
ตอนที่ ๒ ฝันสลาย
ปีหน้าผมได้เป็นพี่ว้ากหรือไม่ การรับน้องในตอนที่แล้ว ใครเป็นอย่างไร ขอผมอุปไว้ก่อน เอาไว้เฉลยทีหลัง เพื่อสีสัน และรสชาติของชีวิตไงครับ ตามผมมารู้จักกับเพื่อนเก่าๆ สมัยมัธยมปลายก่อนดีกว่า ก็เพราะ “แก๊งขาสั้น” ทีเดียวจึงเกิดข่าวกรองผ่านกระชอนคั้นกะทิจากสำนักพิมพ์หน้าข่าวสารบันเทิงรายงานมาว่า ผมเป็นต้นเหตุแห่งการลุกฮือของสมัชชาเยาวชน สามารถปลุกม็อบหัวใจวงการวัยสะรุ่น ให้สั่นสะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า ลามไปถึงวงการกระโปรงบาน ใส่คอซอง แบบโรงเรียนของหนูนิด กะหนูนุชด้วยนี่สิ
" เพื่อนนุชเค้าอยากเห็น "
" ใคร ? "
" พระเอกของเรื่องไง "
ผมงิ…ปลื้มซะไม่มีอ๊ะ จุ๊ ! อย่าเอ็ดไปนา คุณยังไม่รู้ความจริงว่า ขนาดท่านมหาเสริมบุญ หลวงลุงของกำจร ตัวเอกแห่งหัวข้อนินทาของผมต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย หลังข่าวกระจายออกไปไม่นาน ทอ-ระ-สับ งี้รับกันไม่ว่างมือเลยเชียว
จะมีอะไรเล้า ถ้าไม่ใช่เรื่องติดต่อขอ สัม-มะ-พาด นัยว่าจะออกอากาศรายการชีวิตต้องสู้ อะไรทำนองเนี้ย เขาคงสงสัยล่ะมังครับว่า เหตุใดท่านมหาจึงมีน้ำอด น้ำทนกับพวกผมกันนัก หรือไม่ ก็คงมีพระดีแต่ " เม้ม " ไม่ให้พวกเรารู้
" ลูกหลานอย่างกำจาย และกำจรมันต้องชั้นเอง ถึงค่อยพูดกันรู้เรื่อง "
ยายแต๋ว แม่ไอ้ตุ๋ย หมายมั่นปั้นมือ
ก็ไม่เพราะฝีมือแม่หรอกเร้อ ลูกชายยายแต๋วถึงได้ " แห้ว " อยู่เป็นประจำ เพียงได้กลิ่นสาวๆ เฉียดกรายเข้าใกล้ลูกชายสุดหวงเท่านั้นจะเป็นใครมาจากไหน ยายแต๋วไม่รับรู้
" ฟังเหตุผลซะที่ไหนเล้า ดีไม่ทำอะไรรุนแรงให้กระทบกระเทือนพวกสาวๆ เค้าโดยตรง แต่มาตกหนักกะข้าซี อย่างคราวนั้นไง ข้าเดินผ่านเข้าประตูบ้านยังไม่หมดตัวดีเล้ย เสียงกรรไกรดังกรึ๊บเดียว แวบ…บ… ผมด้านหน้าข้าหายไปทั้งแถบ คุณนายแต๋วตั้งข้อหาหนักโทษฐานมีสาวฝากของขวัญวันวาเลนไทน์ ผ่านมือข้าไปให้ไอ้กำจรอีกหน่อยคงไม่ต้องไปไหนแล้ว "
คำคร่ำครวญถูกระบายยาวเหยียด เพราะอัดอั้นตันใจเหลือแสน
เมื่อปะหน้ากันวันคืนสู่เหย้า ไอ้ตุ๋ยผู้เดินทางไปสู่เส้นทางสายอาชีพ โดยสอบเข้ามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง กลับมีสีหน้าเบิกบานมีความสุขเห็นได้ชัด
