ของฝากวันเข้าพรรษา ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ของฝากวันเข้าพรรษา (3) by ปุณณมี

6 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
4 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 5 ปี ที่ผ่านมา
[#1168]

ชื่นชมกับกุฏิ’ตะเคียนราย’กันพอสมควรแล้วก็กลับขึ้นศาลาภาวนากันต่อจนถึงเวลาน้ำปานะ ได้ความรู้ใหม่เป็นศัพท์สองคำสืบเนื่องมาจากคำบอกที่ว่า ‘ตอนเวลาน้ำปานะก็จะถวายปรมัตถ์ให้พระท่านฉัน เสร็จแล้วท่านจึงจะออกมาตีตาด’ เพิ่งรู้ว่าตีตาดก็คือกวาดลานวัดนั่นเอง กลับมาแล้วลองค้นในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานก็ไม่ยักมี ทั้งคำว่าตาดเฉยๆด้วย ไปเจอมีคนอธิบายไว้ในเว็บว่าตามวัดป่าท่านใช้คำนี้เพราะตาดหมายถึงไม้กวาดทางมะพร้าวด้ามยาว ธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละวัดอาจแตกต่างกันบ้าง อาจฉันน้ำปานะก่อนหรือตีตาดก่อนก็ได้เช่นกัน

ส่วนคำปรมัตถ์ตามที่ได้ยินสร้างความงุนงงสงสัยเป็นอย่างมาก เคยรู้แต่คำ ปรมัตถธรรม คือธรรมอันยอดยิ่งเอกอุ หรือสำนวนว่า มันเป็นเรื่องของปรมัตถ์ หมายความถึงเรื่องอันลึกซึ้งยากที่ปุถุชนคนธรรมดาจะหยั่งถึงเข้าใจได้ คิดแปดตลบก็ไม่เห็นจะแปลว่าปรมัตถ์ที่อยู่ในชามตรงหน้าได้ยังไง ที่เราเห็นก็คือ โอสถ หรือ เภสัช นั่นเอง เป็นสิ่งที่มีบัญญัติให้พระภิกษุฉันได้เพื่อเป็นยา เพื่อบำรุงธาตุขันธ์ให้อยู่ได้ เช่น สมอ มะขามป้อม เนยกวน เป็นต้น กลับมาแล้วหาใน พจนานุกรมก็ไม่ได้อะไรต่างไปจากที่เราเข้าใจ มาถึงบางอ้อตอนขุดคุ้ยหลอกล่อถามเอาจากกูเกิ้ลเพื่อนรัก ต้องหลอกล่อ เพราะใส่คำปรมัตถ์ตรงๆก็ไม่ได้ความเหมือนกัน สรุปว่าคำนี้มี ที่มาจากศัพท์ว่า ยาปนมัต เขียนแบบบาลีว่า ยาปนมัตต์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้คำแปลว่า

น. อาหารที่พอจะให้ร่างกายดํารงอยู่ได้. ว. สักว่ายังชีวิตให้เป็นไป, พอเลี้ยงชีพ, พอเยียวยาชีวิต, ภาษาตลาดมักพูดว่า ยาปรมัดไส้ (โอ้โฮ สงสัย พอยาไส้ คงมาจากตรงนี้ด้วยเนอะ) ในเว็บมีขยายความว่า ‘เรียกไปเรียกมา เรียกสั้นเข้า เป็น ปนมัตต์ ...กลายมาเป็น ปรมัตถ์

จนติดปากกัน กลายเป็นเรียกชื่อนี้แล้ว ...เอาเป็นว่า เข้าใจกัน’

