
ถวายตัวแด่พระพุทธเจ้า
ก่อนอื่นขอแจ้งข่าวสำคัญ 2 ประการ
หนึ่ง-คือในวันที่ 8-10 พฤษภาคม 2552 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา เราจะมีงานบุญบวชศีลวดีและทอดผ้าป่าสามัคคีหารายได้สร้างกำแพงรั้ววัดป่าชนะสงคราม ที่ค้างคาอยู่ให้แล้วเสร็จ
อย่างที่เคยกล่าวไว้...งานสร้างกำแพงวัดคือ ‘งานสุดท้าย’ ของผู้เขียนที่ตั้งสัจจะเอาไว้ก่อนวางโลกสู่ทางธรรม ซึ่งขณะนี้เหลืออีกเพียงสองร้อยช่องจากจำนวนห้าร้อยกว่าช่อง และจะเป็นโอกาสสุดท้ายในการทอดผ้าป่าในวันวิสาขบูชานี้เท่านั้น จึงอยากเชิญชวนท่านทั้งหลายให้ไปร่วม ‘บวชศีลวดี’ และร่วมถวายผ้าป่ามหากุศลนี้กันอีกครั้ง
ประการที่สอง คืองานไหว้ครูบูชาเทพที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23-24 พฤษภาคมเดือนเดียวกัน อย่างที่เกริ่นเอาไว้เมื่อสองฉบับที่ผ่านมา
ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ ...
จึงควรใช้คำว่า! ‘ไหว้ครูลาเทวดา’ ของภูเตศวรมากกว่าประการอื่น!
หลังงานไหว้ครู ภาพกับรายละเอียดจะถูกนำลงตีพิมพ์ในนิตยสารขวัญเรือน และนั่นคือ...วาระสุดท้ายของ ‘ธรรมะ 5 นาที’ จะสิ้นสุดลงตามสัจจะความจริงของโลกอันเป็น ‘อนิจจัง’ หลังเกิดขึ้นตั้งอยู่มายาวนานพอควร และต้องดับไป...ตามวิถีทางแห่งธรรมชาติ ดังพุทธศาสนาสอนไว้
...ไม่มีอะไรเป็นนิรันดร์!
วันวิสาขบูชาก็คงเป็นเหมือนเช่นทุกครา พบกันที่หน้าโรงเรียนหอวังด้านที่ติดกับศูนย์การค้า เซ็นทรัลฯ ในวันวิสาขบูชาซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2552 และนมัสการพระพุทธชินราชช่วงกลางวัน บ่ายแก่ ๆ หรือเย็นถึงวัดป่าชนะสงคราม สมาทานศีลก่อนร่วมเวียนเทียนประทักษิณรอบศาลาใหญ่โดยมีหลวงปู่พรม พรหมโชโต นำปฏิบัติในคืนวันวิสาขบูชาถวายเป็นพุทธบูชา
เช้าวันถัดมาร่วมใส่บาตรถวายภัตตาหารแก่สงฆ์ และร่วมทอดผ้าป่า หลังอาหารกลางวันคือการฟังการบรรยายธรรมโดย ทมยันตี-ภูเตศวร (มีโอกาสปฏิบัติธรรมเต็มที่) ทั้งกลางวันและกลางคืน
เช้าวันอาทิตย์ ร่วมทำบุญใส่บาตรถวายภัตตาหาร จากนั้นรับโอวาทธรรมจากหลวงปู่พรม พรหมโชโต รับประทานอาหารกลางวันเสร็จเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
สำหรับงานไหว้ครูลาเทพในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2552 ณ ห้องประชุมมหิศร สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ ถนนรัชดาภิเษก งานจะเริ่มในเวลา 13.00 น. เริ่มลงทะเบียน มีนิทรรศการแสดงให้ชมพร้อมบริการอาหาร-ของว่างฟรี
18.00 น. เข้าสู่หอประชุมตามที่จัดวางเตรียมบายศรีพร้อมเสร็จ
18.30 น. ดนตรีปี่พาทย์ตีเพลงปฐมดุสิต-เสมอเข้าที่
18.59 น. เจ้าพิธีเริ่มพิธี ไหว้ครู เบิก และเวียนบายศรี รำถวายบายศรี ฯลฯ จนเสร็จพิธีประมาณ 20.30 น.