" ความประพฤติคุณนายแต๋วดีขึ้นมาก เป็นที่น่าพอใจ" มันออกใบรับรองให้มารดาบังเกิดเกล้า " ผู้หญิงคนไหนไปบ้านกะข้า เค้าจะซักถามคุณสมบัติจนหมดเปลือก ข้าแทบไม่ต้องทำอะไร ก็รู้ว่าเค้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร พ่อแม่มีอาชีพอะไร พอลับหลัง คุณนายแต๋วจะบอกแต่เพียงว่า " คนนี้ใช้ได้ " หรือ " คนนี้ดี " แต่ถ้า " แย่ "ละก็อย่าพาไปให้เห็นหน้าอีกเป็นอันขาด แม่ข้าบอกว่า ขออย่างเดียวเท่านั้นคือ ขอมีส่วนในการคัดเลือกลูกสะใภ้ การที่ข้าจะคบหากับใครก็คบไป หากคิดจะแต่งงานต้องได้รับการอนุมัติจากประธานสภาแห่งครอบครัว ดีเหมือนกันข้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อย "
เพื่อนๆ ที่ยังตกคลั่กอยู่ที่เดิม มีหลายคนเหมือนกันแหละครับ อัครเดช คนขี้เกรงใจ คนหนึ่งล่ะที่ยังอยู่ เพราะตั้งเข็มสู่บันใดนายร้อยตามผู้เป็นพ่อ ส่วนนายสันติภาพ หรือไอ้หนึ่งลูกยายหนิงก็ไม่ไปไหน มันมีเหตุผลนี่นา
" ขืนกูไปเรียนที่อื่น มรดกจะได้ตกกะคนอื่นปะไร แม่ยิ่งหลงๆ ลืมๆ อยู่ด้วย บางวันตื่นมาจะขอตังค์ไปโรงเรียน แม่ยังยื่นกระทงขนมครกให้เฉยเลย " ห้าบาทค่ะ " ดู๊… หลงขนาดจำไม่ได้ว่าข้าเป็นลูก "
ตุลย์ เพื่อนเข้าใหม่สะกิดถามผม " คุณแม่ของสันติภาพเค้ารวยมากเหรออัส ? " รายนี้ไม่เคยรู้ความตื้นลึก หนาบางของแก๊งเรา
" ยายหนิงแม่ไอ้หนึ่งนะเหรอ เป็นนักธุรกิจใหญ่ " อำนวยเริ่มอำ " ที่ว่าใหญ่เพราะน้ำหนักร้อยกว่ากิโล มีกิจการขนมครก 3 เตา กับหม้อกล้วยบวชชีอีกอย่าง "
" ไอ้คุ่ยนั่นก็เบาซะที่ไหน พ่อยกมะ-รึ-ดก เขียงหมูให้ ก็ทำเป็นหยิ่ง เห็นเพื่อนเรียนต่อมันก็เอาบ้าง " ผมขย่มเพื่อนเก่าให้เพื่อนใหม่ฟัง
พวกเราส่วนใหญ่ ถูกจัดให้เรียนห้องที่เค้าให้เครดิตว่า ’ เก่ง ’ แต่มักจะถูกแปรสภาพจนน่าเกลียด
" เฮ่ย ! อาบน้ำรึเปล่าวะไอ้อัส " กำจรเคยถามยามเจอะเจอเพราะปีนี้หลุดไปอยู่แผนการเรียน ศิลป์ - ภาษา ซึ่งแผนการเรียนต่างๆ นี่ ผมจะเล่าให้ฟังคราวหลังนะครับ "
" อาบซิ ถามทำไม "
" ถึงอาบ ก็เหม็น " เอ๊ะ ไอ้นี่วอนตะเช้าเชียว
" ก็… นายอยู่ห้อง ’ คิงลี่ ’ ไม่ใช่รึ "
แหม… ผมล่ะอยากจะลาโลก ไปส้องสุมกำลังพลอยู่กะท่านยมฯ ซะให้รู้แล้วรู้แร่ด อุตส่าห์ ’ ยืด ’ ที่ได้เป็นเด็กห้อง ’ คิง ’ กะเค้าซักทีก็…เพื่อนมันทำเสียหายหมด ไอ้ที่ยืดก็เลยต้องหุบซะแล้วซี
ช่วงปิดเทอมใหญ่ กำจรเวียนว่ายตายเกิด ระหว่างโรงเรียนเก่ากับโรงเรียนใหม่ที่มันไปลงทะเบียนเรียนวิชาที่ยังตกค้างและมีปัญหา เพื่อทำหน่วยกิตให้ครบตามกำหนด มิฉะนั้นมันก็หมดสิทธิ์เรียนต่อ
กว่าจะปลดภาระออกจากตัวได้ มันเจอมรสุม กดดันรอบด้าน โดยเฉพาะสงครามน้ำลาย อาจารย์สมศรีดูจะเดือดร้อนยิ่งกว่ามัน
" เห็นรึยังว่า การไม่เอาใจใส่กับตัวเองน่ะ มันเป็นอย่างไร วิชาหลักๆ
ทำได้แต่ศูนย์ กับ รอ อย่างนี้เมื่อไหร่มันจะจบหือ ? "
" ก่อนปิดเทอม ผมต้องเก็บหน่วยกิตจนครบแหละครับ อาจารย์ไม่ต้อง
