การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

จดหมายฉบับที่ 2 (ตอนที่ 3) by นมัสการภันเต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
21 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#104]

จดหมายฉบับที่ 2 (ตอนที่ 3)

          จบคำของลุงเชียรมหาอย่างเราก็จนใจที่จะตอบเพราะจริง ๆ แล้วสระบุรี ‘เลี้ยวขัว’ (ออกเสียงแบบอีสานแท้) อย่างข้อยก็ถามตัวเองเหมือนกัน...

          “สงสัยชีวิตบักมหาแหมวจะต้องทิ้งไว้ที่อินเดียเสียก็ไม่รู้...?”

          “สวดมนต์เถอะลุง...” เรายื่นหน้าไปบอกลุงเชียรอย่างนั้น เพราะไม่มีอะไรให้ทำได้ดีกว่านี้อีกแล้ว

          “เออ...ถึงไม่บอกก็ต้องทำอยู่แล้วแหละว่ะ...” พี่ชายคุณนายทมพูดปนหัวเราะเพราะในชั่วโมงนี้ ‘กลัว’ หรือไม่กลัวก็ต้อง ‘ปลง’ ลูกเดียว...

          เรากวาดตามองคณะทัวร์ทุกท่านตั้งแต่หลวงปู่...หลวงพ่อ จนถึงฆราวาส ต่างนั่งหลับตานิ่งเงียบ...ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า...

          ทุกคนไม่สวดมนต์ ก็ต้องทำสมาธิ...

          เพราะนั่นเป็นวิสัยของ ‘ชาวพุทธ’ แท้จริง...

          ฆราวาส...ทุกคนในคณะแสวงบุญครั้งนี้ล้วนเป็นศิษย์ติดตามครูบาอาจารย์มาทั้งสิ้น ฉะนั้นผู้เขียนจึงเชื่อว่าทุกคนต้อง ‘รู้’

          ...ยามใดที่ประสบความประหวั่นพรั่นพรึง...ขนพองสยองเกล้า...

          ยามนั้นควรรำลึกคุณแห่งพระรัตนตรัย ด้วยการเจริญบทสรรเสริญคุณอิติปิโส...สามห้อง ตั้งแต่อิติปิโสภควา อรหังสัมมาสัมพุทโธ...จนถึงอนุตรังบุญญะเขตตังโลกัสสาติฯ...และเมื่อนั้น...

          จิตอันหวาดหวั่นสะดุ้งกลัวก็จะคลายหาย...ไปอย่างอัศจรรย์...

          หันไปมองคุณนายทมบ้าง ก็เห็นเจ๊นั่งหลับตานิ่ง ๆ เหมือนกัน...ใครจะทำสมาธิหรือสวดมนต์บทไหนก็ไม่รู้ แต่มหาแหมวเชื่อว่าคุณนายต้องท่องบทสวดในหมวดมหาสติปัฏฐานนั้นแน่...

          เพราะระยะหลัง ๆ มานี่ให้คุณนายนั่งท่องอยู่ในห้องพระปาว ๆ ทุกวัน...จนท่านมหาอย่างเราจำได้

          “ชราธัมโมมหิ ชะรังอะนะติตา... (ผู้ชายออกเสียงโต...แต่ผู้หญิงออกเสียงตาจ้ะ...) เรามีความแก่เป็นธรรมดาจะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้...” ไล่ไปตั้งแต่... “กัมมะพันธุ...กัมมะโยนิ...จนถึงสัพเพหิเมหิ...นานาภาโววินาภาโว...เราจะละเว้นเป็นต่าง ๆ คือว่าจะต้องพลัดพรากจากของรักของเจริญใจทั้งสิ้นไป...”