กลับมาเล่าเรื่องปนมัตต์ในชามต่อ ขอเรียกปนมัตต์แล้วกันพอให้มีเค้าเดิมเล็กน้อย วันแรกยังไม่มีอะไร แต่วันต่อมาปนมัตต์ทำเรื่องจนได้ ก็เราเห็นแม่ชีภานั่งหั่นอะไรต่ออะไรอยู่คนเดียว เลยอาสาว่าให้ช่วยมั้ยคะ แม่ชีภาบอกว่า ‘ไม่เป็นไรค่ะ พวกคุณๆ นานๆมีโอกาส มาทีละไม่กี่วัน อยากให้ได้ภาวนาเยอะๆมากกว่า ถ้าท่านทราบท่านจะว่าถ้าอยากทำงาน ทำอยู่ที่บ้านก็ได้ ‘ เห็นมั้ยนอกจากสถานที่แล้ว ไม่ว่าใคร ไม่ว่าอะไรล้วนเอื้อต่อการปฏิบัติไปซะหมด (เหลือแต่ตัวเรานี่แหละ) ปนมัตต์วันนั้นพวกเราส่วนใหญ่ ไม่เคยเห็น มีขิงอ่อน ข่าอ่อน ตะไคร้ กระเทียมดองน้ำผึ้ง มะนาว ชีส ทุกอย่างหั่นชิ้นลูกเต๋า แถมด้วย พริกขี้หนู เกลือป่น เวลาทานก็ห่อด้วยใบชะพลู เหมือนเมี่ยงคำ หยอดน้ำผึ้งนิดหน่อย ถ้ามีเมล็ดทานตะวัน หรือสาหร่าย แผ่นก็ใส่ได้ แต่สาหร่ายต้องอ่านส่วนผสมให้ดี บางยี่ห้อ ผสมน้ำซุปปรุงรส พระท่านพิจารณาแล้วจะไม่ฉัน ชาวคณะต่างออกอุทานว่า อร่อยจริงๆ เคี้ยวลงไปแล้วกลมกล่อมไม่รู้อะไรเป็นอะไร รสขิง รสข่า รสตะไคร้ ก็หาไม่เจอ พากันสามัคคีเป็นรสอร่อยรสเดียวเลย เสียงแม่ชีภาอีกนั่นแหละที่ลอยมาว่า ‘ท่านห้ามใช้คำว่าอร่อยค่ะ ให้ว่า พอดี’ โอ๋ว..พอดีก็พอดีค่ะ พอดีไป พอดีมา ปนมัตต์หมดชามพอดี ไม่รู้ว่าเรานั่งพิจารณา ปนมัตต์กันนานเท่าไร รู้แต่ว่าที่ตั้งใจจะตีตาดกันบริเวณ ศาลาที่พักก็ไม่ได้ตี พระท่านมาตีจนเกลี้ยง จนหลวงปู่ ท่านตีตาดไปถึงกุฏิปฏิบัติธรรมฝั่งโน้นเราก็ยังพิจารณา กันอยู่ เป็นอย่างนี้สองวัน ไม่มีใครสังหรณ์ใจว่าศีลแปด ..วิกาละโภชนา..จะขาดไปเรียบร้อยแล้ว เพิ่งแน่ใจตอนรู้คำแปลนี่แหละ โธ่เอ๋ย keyword (ขอโทษที่ใช้ภาษาปะกิดค่ะ) มันอยู่ที่ พอดี พอเป็นยา นี้แล พิจารณาเข้าปากแค่สองคำ ก็น่าจะพอเป็นยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้แล้ว นี่เราเล่นจนอิ่ม เสียท่าจริงๆ แต่ไหนแต่ไรไม่ค่อยมีปัญหาอยากกินอะไร กับเค้า เจเขี่ยมาตั้งนานสบายมาก ในที่สุดต้องมาแพ้ ขิงข่าตะไคร้ใบชะพลูที่วัดนี่เอง

มีอีกอย่างที่ไม่เคยเห็นแล้วเพิ่งมาเห็นคราวนี้ก็คือ พระจันทร์ขึ้น คืนวันที่ 9 พระอาจารย์พาสวดมนต์นานมาก (ถ้าวันพระ หลวงปู่ท่านจะลงนำ) เดินกลับมา สองทุ่มกว่ามองไปเห็นท้องฟ้าด้านทางเข้าวัดเป็นสีชมพู สว่างมาก มีคนสงสัยว่าชาวบ้านจัดงานที่ไหนกัน ไม่ทันไรก็เห็นพระจันทร์ค่อยๆโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมา เหนือยอดไม้ ว้าว.. สวยจริงๆเลย เกิดมาจนป่านนี้เพิ่งจะเคยเห็น พระจันทร์แรมสองค่ำสีเหลืองสว่างจ้า ขอย้ำว่าสีเหลืองจริงๆไม่ใช่เหลืองนวล แถมฟ้ามืดสนิทเห็นดาวระยิบไม่มีเมฆซักก้อน งานนี้ชมจันทร์กันไม่นานเพราะกลัวยุงหามต้องรีบแยกย้ายกันไป

พอถึงวันที่ 12 ตอนสาย พากันไปกราบลาหลวงปู่ ท่านทักว่า

‘เป็นไง แว้บไปเที่ยวบ้านบ้างหรือเปล่า’