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม
08.39 น. พิธีบวงสรวงเทพยดา-เทวาภิเษกวัตถุมงคล มหาวิษณุ-มหาศิวเจ้า
09.30 น. รำถวายหน้าศาลเพียงตา, โปรยข้าวตอกดอกไม้, พรมน้ำเทวมนต์
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. เริ่มพิธีครอบเศียร (เฉพาะผู้ลงทะเบียนครอบ) จนเสร็จพิธี (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น และของว่างฟรีตลอดวัน)
เอ้า ต้องรีบแจ้งความจำนงและสั่งจองที่นั่งโดยด่วนเลยนะครับ เพราะจำนวนคนที่จองเข้ามามีมากพอควรแล้ว และมีจำนวนจำกัด ย้ำนะครับ งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากผู้ที่ต้องการเข้าครอบเศียรเท่านั้น ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดพร้อมสั่งจองที่นั่งโดยตรงที่ คุณชูศรี โทร. 08-1258-3495
อ้อ...เกือบลืมครับ สำหรับท่านที่สั่งจองพระรูปขนาดบูชา มหาวิษณุนารายณ์กับมหาศิวเจ้าเอาไว้ สามารถรับได้ในวันที่ 24 พฤษภาคม หลังพิธีบวงสรวงและเทวาภิเษกวันนั้นเลย
เอาละครับ มาเข้าเนื้อหาตามที่กำหนดกันเลยดีกว่า ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวไว้
“พึงเจริญธรรมทั้ง 4 ประการให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือพึงเจริญอสุภกัมมัฏฐาน เพื่อประหารเสียซึ่งราคะ พึงเจริญเมตตาเพื่อประหารความพยาบาท พึงเจริญอานาปานสติเพื่อกำจัดเสียซึ่งมิจฉาวิตก พึงเจริญอนิจจสัญญาเพื่อถอนเสียซึ่งอัสมิมานะ”
พระคัมภีร์วิสุทธิมรรคยังแนะนำอีกว่า อันบุคคลนั้นพึงเข้าไปหากัลยาณมิตรผู้ให้พระกรรมฐาน พึงถวายตัวแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า หรือแก่พระอาจารย์ แล้วพึงทำตนให้เป็นผู้มีอัชฌาสัยอันสมบูรณ์ และอธิมุติอันสมบูรณ์ แล้วพึงขอเอาพระกรรมฐานเถิด
ในการถวายตัวนั้น ผู้ปฏิบัติพึงกล่าวคำถวายตัวแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้
...อิมาหัง ภะคะวา อัตตาภาวัง ตุมหากัง ปริจจะชามิ...
ข้าแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายอัตภาพร่างกายอันนี้แด่พระพุทธองค์...
พระวิสุทธิมรรคแสดงโทษที่ไม่ยอมถวายตัวแด่พระพุทธเจ้าว่า โยคีหรือบุคคลครั้นไม่ได้ถวายตัวอย่างนี้แล้ว เมื่อหลีกไปอยู่ในที่เสนาสนะอันเงียบสงัด ครั้นอารมณ์อันน่ากลัวมาปรากฏในคลองแห่งจักษุ ก็ไม่สามารถที่จะยับยั้งตั้งตนอยู่ได้ จะเลี่ยงหนีไปยังแดนหมู่บ้าน เกิดเป็นผู้คลุกคลีกับพวกคฤหัสถ์ทำการแสวงหาลาภสักการะอันไม่สมควร ก็จะพึงถึงความฉิบหายเสีย
สำหรับอานิสงส์การถวายตัวแด่พระพุทธเจ้า คัมภีร์วิสุทธิมรรคได้รจนาไว้เยี่ยงนี้ ส่วนโยคีบุคคลผู้ได้ถวายตัวแล้ว ถึงแม้จะมีอารมณ์อันน่ากลัวปรากฏให้เห็นในคลองจักษุ ก็จะไม่เกิดความหวาดกลัวแต่อย่างใด มีแต่จะเกิดความโสมนัสอย่างเดียวโดยที่จะเตือนตนว่า ‘พ่อบัณฑิต ก็วันก่อนนั้นเจ้าได้ถวายตัวแด่พระพุทธเจ้าแล้วมิใช่หรือ?’เหมือนอย่างว่า บุรุษคนหนึ่งจะพึงมีผ้ากาสาวพัสตร์ (ผ้าที่ทำจากแคว้นกาสี)อย่างดีที่สุด เมื่อผ้านั้นถูกหนูหรือพวกแมลงสาบกัดเขาก็จะพึงโทมนัสเสียใจ แต่ถ้าเขาถวายผ้านั้นแก่ภิกษุผู้ไม่มีจีวรไปเสียแต่นั้นถึงเขาจะได้เห็นผ้านั้น อันภิกษุเอามาตัดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เขาก็พึงแต่โสมนัสอย่างเดียว