          อาจจะเป็นเพราะ ‘ยายอ้วน’ (ตามชื่อที่คุณนายเรียกตัวเองบ่อย ๆ ) เริ่มรู้สึกตัวแล้วกระมังว่าตัวเองเริ่ม ‘แก่’ หลังจาก ‘ซ่าส์’ จนหยดสุดท้ายมาหลายสิบปี...สมัยเจอมหาแหมวใหม่ ๆ ไม่นานมานี่เองคุณเธอยังพกจุดสามแปดสเปเชียลแต่งไกปืนไว้ชนิดนิ้วแตะเบา ๆ ก็ลั่น ‘โป้ง’ ติดเอวตลอดเวลา ชะดีชะร้าย...ถ้าคุณตำรวจตั้งด่านค้นมีหวังพบ ‘อาก้า ฐานพับ’ วางข้างประตูรถเจ้าแม่วิมลมารเข้าจังเบอร์...

          “ทหารเขาให้...” เจ๊พูดหน้าตาเฉย แถมบางวันคุณนายนึกมันอะไรขึ้นมามิทราบ ทำตัวเป็นนางเอกหนังจีนเรื่อง ‘อาเจ๊สั่งลุย’ หรือ ‘เจ๊ขาใหญ่’ อะไรเทือกนี้แหละด้วยการคว้าปืนทุกกระบอกที่มีขนาดใส่กระเป๋าเพียบแปร้...

          “ไปไอ้ยอด...แม้วด้วย...”

          “ไปไส...?” เราตาค้าง...นึกว่าอาเจ๊จะพาไปดวลกะใคร

          “ไปสนามยิงปืนรักษาดินแดง...!” คุณนายตอบหน้าตา ‘เสย...เสย...’ มาจากคำว่า เฉย ๆ ของไอ้ยอดตัวโย่ง...

          “ของมัก...” เจ้าตัวแรกของอาเจ๊ ‘เดาะ’ ภาษาต่างประเทศที่เคยอยู่ใต้การปกครองของ...ท้าวสุวรรณภูมา ซึ่งแปลเป็นภาษาในประเทศว่า ‘ของชอบ’ ด้วยอาการถูมือ...ตอบกระเหี้ยนกระหือ...

          ‘...ห้าสิบนัด สองร้อยแปดสิบ’ มือราคาลูกซ้อมในวันนั้น...แต่ก่อนนี้ไม่รู้เท่าไหร่ สมกับที่มันพูดว่า ‘ของมัก’ จริง ๆ แหละ เพราะไอ้ยอดกระดิกนิ้ว ‘กระหน่ำ’ ซะหลายกล่อง...(สี่กล่องก็แค่พันกว่า...เท่าเนี้ยะ!)

          “ถ้าเอ็งเกิดแถวนครพนมอย่างข้า...แกไม่มีสิทธิชื่อนายกุลฑลแน่...” มหาผู้วางปืนมานานหลายปีพูดกะมัน...

          “ไม่มีชื่อกุณฑลแล้วชื่ออะหยัง...?” มันดัดจริตเดาะภาษาอีสานกับตัวจริงอย่างเรา...

          “เอ็งต้องได้ชื่อว่า...บักคำผลาญ...!” มหาแหมวเน้นคำชัดเจนสมเป็นหน้าตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่พวกสำเนาอย่างมัน...ได้ผลเพราะหน้าไอ้ทโมนหัวปีของคุณนาย ‘จ๋อย’ ไปได้ซักห้านาที...(ห้านาทีนี่ก็ถือว่าเยอะแล้วกับความรู้สึก เพราะปกติมันไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาวกะใครหรอก)

          “เหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก...” ท่านมหาอย่างเราถือโอกาสเทศน์นอกธรรมาสน์...

          “เรื่องอะไร?” แม่หนูอี๊ดของคุณนายไข่หันมาถาม...

          “วัน ๆ ไม่มีอะไรทำ นอกจากผลาญน้ำมันแล้วยังไม่พอนี่มาผลาญลูกปืนอีก...”

          “เฮ่ย...นาน ๆ ถี่...” ยายอ้วนทำโบกมือ... “ลูกผู้ชายก็ต้องมีมั่ง...”

          “มั่งอะไร...เดือนนี้เฉพาะอียอดคนเดียวหลายพันแล้ว...อยู่ ๆ ก็เอาเงินมาทิ้ง...” เราแสร้งบ่น...ทั้ง ๆ ที่ในใจนึกรู้ ‘วันนั้น’ คนเป็นแม่ต้องการสอนลูกโดยอาศัยพี่ชายคอยดู...คอยแนะ...