ตอบท่านอยู่ในใจว่าเปล่าเจ้าค่ะ หนูจดจ่อกับปนมัตต์ แต่เสียงพรรคพวกตอบว่า ไม่ห่วงบ้านเลยเจ้าค่ะ ถูกท่านทักว่า

‘แว้บไปกับห่วงมันก็คนละอย่าง

จิตนี่มันเร็วนะ แว้บเดียวไปรอบโลกก็ได้’

จากนั้นท่านให้โอกาสถามเรื่องการปฏิบัติ มีคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เห็นหรือรู้สึกไประหว่างนั่งสมาธิเดินจงกรม ขอข้ามรายละเอียดไป เพราะในที่สุดแล้วท่านก็ว่า

’มันเป็นได้หลายอย่าง เป็นอย่างนี้แล้วเดี๋ยวก็เป็น

อย่างอื่นต่อไป ..ก็ให้ทำต่อไป..ทำไปเรื่อยๆ’

ท่านถามพวกเราว่า

’รู้จักเวรกับกรรมหรือเปล่า’

โอ๊ยง่าย รู้จักกันทุกคน แต่แหม ยังกับท่านได้ยินเราพูด กันก่อนหน้านี้ ที่พวกเราคนหนึ่งเล่าว่าไม่ขอจองเวรใคร เจ้าตัวเลยเรียนถาม

‘ถ้าใครเอาของเราไป แล้วเราบอกว่า ถ้าเราเคยเอา

ของเค้ามาก็แล้วไป แต่ถ้าไม่ใช่วันนึงเค้าก็ต้องมาคืน

เราเอง อย่างนี้ล่ะเจ้าคะ’

ยิ้มของหลวงปู่เปี่ยมด้วยเมตตาจริงๆตอนที่ท่านตอบ

คำเดียวเน้นๆว่า

’เวร’

ต่อด้วยประโยคสำคัญอีกประโยค

‘พวกเรา กาย วาจา ใจ ยังไม่เสมอกัน’

อึ๋ย..คนอื่นคิดยังไงมั่งไม่รู้นะ แต่เรา…

ภาพปนมัตต์ลอยมาเต็มจานเลย

’อืมม์ ที่จริงมันก็ยากอยู่’

เฮ้อ.. ค่อยยังชั่ว มันยากจริงๆเจ้าค่ะ

‘ก็ให้พอใจที่เราทำได้นะ ที่เราได้มาทำ

ไม่ต้องไปดูของคนอื่น เพราะทำมาไม่เหมือนกัน

ช้าเร็วไม่เท่ากัน เหมือนขับรถไป หรือเดินไป

หรือขึ้นเครื่องบินไป

แต่ก็นั่นแหละ …ก็ถึงเหมือนกัน’

เสียงลูกศิษย์เสริมว่า

‘ถ้าเครื่องบินไม่ตกซะก่อน’

หลวงปู่ท่านยกตัวอย่างต่ออีก

’แม้ว่าจะทำวิธีไหนแต่จุดมุ่งหมายก็ไปที่เดียวกัน

… ผลลัพธ์อย่างเดียวกัน …

ในทางโลกก็เช่นกัน การทำงาน ไม่ว่าทำอะไร

เป็นหมอ เป็นพ่อค้า เป็นอะไร ผลลัพธ์อย่างเดียวกัน

… คือได้เงิน’

ท้ายที่สุด ท่านย้ำ

‘ให้พอใจกับที่เราได้ทำ

…ที่เราได้ … ที่มาถูกทาง

ถ้ามาถูกทางแล้ว ก็ยังมีความหวังอยู่


5 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 5 ปี ที่ผ่านมา

          ไม่ได้ชาตินี้ ก็มีชาติหน้า มีชาติต่อๆไป

          …มาถูกทางแล้ว

          …ก็มีความหวังอยู่ …ทุกคน

          …ก็ให้ทำไป…ทำไปเรื่อยๆ…’

พวกเรากราบลาท่าน ออกจากวัดมาด้วยปีติยินดี

ห้าวันสี่คืนนี้ช่างคุ้มค่า แม้ว่าจะปิดวาจาไม่สำเร็จ แม้ว่าศีล

จะกระท่อนกระแท่น แม้ว่าจะง่วงจนฟุบ (อิ อิ ใครเอ่ย)

