชียร์กะพี่มั้ยล่ะ ดีนา…”
“ไม่เอาครับบ้านผมอยู่ไกล คุณแม่ดุด้วย” อย่ามาเล้าโลม เอ้ย…อ้อนวอนซะให้ยาก
เรื่องอะไรผมจะแบไต๋ให้รุ่นพี่รู้ อุบเอาไว้ใช้กะรุ่นน้องปีหน้ามิดีกว่าหรือ เพลงประเภทนี้ในแวดวงมหาวิทยาลัยด้วยกัน ต่างมีอยู่เป็นกระบุง แต่ก็เป็นเพลงที่ลอกกันไป เลียนกันมา ไม่ว่าจะเป็นเพลง ดันมะดันดอง เพลงลุงๆป้าๆ เพลงเมียงู เพลงจุดเทียน หรือเพลงหมูแดงงี้
เหอะ…รับประกันได้ว่า เนื้อร้องล่อแหลมต่อคุณธรรมทั้งนั้น
แต่เพื่อระบบซีเนียริตี้ ที่ต้องการความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันการรับน้องก็ยังคงมีต่อไป
และถ้าเป็นไปด้วยความจริงใจ ไม่อยู่บนพื้นฐานของความแค้นส่วนตัว กิจกรรมและเพลงเหล่านี้อาจเป็นสิ่งแทนใจ สำหรับประสานสัมพันธ์ระหว่างน้องพี่ให้แน่นแฟ้นเข้าไปอีก พร้อมกับรอยยิ้มอันเบิกบาน ยามสดับตรับฟังด้วยกัน
การเป็นประธานเชียร์ได้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัว ไม่มีใครห้ามลอกเลียนแบบก็จริงอยู่ หากคิดเอาดีทางนี้ ควรเป็นตัวของตัวเอง ไม่ลอกเลียนใครน่าจะดีที่สุด ผมพบสัจธรรมข้อนี้ตอนเป็นจำเลยให้พี่ว้ากเกลี้ยกล่อมนี่แหละ
เขาทำให้ผมฉุกใจ คิดถึงเพื่อนเก่าๆจากโรงเรียนเดิมที่มีพรสวรรค์ในการแปลงเนื้อเพลงได้ทุกแบบอย่างไอ้หนึ่ง ลูกยายหนิง
ผู้กำกับการแสดงละครแอ็คชั่นมือฉมังย่างไอ้ตั้ม แล้วก็ไอ้ปอนกแสก ผู้มีฉายาว่า ”เข้าที่ไหนทุกคนซวยหมด” นั่นอีกคน
ถ้าพวกเราสี่แรงแข็งขัน รวมหัวกันยึดอำนาจไอ้พี่โหน่งแล้วขึ้นเป็นพี่ว้ากแทนเนี่ย จะผิดวัฒนธรรมมั้ยนะ รู้แล้วช่วยกันเหยียบให้กระจายเลยนะครับ
ปีหน้าผมได้เป็นพี่ว้ากหรือเปล่า
เพื่อนแต่ละคนของผมมีพฤติกรรมและพฤติเวรได้แสบสันต์ สะใจคุณผู้อ่านสมกับการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่
ติดตามอ่านต่อไปเถอะครับ รับประกัน มันไม่ต้องเม้มแน่นอน
“เสร็จล่ะน้อง คราวนี้เสร็จล่ะน้อง
เสร็จล่ะน้อง คราวนี้เสร็จล่ะน้อง
อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ
ออกมารับน้องคราวนี้ เสร็จล่ะว้อย!”
ฮิๆ ฮ่าๆ ใครจะเสร็จใคร เดี๋ยวก็รู้!
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com