
จดหมายฉบับที่ 4 (ตอนที่ 7)
ในมหาปรินิพพานสูตร กล่าวไว้ว่า...กาลที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวโดยนัยกับพระอานนท์ว่าพระองค์จะถึงเวลาสู่ปรินิพพานในระยะอันใกล้...พระอานนท์ทรงทูลถามว่า...
...แม้นพระองค์ทรงปรินิพพานไปแล้ว เหล่าพุทธบริษัทจะพึงถือสิ่งใดแทนพระองค์เล่า?
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสตอบในทำนองให้ยึดถือพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์เป็นตัวแทน...จนมีพุทธพจน์ที่ว่า... ‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต’ ดังกล่าว
นอกจากนั้น...พระพุทธองค์ยังทรงตรัสต่ออีกว่า กาลที่เราดับขันธ์สู่ปรินิพพานแล้ว...ชนเหล่าใดได้มากราบไหว้นมัสการสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพานของเราด้วยความเลื่อมใส ยามใดถึงกาลกายแตกดับ ชนเหล่านั้นจะเสวยสุขคติภูมิเป็นอย่างน้อย...
ข้อความในมหาปรินิพพานสูตรกล่าวไว้อย่างนั้น...และด้วยประการนี้ในฐานะชาวพุทธผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์สมเด็จพระบรมศาสดา ฤา...ไม่ดิ้นรนขวนขวายหาทางไปนมัสการสังเวชนียสถานให้ได้สักหน...
เมื่อพูดถึงหลวงพ่อพระครูสิริปุญญาธร เจ้าอาวาสวัดตูม อยุธยาแล้ว ก็อยากถือโอกาสแนะนำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือ ‘หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ’ ที่เป็นพระพุทธรูปองค์ประธานในโบสถ์เก่า หากตอนนี้ถูกชะลอขึ้นมาประดิษฐานบนศาลาใหญ่ สักนิด...
ความน่ามหัศจรรย์ของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธินั้นเป็นสิ่งที่กล่าวขานกันมานาน เนื่องจากพระเศียรของท่านเปิดได้ และมีน้ำมนต์ไหลซึมออกมาตลอดเวลา
พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบจักรพรรดิมาลายุคอยุธยา...เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ดั้งเดิม ตั้งอยู่ในพระอุโบสถวัดตูมมานับร้อย ๆ ปี...เดิมทีทุกคนคิดว่าท่านเป็นพระที่ทำจากปูน เพราะถูกฉาบถูกพอกไว้ด้วยปูนทั้งองค์ อาจจะเป็นเพราะในช่วงปลายอยุธยาก่อนกรุงแตก คนในยุคนั้นอำพรางองค์ท่านเอาไว้ให้พ้นจากการถูกทำลายของพม่า...
หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิถูกตั้งอยู่ในพระอุโบสถมานาน โดยไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดรู้ว่าแท้จริงท่านเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเนื้อแท้ข้างในเป็นทองสัมฤทธิ์ทรงค่ามหาศาล จนวันหนึ่ง...เมื่อสมัยเจ้าอาวาสองค์ก่อนโน้น...
...เรื่องราวถูกเปิดเผยขึ้นมาโดย คนบ้า...คนเสียสติ!
คนเสียสติดังกล่าวเป็นผู้ชายที่ระเหเร่ร่อนร่างกายเปลือยเปล่า มานอนอยู่ข้างโบสถ์ที่มีพระประธานเป็นหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิประดิษฐานอยู่...จู่ ๆ เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมาก็ลุกเข้าไปในพระอุโบสถ ปีนขึ้นเขย่าพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิจนหลุดออกพร้อมกับวักน้ำมนต์ในพระเศียรขึ้นดื่ม...
...ทันทีที่ดื่มน้ำมนต์ในพระเศียรลงไป...เขาก็หายจากอาการบ้าทันที!
ด้วยเหตุนี้...ความลับของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิจึงยุติลง จากพระปูนในสายตาของผู้คน กลายเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในบัดดล...นับแต่กาลบัดนั้นตั้งแต่สมัยเจ้าอาวาสองค์ก่อนถึงปัจจุบัน ได้นำน้ำมนต์จากพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิมาผสมทำน้ำพระพุทธมนต์สงเคราะห์ญาติโยมมาตลอด จนเป็นที่รู้กันว่า ‘น้ำมนต์วัดตูม’ นั้นศักดิ์สิทธิ์นัก...
...ขนาดคนเป็นมะเร็งยังหายมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่...
“แต่คนเป็นมะแล...โดยเฉพาะสาว ๆ สวย ๆ อย่างป๋าแหมวรักษาไม่หาย...” ไอ้ยอดตัวโย่ง ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์อีกคนของหลวงพ่อพระครูสิริปุญญาธร ตีลูกเหน็บ..
“ตูเลิกแล้ว...” มหาแหมวค้อนควัก
“เลิกอะไร...?” มันยังไม่ยอมหยุด... ‘เลิกจีบสาว...รึ...?”
“พอ ๆ ๆ...” เรายกมือท่าพระปางห้ามญาติ เพราะรู้ว่ามันจะพูดอะไรต่อ... “อย่าพูดต่อ...”
“โด่...” อีตุ๊เด่นแค่นเสียงเยาะ... “กลัวได้ยินแล้วอนุสัยเก่ากำเริบแหง ๆ...” มันเดาะภาษาพระ...ให้ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มหาหยั่งเรา ‘รู้’ อนุสัยของมันถ้าแปลตรง ๆ ก็ ‘สันดาน’ นะแหละ...แต่ก็นับว่าการได้บวชเณรของมันยังไม่สูญเปล่า...
...ถ้าขืนมันได้บวชเป็นพระสึกหาลาเพศออกมา...
มหาแหมวมีหวังต้องย้ายบ้าน!
...กลัวมันงัดพระคัมภีร์ออกมาโปรดนะซี้...ท่านผู้อ่าน...
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com