ในคราวนี้ แต่แต่ละคนคงพบความก้าวหน้าต่างๆกันไป

ได้สัมผัสกับ’อะไรต่ออะไร’ที่เป็นกำลังใจให้เดินหน้าต่อ

ด้วยใจเบิกบาน แถมด้วย ’การบ้าน’ ข้อใหญ่ของใคร

ของมันที่ต้องเอากลับไปคิดไปแก้กันเอง

ในที่สุดวิกฤตจิตตกของเราเมื่อเดือนก่อน จากที่ได้กำลังใจ

จากหลายๆคนก่อนหน้า ก็มาได้คำตอบสุดท้ายจากที่นี่

สรุปลงตัว เลิกวุ่นวายเสียที

          ท่องเอาไว้ ท่องเอาไว้ อย่าไปอยาก

          ที่มันยาก มันไม่รู้ มันไม่เห็น

          ให้รู้ไว้ ก็แค่ยัง ทำไม่เป็น

          ถ้าทำเป็น มันก็เห็น เป็นธรรมดา

          ทำเรื่อยไป ทำเรื่อยไป ทำไปเรื่อย

          ทำไปเรื่อย อย่าบ่นเหนื่อย บ่นเมื่อยขา
         
          จะยืนเดิน นั่งนอน ก็ภาวนา

          กาย-วาจา- ใจ ‘เสมอ’ ก็เจอธรรม

          จะชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหน

          อย่าร้อนใจ อย่าให้‘อยาก’ มันลากถลำ

          มาถูกทาง ครูอาจารย์ ท่านเดินนำ

          ไม่เลิกทำ แล้วความหวัง ก็ยังมี

หวังว่า’ของฝาก’เที่ยวนี้คงรสชาติพอใช้ได้นะคะ

ถ้าให้ดีขอเชิญชวนหาเวลาไปชิมกันเองที่วัด…

ใครเจออะไรอร่อยอีก กลับมาบอกด้วยก็ดีค่ะ

by bปุณณมี


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 5 ปี ที่ผ่านมา

ลืมประชาสัมพันธ์ไปหนึ่งเรื่อง เที่ยวหน้าศาลาที่พักจะ

ติดประตูมุ้งลวดเป็นบานเลื่อนแล้วนะจ๊ะ

ขออนุโมทนากับคณะที่ไปปฏิบัติก่อนหน้าที่ได้

ริเริ่มไว้จนได้ปัจจัยครบในที่สุด ตลอดจนผู้ร่วมสมทบ

ทุนทุกคน ..สาธุ

by ปุณณมี


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 5 ปี ที่ผ่านมา

ครูภาษาไทย รู้สึกกระดากใจที่ไม่เคยสงสัยเลยว่ายาปรมัตถ์ คือปนมัตต์ นึกว่าเป็นคำเฉพาะของพระท่าน ขอบคุณนะคะที่ช่างสงสัยจนได้ความรู้รากศัพท์บาลีมาฝาก

และขอโมทนาในจิตวิริยะ (คิดขึ้นเอง เพราะมี คำว่า จิตสาธารณะ กับจิตอาสา 2คำแล้ว) คืออดทนปฎิบัติแล้วนำประสบการณ์มาแบ่งปันทุกคนค่ะ

by พี่กุ้ง


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 5 ปี ที่ผ่านมา

วัดอยู่ไหน วัดที่ใจ จึงใช่วัด

ใจสะบัด หรือไม่ ให้ดูจิต

ความสงบ คือการ วางความคิด

รู้ถูกผิด ด้วยสติ กำหนดดู

สุขใจ พาไหลหลง ลืมสัจ

ทุกข์ตัด จิตถดถอย คุดคู้

สลัดวาง อารมณ์ทิ้ง ทั้งคู่

ใจจิตอยู่ อุเบกขา พบสันติเอย

by จารย์แม้ว


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 5 ปี ที่ผ่านมา

พี่กุ้งมองในแง่ดีจังค่ะ คิดอยู่เหมือนกันว่าเอา

ตัวเองมาประจานน่าจะ’โลนหล่า’ซะมากกว่า

ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะที่’สั่งสอน’อย่างนิ่มนวล

เห็นชัดเลยว่าพอลงจากศาลาแล้วสติเราหลุดลุ่ย

ขนาดไหน

ตอนนี้กำลังพยายามทำการบ้านอยู่ค่ะ

by ปุณณมี


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com