ห่วง เนี่ย…ถ้าหลวงลุง อาบน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ให้ซะก่อนสอบ ก็คงไม่ต้องตก
อย่างนี้ ลำบากลูกหลานไม่รู้เท่าไร วันๆ เอาแต่สงเคราะห์ลูกชาวบ้าน ลูกหลานตัวละก็ไม่เคยแล " มันโทษญาติผู้ใหญ่
" ดูมันซิโยมอาจารย์ หนังสือไม่อ่าน เอาแต่ทำบ้าอะไรของมันไปวันๆแล้วจะให้สอบได้ เอางี้เลย ใกล้สอบอีกเมื่อไหร่ เอ็งบอกข้าแต่เนิ่นๆ จะช่วยสะเดาะเคราะห์ให้ ตำรานี้เพิ่งได้มาใหม่ เห็นว่าใช้ได้ผลดีชะงัด เชียวล่ะเอ็งเอ๊ย "
" เห็นจะไม่รับประทานล่ะครับ คราวก่อนโน้น ไม้ตะพดบินตำรับลี้กิมเสริมก็ทีแล้ว กำจายหน้าแหกไปเกือบสิบเข็ม ขืนผมบุ่มบ่ามรับบริการโดยไม่ไกร่กรอง ท่าจะเอาตัวไม่ ’ หรอด ’ เป็นแน่แท้ "
" โยมว่า อาการอย่างกำจรน่าจะถูกกันดีกับ ดินเจ็ดป่าช้า ต้มกับตะปูโลงผีตายโหง ชูรสด้วยใบหมามุ่ยพอเป็นกระสายยา รับรองหายสนิท "
" หายสนิทไปจากโลกนะซีอาจารย์ โธ่ๆ เนี่ย…ว่างๆ ผมว่าจะทำงานหาเงินค่าเทอมซะหน่อย "
" ดีแล้วล่ะ หาอะไรทำซะบ้าง จิตจะได้ไม่ว่าง ไม่งั้นเดือดร้อนท่านมหาอีก ติดขัดอะไรก็บอกแล้วกัน " อย่างไรเสีย กำจรก็ยังไม่พ้นอกครูประจำชั้นคนเก่าเล่ายี่ห้อ กับท่านมหาเสริมบุญ เจ้ากรรมนายเวรหน้าเก่าอยู่ดี รุ่นน้องมอหนึ่งที่สอบเข้ามาใหม่ได้ จะต้องเรียนปรับความรู้อยู่ระยะหนึ่ง ราวๆ ซักเดือนนี่แหละ เพื่อที่จะทดสอบ แล้วจัดห้องให้เรียนตามดีกรีของมันสมอง คะแนนทดสอบดีก็อยู่ห้อง ’ คิง ’ อย่างที่ผมอยู่ ไล่ไปจนถึงห้องท้ายๆ ระดับคะแนนกับดีกรีความฉลาดก็จะน้อยลงตามลำดับ ยิ่งห้องท้ายสุดละก็พยากรณ์ได้เลยว่า อาจจะเรียนไม่จบระดับมัธยมต้น เพราะถูกพักการเรียนด้วยคดีหนีเรียนเพราะเรียนไม่รู้เรื่อง จนหมดสิทธิ์สอบ บางคนเรียนไม่ไหว จึงออกเสียกลางคันก็มี ช่องว่างระหว่างมันสมองเนี่ย มีจริงๆ นะครับ จะโทษว่าคนสอนไม่ดีก็ไม่ได้ เพราะหลักสูตรเหมือนกัน เนื้อหาเหมือนกัน คนสอนก็คนเดียวกัน ทีคนอื่นทำไมเรียนรู้เรื่อง
" ก็มันกินเข็มกะตะปูต่างข้าวนี่หว่า " กำจรเคยประชดผม
เด็กนักเรียนหน้าใหม่ เกือบทั้งนั้นที่หลงยกมือไหว้กำจรเป็นฝักถั่ว
อีกแหละ จะไม่ไหว้รึก็ดูกระไรอยู่ ด้วยไม่แน่ใจว่า ชายไทยรูปร่างได้มาตรฐานผูกไทด์ ใส่สูท เสียงดังฟังชัด มาดเคร่งครึม ไม่วอกแวก ยืนกุมวิทยุมือถือ เตร่ไปมาหน้าตึกเรียนนั้น เป็น ’ อาจารย์ ’ ด้วยหรือเปล่า เข้าทำนองออกสูงดีกว่า ออกต่ำ เอ๊ย ใฝ่สูงย่อมดีกว่าใฝ่ต่ำ เป็นการ ’ เอาตัวหรอด ’ อย่างรุ่นพี่ไว้ก่อนน่าจะปลอดภัยกว่า มิหนำซ้ำคนถูกไหว้ ยังผงกหัวรับไหว้ ได้สุขุมลุ่มลึกกว่าอาจารย์ตัวจริงเสียด้วยนี่สิ เจ็บปวด !
