
จิตตบริหาร
ฉบับนี้ไม่พูดพล่ามทำเพลงกันละครับ ขอเข้าสู่สาระสำคัญกันเลยดีกว่า พูดถึงการทำภาวนา หรือการปฏิบัติสมาธิของคนส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นไปในเรื่องการแสวงหาความสงบ แสวงหาปัญญา
เพื่อความพ้นทุกข์ ตัดวัฏฏะวงจรของการเวียนว่ายตายเกิดกันทั้งสิ้น
การจดจ่อกับสมาธิบางครั้งก็ทำให้หลาย ๆ ท่านที่เป็นนักปฏิบัติเกิดการเบื่อหน่าย หลายรายเครียดเกร็งกับการเพ่งเพียรภาวนา หากไม่เห็นผลก็ท้อแท้ใจจนละทิ้งการปฏิบัติไปก็มาก ตรงนี้น่าเสียดายกับต้นทุนเวลาที่สูญเสียไปอย่างยิ่ง
วันนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำหลักการปฏิบัติสมาธิแบบบริหารจิตบ้าง เป็นการฝึกแบบง่าย ๆ ใช้บริหารตามหลักที่เรียกว่า ‘จิตตบริหาร’ เป็นกีฬาเพื่อบริหารจิตให้มีสุขภาพอนามัยและอิทธิพลควบคู่ไปกับความเพลิดเพลิน
เพราะธรรมชาติของจิตใจก็ต้องการการบริหารเหมือนกับร่างกายเช่นกัน
จิตใจที่ได้รับการบริหารดี ย่อมมีความสุขปราศจากโรคเหมือนร่างกายคนฉลาดในกระบวนจิตย่อมเป็นประโยชน์ในการบริหารจิตอย่างมาก เพราะการทำอะไรอย่างเป็นการเป็นงานเสมอไป ย่อมทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและอิดหนาระอาใจ
ถ้าทำเป็นการกีฬาเสียบ้าง แม้จะเหน็ดเหนื่อยก็มีความสนุกสนานแช่มชื่นเบิกบานเหมือนเล่นกีฬาทางร่างกาย
เมื่อเป็นเช่นนั้น โบราณจารย์ ปราชญ์ทางจิตท่านจึงกำหนดให้มีกีฬาทางจิตขึ้นให้นักปฏิบัตินำมาใช้ เป็นจิตตกีฬาที่เป็นประโยชน์ในการบริหารจิตที่เรียกว่า ‘จิตตบริหาร’
จิตตบริหาร คือการแต่งอารมณ์ แต่งความรู้สึกให้เป็นไปในสิ่งต่าง ๆ หรือโดยวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
๑. แต่งความรู้สึกไปตามกระแส ทุกสิ่งย่อมมีกระแสของมัน สิ่งน่ารักก็มีกระแสความรักเป็นประจำ สิ่งน่าเกลียดก็มีกระแสน่าเกลียดเป็นประจำ เมื่อเราได้ประสบหรือนึกถึงสิ่งน่ารักน่าเกลียดเราจะรู้สึกตามกระแสนั้น การแต่งอนุโลมตามกระแสของสิ่งนั้น ๆ
อย่างนี้เป็นจิตตกีฬาขั้นแรก ๆ ทำได้ง่าย
๒. แต่งความรู้สึกทวนกระแส ทุกสิ่งย่อมมีกระแสตามข้อหนึ่งข้างต้น ทีนี้ให้พยายามทำความรู้สึกทวนกระแสของสิ่งนั้นขึ้นไป คือแทนที่จะรู้สึกรักในสิ่งน่ารัก ก็ให้รู้สึกเกลียด แทนที่จะเกลียดในสิ่งน่าเกลียด ก็ให้รู้สึกไม่น่าเกลียดอย่างนี้เป็นต้น ขั้นนี้จะทำได้ยากขึ้น
แต่ถ้าฝึกจนทำได้จะมีประโยชน์มาก
๓. แต่งความรู้สึกตัดกระแส คือให้ความรู้สึกรักก็ได้ทั้งในสิ่งที่น่าเกลียดหรือน่ารัก หรือเกลียดในสิ่งที่น่ารักหรือน่าเกลียด ขั้นนี้ทำได้ยาก แต่ถ้าทำได้ก็จะเป็นประโยชน์ยิ่ง
๔. แต่งความรู้สึกเป็นกลางระหว่างกระแส คือให้รู้สึกเป็นกลาง ๆ ในสิ่งน่ารักและน่าเกลียด ในสิ่งน่ายินดีน่ายินร้าย ในสิ่งตื่นเต้นและไม่น่าตื่นเต้น ฯลฯ ขั้นนี้ทำได้ยากที่สุด หากทำได้ก็จะเป็นประโยชน์สุดเช่นกัน
๕. กำหนดความรู้สึกเห็นเป็นอสุภะขึ้นในร่างกายตนเอง หรือเป็นร่างกายของผู้อื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าจิตตนเองมีราคะอยู่ กามราคะก็จะดับไปจากจิตทันที ถ้ากามราคะมีอยู่ในจิตผู้อื่น กามราคะจะดับไปจากจิตผู้อื่นทันที
