
วัด...คือที่สัปปายะ
พูดถึงการปฏิบัติธรรม หลายท่านอาจพูดว่า... ‘ทำบ้านให้เป็นวัดก็ได้’ เพื่อไม่ต้องเดินทางไปปฏิบัติที่ไหนไกล ๆ
‘จริงของท่านครับ’... จริงตรงที่นักปฏิบัติที่แท้จริง...ต้องทำทุกวันและทำอย่างสม่ำเสมอ ถึงจะเห็นจริงในความก้าวหน้าทางจิต ฉะนั้นอย่างเราๆ ท่าน ๆ ที่ยังอยู่ในสังคมจำต้องอาศัยบ้านเป็นที่ปฏิบัติธรรมพร้อม ๆ กับการประกอบอาชีพและดูแลครอบครัวตามหน้าที่
หากสังคมครอบครัวก็คือครอบครัวที่ต้องมีเรื่องราวมากมายให้ยุ่งยากใจบ้างพอควร ความร้อยรัดเหล่านี้จึงเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติอยู่เสมออย่างที่หลาย ๆ ท่านเคยบ่น
...ทำสมาธิจิตไม่ค่อยลง!
เหตุก็เพราะความ ‘ห่วง’ งาน ห่วงลูก...สามี หลากหลายประการคือสิ่งที่เราเรียกว่า ‘การปรุงแต่ง’ อันเป็นอุปสรรคสำคัญของการปฏิบัติธรรมภาวนา...เพราะธรรมชาติของมนุษย์เมื่อทำแล้วไม่ค่อยได้ผล จิตไม่นิ่งบ่อย ๆ ก็เกิดความเบื่อ ลงท้ายก็ห่างการปฏิบัติไปในที่สุด
โบราณจารย์ท่านกล่าวไว้ บางครั้งสถานที่วิเวกก็ทำให้กายวิเวก กายวิเวก จิตก็วิเวกนาน...ท่านจึงกำหนดสถานที่ที่เหมาะควรแก่การปฏิบัติว่า...
‘ที่สัปปายะ’... คือที่เหมาะแก่การเจริญธรรม!
ฉะนั้นสำหรับผู้ที่อินทรีย์ยังไม่แก่กล้าอย่างพวกเรา บางครั้งจำต้องอาศัยสถานที่ที่เงียบสงบเอาไว้เจริญศีลภาวนาเหมือนกัน ถ้ารู้ว่าสังคมปัจจุบันที่เราอาศัยเริ่มทำให้การปฏิบัติย่อหย่อนลง และที่ที่เป็นสัปปายะซึ่งปลอดภัยที่สุดก็คือวัดนั่นแหละครับ
การไปปฏิบัติธรรมที่วัดก็ควรเลือกเหมือนกัน เพราะบางวัดไม่เพียงขาดความสัปปายะเท่านั้น ยังจะทำให้เราเกิดการปรุงแต่งมากขึ้นไปอีก ซึ่งส่วนใหญ่จากปฏิปทาอันไม่น่าเคารพของภิกษุในวัดนั่นแหละ ฉะนั้นก่อนเดินทางควรศึกษาดูก่อนว่าสถานที่ที่ท่านกำลังมุ่งหน้าไปปฏิบัติธรรมด้วยนั้นเหมาะสมแค่ไหนอย่างไร จะได้ไม่เสียความรู้สึกในภายหลัง
ถึงตรงนี้อาจมีคำถามตามมา... ‘แล้วจะดูยังไง?’ ไม่ยากครับ และเชื่อว่าหลายท่านก็คงเคยผ่านวัดวามาแล้วพอควร วิธีการหาวัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมดูตรงนี้ครับ
หนึ่ง... ไม่เป็นวัดใหญ่และโด่งดังจนเกินไป เพราะจะเป็นศูนย์รวมของผู้คน โดยเฉพาะวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย
สอง... ควรเป็นวัดที่มีร่มเงาของต้นไม้มองดูร่มรื่นเงียบสงบ
สาม...ดูข้อวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ในวัด โดยเฉพาะการสวดมนต์และทำวัตรอย่างสม่ำเสมอในระยะเข้าพรรษา นั่นจะทำให้เรามีโอกาสร่วมสวดมนต์ภาวนาด้วยทุกวัน
สี่...มีกุฏิสงฆ์แยกออกจากเขตญาติโยมชัดเจน และมีที่พักให้เราได้อาศัยเพื่อการปฏิบัติธรรมที่แข็งแรงปลอดภัยพอควร และ
สุดท้ายถ้ามีพระเถระที่สามารถอบรมธรรมแนะนำการปฏิบัติแก่เราได้ก็จะดีมาก ๆ
ครับ เป็นคำแนะนำเล็กน้อยที่อาจมีประโยชน์กับท่านทั้งหลายบ้างไม่มากก็น้อย ในฐานะที่ผู้เขียนวนเวียนอยู่กับวัดมานานเกือบยี่สิบปี และที่เห็นชัดสุดในการปฏิบัติธรรมที่วัดก็คือ
กฎระเบียบของวัดที่ดี ๆ จะทำให้เราสำรวมกายใจได้ง่ายกว่าการอยู่ในบ้าน
ปฏิปทาที่งดงามของครูบาอาจารย์จะเป็นเครื่องเตือนใจให้เราปฏิบัติตาม โดยเฉพาะความเกียจคร้านเรื่องทำวัตรสวดมนต์และการปฏิบัติธรรมภาวนาที่มีอยู่ในนิสัยของมนุษย์ทั่วไป
และท้ายที่สุดคือโอกาสได้ทำบุญ โดยเฉพาะทำบุญทำทานกับพระสงฆ์ที่อยู่ในช่วงเข้าพรรษา โดยเฉพาะพระป่ากรรมฐานนั้นถือเป็นช่วงของการละเว้นเดินทางท่องเที่ยวและมุ่งมั่นกับการปฏิบัติอย่างเต็มที่
ทานแก่พระสงฆ์ช่วงปฏิบัติจิตอย่างแรงกล้า ถือเป็นผลานิสงส์ที่มีมากกว่าปกติครับ!
ช่วงนี้อาจมีบางท่านที่คิดอยากหาที่ภาวนา และกำลังมองหาวัดสำหรับปฏิบัติธรรมอยู่ ภูเตศวรขอแนะนำครับ วัดป่าชนะสงคราม ที่อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย ในวันนี้เป็นวัดที่มีเสนาสนะมั่นคง...เงียบสงบ และหลวงปู่พรม ลูกศิษย์สายตรงของหลวงปู่เสน ปัญญาธโร ที่มีปฏิปทาที่งดงามยิ่ง รักษาการเป็นเจ้าอาวาสที่นั่น เคยพูดคุยกับท่านเรื่องนี้มานานแล้ว ท่านตอบด้วยรอยยิ้มเมตตา
“...ถ้าญาติโยมมาภาวนา หลวงปู่ยินดีอย่างยิ่ง!”
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com