" วอหนึ่ง เรียกวอสอง ทราบแล้วเปลี่ยน มีเด็กมอหนึ่งแต่งตัวผิดระเบียบหลบหลังตึก อ้าว ! อาจารย์สวัสดีครับ "
" อ้อ กำจรเรอะ ทำอะไรอยู่แถวนี้ล่ะ "
" ทดสอบ ’ มือถือน่ะครับ เรียนซัมเมอร์อาทิตย์ละ 2 วันแค่นั้น เลยลองเป็นเซลส์ขาย ’ มือถือดูเผื่อจะรุ่ง "
" เออ… ดีๆ ขอให้ขายได้มากๆ นะ "
หลานชายท่านมหา สนุกกับงานได้ 2 วัน คราวนี้มาในมาดใหม่
จะไม่เชื่อมันบ้างก็ดูกระไรอยู่ อะไรมันก็ไม่แน่อย่างที่ว่า เรื่องที่ผมเขียน แล้วคุณหลวมตัวอ่านมานี่ก็เหมือนกัน เพื่อนร่วมก๊วนมันยกนิ้วให้ทั้งนั้น เพราะมันได้เป็นพระเอกเสมอหน้ากัน ผมเขียน เพื่อนอ่าน แล้วชมกันเอง อย่างน้อยก็มีแนวร่วมรอบตัว ย่อมสะใจกว่าอยู่แล้ว รักใครก็ยกให้เป็นพระเอกนางเอก หมั่นไส้ใคร ก็เขียนให้เป็นตัวโกงเซียะเดี๋ยวก็มีคนช่วยยำใหญ่ให้เองแหละ สำ-มะ-บาย-โก๋
เพื่อนๆ เคยเกิดอารมณ์อยากพิสมัย ความละไมละเมียดบ้าง
"เอ็งเขียนเรื่องโรแมนติก หวานแหวว สะหวีดหยดติ๋ง
ให้อ่านซักเรื่องซีวะ เขียนอยู่ได้ เรื่องบ้าๆ บอๆ "
" กำลังวางพล็อตอยู่ "
" เหรอ เรื่องอะไรล่ะ "
" หัวไชเท้าเพื่อเธอ "
" ความรักของเอ็งทำไมถูกจัง ไม่ยอมลงทุนเลยนี่หว่า "
คนขนาดทะเลยกมือไหว้ แล้วเรียกกำจรว่าพี่ ยังทักท้วง
" ก็ข้ายังเด็ก หาเงินซื้อของแพงไม่ได้ เอาหัวไชเท้าแหละถูกดี "
" มิน่า หนูนุชของเอ็งถึงเหมือนเด็กขาดอาหาร " มันแขวะ
" เกิดเราเขียนจบเรื่องแล้ว แต่ยังไม่มีชื่อล่ะ ? " ทีงี้ล่ะทำเป็นสงสัย
" บ้าซี ชื่อเรื่องต้องตั้งไว้แล้วแต่แรก อย่างน้อยก็รู้ล่ะว่า
เนื้อเรื่องเป็นไปแนวไหน ตั้งเรื่องให้เตะตาเข้าไว้ คนอ่านจะได้สนใจ ถือว่าสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว มันเป็นเทคนิคเรียกร้องความสนใจอย่างหนึ่งว้อย ไอ้เบื้อก ! "
" งั้นข้าตั้งชื่อให้ รายละเอียดปลีกย่อย เอ็งบรรเลงให้จบ ค่าต้นฉบับก็แบ่งกัน ฟิฟตี้ๆ โอเข ? "
" เหงกแน่ะ นายคิดจะเขียนหนังสือแน่รึ " ผมถามไถ่เป็นการเป็นงาน ก็เรื่องมันเริ่มซีเรียสจริงๆ แล้วนี่
" แน่ซี "
" งั้นก็ทำให้ถูกต้องเสีย จำไว้นะศาสตร์ทุกชนิดเขามี
" ครู " ทั้งนั้น เอางี้พฤหัสที่จะถึง เอ็งเตรียมธูปเทียนแพ พวงมาลัยมะลิล้วน ทำพิธีไหว้ครูซะ จะได้เป็นสิริมงคล " ผมก็แนะนำไปเท่าที่รู้