๖. กำหนดความเมตตาขึ้นในจิตให้เต็มเปี่ยม แล้วกระจายความรู้สึกนั้นออกไปจากตัวโดยรอบทุกทิศทาง เป็นปริมณฑลกว้างออกไปโดยลำดับจนไม่มีขอบเขต ครอบคลุมโลกไว้ทั้งหมด แล้วทวนกลับเข้ามาหาตัวเอง จะเกิดเมตตาพละขึ้นในตน
จะสามารถระงับความเป็นศัตรูที่มีอยู่ในผู้อื่นได้ และจะทำให้บังเกิดจิตเมตตาขึ้นในคนทั้งหลาย...สัตว์ทั้งปวง
๗. กำหนดความรู้สึก กรุณา...มุทิตา และอุเบกขา ขึ้นในจิตให้เต็มเปี่ยม แล้วทำโดยนัยข้อ ๖ จะเกิดกรุณาพละ มุทิตาพละ อุเบกขาพละขึ้นในตน กรุณาพละสามารถกำจัดวิเหสา คือความเบียดเบียนได้ มุทิตาพละสามารถระงับความริษยา
แลปลูกความชื่นบานแก่บุคคลได้ อุเบกขาพละสามารถระงับกามราคะความกำหนัดในเพศตรงกันข้ามให้สงบลงได้
๘. กำหนดพละอำนาจอันมีอยู่ในสิ่งต่าง ๆ เช่นกำลังช้างสารเป็นต้น...แล้วน้อมนึกให้รู้สึกว่ากำลังอำนาจของสิ่งนั้น ๆ ได้มามีอยู่ในตัวของตน จะบังเกิดมีกำลังขึ้นเสมอ กำลังของสิ่งที่ตนกำหนดเห็น สามารถทำให้มีพละกำลังในการทำกิจการต่าง ๆ
๙. กำหนดให้เกิดความรู้สึกว่า กายของตนเบาเหมือนสำลี และมีความรวดเร็วดังกำลังของจิตจะบังเกิดอิทธิพลขึ้น ทำให้การเดินทางเร็วขึ้นไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
๑๐. กำหนดความสว่างแจ่มใสขึ้นในใจ แล้วแผ่กระจายความสว่างออกไปรอบๆ ตัวเป็นปริมณฑล แผ่กว้างออกไปเป็นลำดับจนทั่วโลกทั้งสิ้น จะทำให้รู้สึกปลอดโปร่งใจ แลเห็นโลกกว้างขวางไม่คับแคบ ประโยชน์คือความไม่อึดอัดในชีวิต ให้ความเบิกบานใจกับผู้คนทั้งปวง
๑๑. กำหนดความรู้สึกในกลิ่นต่าง ๆ ขึ้น ให้มีความรู้สึกประหนึ่งว่ากลิ่นนั้น ๆ ได้มีอยู่ ณ ที่นั้น ในขณะนั้นจะเกิดอิทธิพลในการสร้างกลิ่นขึ้น ให้ปรากฏในความรู้สึกของผู้อื่นได้ด้วย สามารถระงับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และสร้างกลิ่นที่พึงประสงค์ขึ้นใช้ได้ด้วยอำนาจใจ
๑๒. กำหนดความรู้สึกนึกเห็นภาพของสิ่งต่าง ๆ เช่นดอกไม้...ต้นไม้ ฯลฯ ให้ชัดเจนในใจของตน แล้วให้รู้สึกประหนึ่งว่าภาพนั้นได้ปรากฏแก่สายตาของผู้อื่นด้วย จะบังเกิดอิทธิพลสามารถเนรมิตภาพของสิ่งต่าง ๆ ขึ้นปรากฏแก่สายตาคนอื่น ๆ ได้
การกีฬาทางจิตที่กำหนดไว้เป็นตัวอย่างนี้ บางข้อดูเหมือนการสร้างปาฏิหาริย์จนดูเหมือนยากจะเป็นจริง หากโบราณจารย์ท่านกล่าวไว้ แม้นใครปฏิบัติธรรมสมาธิอย่างสม่ำเสมอ บวกกับความพยายามเล่นกีฬาทางจิตนี้ทุก ๆ วัน
ย่อมได้ผลคุ้มค่าเวลาไม่เหนื่อยเปล่าอย่างแน่นอน เพราะบางข้อเป็นการฝึกจิตใจของตนเองเพื่อความเป็นเมตตา เพื่อความมีปัญญาในการตัดกระแสกิเลส
และจากข้อ ๘-๑๒ เป็นการฝึกจิตแบบมโนมัย หรือมโนมยิทธิ คือการสร้างจิตให้เกิดฤทธิ์ ซึ่งข้อนี้เคยเขียนไว้ในธรรมะ ๕ นาทีมานานแล้ว ซึ่งเคยมีคนนำไปใช้จนได้ผลจนเขียนจดหมายมายืนยันเมื่อหลายปีก่อน
ทุกข้อความที่นำมาเขียนมิได้นำมาจากการปรุงแต่งของตัวเอง หากมียืนยันในคัมภีร์วิสุทธิมรรค และทิพยอำนาจจริง ๆ
ขอเพียงท่านทั้งหลายกล้าปฏิบัติ คือปฏิบัติอย่างจริงจัง และสม่ำเสมอจะเห็นผลจริง ๆ ครับ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com