          แม่หนูอี๊ดของพวกมันรู้ว่า...ก่อนจะมาเป็นท่านมหาในวันนี้ นิ้วชี้มือขวาของ ‘เจ้าแม้ว’ ผ่านการเหนี่ยวไกมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่...

          ...ในโลกนี้...ไม่มีสิ่งใดให้คุณหรือให้โทษถ่ายเดียว...

          ‘ปืน’ ก็เช่นกัน สามารถให้คุณให้โทษกับมนุษย์ได้เท่า ๆ กันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับผู้ที่มีโอกาสถือและครอบครองมัน...

          ‘ปืน’ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่คนเราต้องมี...แต่ถ้าจำเป็นต้องมี... ‘คนมี’ ต้องรู้จักวิธีใช้มันให้ถูกวิธี...มิเช่นนั้นแทนที่จะเป็นคุณกลับเป็น ‘โทษ’ มหันต์!

          “คนไม่เคยเห็นปืน...ไม่เคยจับปืนมาก่อนจะสั่น...” เจ๊รู้เหมือนที่อีแม้วของเจ๊รู้... “ยอดเป็นผู้ชายบางครั้งจำเป็นต้องใช้ปืนปกป้องตัวเองหรือใครซักคน...เคยจับไว้มั่งก็ดี”

          “ใช้ปืนอย่าคะนอง...อย่าประมาท...” เรากล่าวเสริม... “ถ้าไม่จำเป็นอย่าชักปืนต่อหน้าใคร เผลอ ๆ อาจตายฟรีเพราะเมื่อถูกยิงคนยิงจะอ้างว่าทำไปเพราะป้องกันตนเองได้...” อีกมากมายหลายประการที่ยอดจะได้จาก ‘พี่’ จาก ‘แม่’...

          โดยเฉพาะหลักแห่ง ‘เมตตาธรรม’ ดูเหมือน แม่หนูอี๊ดของมันจะพูดบ่อยที่สุด...

          “อย่ารังแกสัตว์...กับอีกอย่างคือ...อย่าทำร้ายผู้หญิง...”

          “ยอดรู้...” มันพยักหน้าหงึกหงัก...เพราะอย่างน้อยมันเองนั่นแหละที่เคยปลอบคนเป็นแม่มา...

          “อย่าร้องฉิ...อย่าร้องกี๊ด ๆ ...ไม่มีใครักก็ชั่ง...แม่มียอดแล้วไม่พอรึ...?” ไอ้ยอดมันรู้จักปลอบมารดาตั้งแต่มันยัง ‘พูดไม่ซัก’ ด้วยซ้ำ...

          ฉะนั้น...คุณนายทมจึงชอบกล่าวถึงมันตอบลับหลังอยู่เสมอ... “เจ้ายอดมันเป็นทั้งลูกทั้งเพื่อน...” ด้วยเหตุผลที่ว่า... “เวลาร้องไห้เพราะเป็นทุกข์มีมือน้อย ๆ ของมันวันนั้นคอยปาดน้ำตาให้...”

          “ลูกผู้ชาย...ต้องไม่ทำร้ายผู้หญิง...” จึงเป็นคติธรรมประจำใจของเด็กสามคนที่คุณนายคอยพร่ำสอนมาโดยตลอด...

          ...ผู้หญิงอ่อนแอกว่า...แถมเป็นเพศแม่ที่คอยโอบอุ้มลูกทุกคนมาด้วย ‘ความรัก’ ฉะนั้นการทำร้ายผู้หญิงจึงมิต่างกับทำร้าย ‘แม่’ ของตนด้วย...

          “ยอดสัญญา…’ พูดถึงเรื่องนี้ ไอ้ตัวโย่งของเจ๊มักทำหน้าขึงขังเสมอ... “อย่างน้อยยอดก็เห็นความทุกข์ของแม่มาแล้ว...”


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com