" ซักวันข้าจะต้องเป็นนักเขียนดังให้ได้ อดทนประคองกาย และจิตวิญญาณเอาไว้กำจรเอ๋ย ไม่เกินร้อยปีตำแหน่งศิลปินแห่งชาติจะไปไหนเสีย "
แหม… ใครจะด้านหน้า ทู่ซี้อยู่แข่งกะมันยันอายุเฉียดร้อยได้ รางวัลไหนๆ ก็ย่อมเป็นของมันวันยังค่ำ ถ้ามันคิดจะแข่งขันด้วยวิธีนี้
ผมไม่น่าให้มัน " ขึ้นครู " เลยพับผ่า ไอ้ที่คิดจะทำกุศลกับเพื่อน ก็มีอันพังพาบไม่เข้าท่า " ครูมันขึ้น " ครับ รู้สึกจะรุนแรงไปหน่อย ชนิดไม่รู้กาลเทศะซะด้วยซี
" หลวงลุงครับ หลวงลุงอยู่มั้ย เปิดประตูหน่อย "
พ่อค้าขายดอกไม้ ธูปเทียนหน้าโบสถ์ส่งเสียงเรียก
" อยู่… มีอะไรรึโยม อ้าว ! กำจรนั่นเอ็งไปฟัดหมาที่ไหนมาละนั่น "
" โดนมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าวัดต่อยเอาน่ะครับ "
" ไม่มีอะไรหรอกหลวงลุง เข้าใจผิดกันนิดหน่อยเอง เจ็บบ้าง แต่ก็คุ้ม เก็บไว้เขียนเรื่อง " นักเลงข้างวัด " จะได้สมจริง "
" เวรมั้ยล่ะ นี่ถึงขนาดลงทุนไปอ้อนหมัดให้เจ็บตัวเลยเรอะ เออ.. เอาเข้าไป เอาให้ถนัด แหม.. มันน่าจะโดนให้หนักกว่านี้ "
บอกแล้วไงว่ามันชอบทำอะไรเว่อๆ ความจริงก็คือ ไปทำยียวน กวนอารมณ์เขาก่อน ด้วยสำคัญผิดคิดว่าตัวเป็นเจ้าถิ่น บังเอิญเจอคนจริงเข้า ก็เจ็บไปตามระเบียบซีครับ
" อัสนัยมันสอนผมอย่างนี้จริงๆ ครับ หลวงลุง " แน้.. เล่น
ป้ายของเหม็นให้ผมอีกแล้ว " มันบอกว่า จะเขียนอะไรต้องให้รู้จริง อย่าไปยกเมฆ นั่งเทียนเขียน ผลงานออกมาจะได้สมจริง "
แต่.. ผมสาบานได้ว่า ไม่เคยบอกให้มันหาประสบการณ์ตรงด้วยวิธีอย่างนั้นแน่
ผมเพียงแต่พยายามอธิบายว่า คนเรานั้นหากจะรู้อะไรก็ต้องรู้ให้จริง คือนอกจากจะรอบรู้แล้วต้องรู้รอบด้วย จึงจะสร้างผลงานที่สมจริงได้
" เอ็งเคยเล่าว่า ป้าเอ็งลงทุนนั่งเฝ้าผู้หญิงอย่างว่าเป็นแรมเดือนเพื่อให้รู้ว่าเขาคิดอย่างไร การดำเนินชีวิต อาหารการกิน การแต่งตัว แม้กระทั่งสำนวนภาษาที่ใช้พูด เพื่อนำมาเขียนเรื่อง เมียเช่า นั่นไง "
ไอ้เรารึก็ลืมนึกไปว่า หลานชายตัวกลั่นของท่านมหา มันประเภทฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ชอบจับเอาไปกระเดียดซะรุ่ม เรื่องมันถึงได้มันหยด อย่างที่เกริ่นไว้