ที่กล่าวมาข้างต้นมิได้หมายความเป็นพระสงฆ์หรือเหล่าโยคาวจรทั้งหลายเท่านั้น หากในข้อเท็จจริงกับเวลาท่านที่กำลังฝึกฝนในพระกรรมฐาน ในบ้านของตน หรือบางคราอาจต้องเดินทางไปวัดหรือสถานที่ปฏิบัติธรรมต่าง ๆ ก็ควรยึดถือหลักเช่นนี้เอาไว้เหมือนกัน
เพราะการถวายตัวแด่สมเด็จพระบรมศาสดา เป็นอุบายจิตสำคัญสำหรับต่อสู้ฝ่าฟันความทุกข์กายทุกข์ใจที่จะเกิดขึ้นจากการฝึกฝนโดยง่าย
เหมือนมีธงชัยปักเอาไว้ ให้แลเห็น เป็นเครื่องขจัดความน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง หรืออาการขนพองสยองเกล้าจากกิเลส
ความกลัวทั้งหลายทั้งสิ้นทั้งปวง!
สำหรับผู้ที่มีครูบาอาจารย์ ก็ควรถวายตัวแก่ครูบาอาจารย์เช่นกัน ควรกล่าวคำถวายตัวดังนี้
...อิมาหัง ภันเต อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปริจจะชามิ
ข้าแต่ท่านอาจารย์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอมอบถวายอัตภาพร่างกายนี้แก่ท่านอาจารย์
อานิสงส์การถวายตัวแก่ครูบาอาจารย์ ย่อมเป็นคนที่ใคร ๆ ยากขัดขวางไปได้ ไม่เป็นคนตามแต่ใจตน เป็นคนว่าง่ายมีความประพฤติติดเนื่องอยู่กับอาจารย์ เมื่อได้รับการสงเคราะห์จากอาจารย์แล้วก็จะถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนาต่อไป
ถึงตรงนี้บางท่านอาจอยากถาม ต้องถวายตัวต่อหน้าครูบาอาจารย์หรือไม่ ก็ขอตอบว่าการถวายตัวต่อท่านด้วยกล่าววาจาให้ท่านรับรู้เป็นอย่างดี หากอยู่ไกลมิอาจทำได้เยี่ยงนั้น ก็ใช้การตั้งจิตถึงท่านแล้วเปล่งวาจาในจิตก่อนปฏิบัติกรรมฐานก็ได้ครับ
วันนี้ขอลาท่านทั้งหลาย อัชฌาสัยหกประการแห่งผู้สามารถบรรลุพระโพธิญาณอย่างใดอย่างหนึ่งที่คัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวไว้ดังนี้
อัชฌาสัย 6 ประการ ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่แห่งโพธิญาณของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือ
1. พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้มีอัชฌาสัยไม่โลภ เห็นโทษในความโลภ
2. พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้มีอัชฌาสัยไม่โกรธ เห็นโทษในความโกรธ
3. พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้มีอัชฌาสัยไม่หลง เห็นโทษในความหลง
4. พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้มีอัชฌาสัยในการออกบวช เห็นโทษในความเป็นฆราวาส
5. พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้มีอัชฌาสัยชอบความสงัด เห็นโทษในการคลุกคลีกับหมู่คณะ
6. พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้มีอัชฌาสัยในพระนิพพาน เห็นโทษในภพและคติทั้งปวง
พบกันฉบับหน้าครับ!
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com