การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

จดหมายฉบับที่ 4 (ตอนที่ 7) by นมัสการภันเต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
15 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#128]

จดหมายฉบับที่ 4 (ตอนที่ 7)

 

          ในมหาปรินิพพานสูตร กล่าวไว้ว่า...กาลที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวโดยนัยกับพระอานนท์ว่าพระองค์จะถึงเวลาสู่ปรินิพพานในระยะอันใกล้...พระอานนท์ทรงทูลถามว่า...

          ...แม้นพระองค์ทรงปรินิพพานไปแล้ว เหล่าพุทธบริษัทจะพึงถือสิ่งใดแทนพระองค์เล่า?

          สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสตอบในทำนองให้ยึดถือพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์เป็นตัวแทน...จนมีพุทธพจน์ที่ว่า... ‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต’ ดังกล่าว

          นอกจากนั้น...พระพุทธองค์ยังทรงตรัสต่ออีกว่า กาลที่เราดับขันธ์สู่ปรินิพพานแล้ว...ชนเหล่าใดได้มากราบไหว้นมัสการสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพานของเราด้วยความเลื่อมใส ยามใดถึงกาลกายแตกดับ ชนเหล่านั้นจะเสวยสุขคติภูมิเป็นอย่างน้อย...

          ข้อความในมหาปรินิพพานสูตรกล่าวไว้อย่างนั้น...และด้วยประการนี้ในฐานะชาวพุทธผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์สมเด็จพระบรมศาสดา ฤา...ไม่ดิ้นรนขวนขวายหาทางไปนมัสการสังเวชนียสถานให้ได้สักหน...

          เมื่อพูดถึงหลวงพ่อพระครูสิริปุญญาธร เจ้าอาวาสวัดตูม อยุธยาแล้ว ก็อยากถือโอกาสแนะนำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือ ‘หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ’ ที่เป็นพระพุทธรูปองค์ประธานในโบสถ์เก่า หากตอนนี้ถูกชะลอขึ้นมาประดิษฐานบนศาลาใหญ่ สักนิด...

          ความน่ามหัศจรรย์ของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธินั้นเป็นสิ่งที่กล่าวขานกันมานาน เนื่องจากพระเศียรของท่านเปิดได้ และมีน้ำมนต์ไหลซึมออกมาตลอดเวลา

          พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบจักรพรรดิมาลายุคอยุธยา...เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ดั้งเดิม ตั้งอยู่ในพระอุโบสถวัดตูมมานับร้อย ๆ ปี...เดิมทีทุกคนคิดว่าท่านเป็นพระที่ทำจากปูน เพราะถูกฉาบถูกพอกไว้ด้วยปูนทั้งองค์ อาจจะเป็นเพราะในช่วงปลายอยุธยาก่อนกรุงแตก คนในยุคนั้นอำพรางองค์ท่านเอาไว้ให้พ้นจากการถูกทำลายของพม่า...

          หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิถูกตั้งอยู่ในพระอุโบสถมานาน โดยไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดรู้ว่าแท้จริงท่านเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเนื้อแท้ข้างในเป็นทองสัมฤทธิ์ทรงค่ามหาศาล จนวันหนึ่ง...เมื่อสมัยเจ้าอาวาสองค์ก่อนโน้น...

          ...เรื่องราวถูกเปิดเผยขึ้นมาโดย คนบ้า...คนเสียสติ!

          คนเสียสติดังกล่าวเป็นผู้ชายที่ระเหเร่ร่อนร่างกายเปลือยเปล่า มานอนอยู่ข้างโบสถ์ที่มีพระประธานเป็นหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิประดิษฐานอยู่...จู่ ๆ เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมาก็ลุกเข้าไปในพระอุโบสถ ปีนขึ้นเขย่าพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิจนหลุดออกพร้อมกับวักน้ำมนต์ในพระเศียรขึ้นดื่ม...

          ...ทันทีที่ดื่มน้ำมนต์ในพระเศียรลงไป...เขาก็หายจากอาการบ้าทันที!

          ด้วยเหตุนี้...ความลับของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิจึงยุติลง จากพระปูนในสายตาของผู้คน กลายเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในบัดดล...นับแต่กาลบัดนั้นตั้งแต่สมัยเจ้าอาวาสองค์ก่อนถึงปัจจุบัน ได้นำน้ำมนต์จากพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิมาผสมทำน้ำพระพุทธมนต์สงเคราะห์ญาติโยมมาตลอด จนเป็นที่รู้กันว่า ‘น้ำมนต์วัดตูม’ นั้นศักดิ์สิทธิ์นัก...

          ...ขนาดคนเป็นมะเร็งยังหายมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่...

          “แต่คนเป็นมะแล...โดยเฉพาะสาว ๆ สวย ๆ อย่างป๋าแหมวรักษาไม่หาย...” ไอ้ยอดตัวโย่ง ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์อีกคนของหลวงพ่อพระครูสิริปุญญาธร ตีลูกเหน็บ..

          “ตูเลิกแล้ว...” มหาแหมวค้อนควัก

          “เลิกอะไร...?” มันยังไม่ยอมหยุด... ‘เลิกจีบสาว...รึ...?”

          “พอ ๆ ๆ...” เรายกมือท่าพระปางห้ามญาติ เพราะรู้ว่ามันจะพูดอะไรต่อ... “อย่าพูดต่อ...”

          “โด่...” อีตุ๊เด่นแค่นเสียงเยาะ... “กลัวได้ยินแล้วอนุสัยเก่ากำเริบแหง ๆ...” มันเดาะภาษาพระ...ให้ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มหาหยั่งเรา ‘รู้’ อนุสัยของมันถ้าแปลตรง ๆ ก็ ‘สันดาน’ นะแหละ...แต่ก็นับว่าการได้บวชเณรของมันยังไม่สูญเปล่า...

          ...ถ้าขืนมันได้บวชเป็นพระสึกหาลาเพศออกมา...

          มหาแหมวมีหวังต้องย้ายบ้าน!

          ...กลัวมันงัดพระคัมภีร์ออกมาโปรดนะซี้...ท่านผู้อ่าน...


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com