ความที่อยากจะเขียน " เมียเซ้ง " แข่งกะ " เมียเช่า " ของจริง กำจรจึงได้ติดบ่วงที่ตัวเองดักไว้ แต่คราวนี้หนักหนาสาหด เอ๊ย สาหัส-สากรรจ์เจียนตาย
" ไหน บอกมาซิ เข้าไปที่นั่นทำไม "
บิ๊กโอ่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง ผู้สามารถตบช้างล้มทั้งยืนเจ้าเก่าขนานแท้ ถามนุ่มๆ แต่ผู้ถูกถาม ซึ่งทำตัวเป็นผู้เสาะแสวงหาประสบการณ์?อย่างกำจร ยืนหน้าจืดเป็นจิ้งจกหลบแดด
" ผมไปหาประสบการณ์ตรงครับ "
" ไอ้ตูดเอ๊ย ตัวเท่านี้ริอ่านหาประสบการณ์ตรง ชัดช้า !
เอดส์ ! รู้มั้ยว่าเอดส์มันจะกินเอา "
" เอ๊ะ ทำไมผมต้องเป็นเอดส์ด้วย " ตัวต้นเรื่องยังทำหน้าเซ่อ
" หน็อย ไปหาประสบการณ์จากซ่อง ยังมีหน้ามาถาม อีกว่า
’ ทำไมผมต้องเป็นเอดส์ด้วย ’ ชะ " บิ๊กโอ่งลอยหน้าเลียนเสียงลูกศิษย์
" งามหน้ามั้ยล่ะ กลางวี่กลางวันดันแต่งชุดนักเรียนเข้าซ่อง ขนาดโดนสารวัตนักเรียนซิวตัวมาส่งถึงที่อย่างนี้แล้ว ยังไม่สำนึก นี่.. ท่านมหาต้องเดือดร้อนกะเราอีกแล้วล่ะสิ เวรของหลวงพี่แท้ๆ เลยเชียว "
" เอ๊าะอ๋อ อย่างนั้นี่เอง ผมเข้าใจล่ะ " กำจรพยักหน้าหงึกหงัก " ’ จารย์ฟังผมก่อน ผมน่ะเข้าซ่องจริง แต่ไม่ได้เที่ยวซ่อง
ว้า.. ยังไงล่ะ คือผมจะอธิบายว่า ผมไปที่นั่น เพื่อขอสัมภาษณ์เอาข้อมูลมาเขียนเรื่องต่างหากเล่า "
" แล้วไอ้ที่อย่างว่า เขาเอาไว้ให้เธอไปนั่งลอยหน้าสัมภาษณ์เรอะ ความสมควรมันอยู่ตรงไหน ชุดนักเรียนก็ใส่อยู่โทนโท่ ไปเลยไปเลือกไม้เรียวมา หวดเสียก่อนแล้วค่อยคุยกะหลวงลุงเธอทีหลัง "
แม้จะถูกตีไปแล้ว กำจรยังไม่แล้วในใจ
" ไม่มีใครเชื่อข้าเลยซักคนหรือวะเนี่ย ข้าเข้าไปขอสมพาส เอ๊ย ขอสัมภาษณ์จริงๆ ไม่โกหก สาบานได้ โธ่.. เชื่อหน่อยเซ่ "
คุณล่ะเชื่อมันมั้ย ? ผมคนล่ะที่ไม่คิดจะเชื่อ ผมกลัวออกลูกเป็นลิง อย่างที่ท่านมหาเสริมบุญออกใบรับรองคุณภาพให้มัน
เอาเป็นว่า มันยังไม่ได้เขียนเรื่องอะไรเลยสักเรื่อง
ความฝันยังคงเป็นฝันค้าง ขึ้นต้นทำท่าจะไปได้สวยด้วยลำไม้ไผ่ แต่ไหงกลายเป็นบ้องกัญชาตอนจบก็ไม่รู้ซี
เขียนแล้วเหนื่อยหัวใจชะมัด ลาล่ะครับ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com