
จากนั้นเราก็มุ่งสู่วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม และริมถนนอยุธยา-อ่างทอง ห่างจากอยุธยาประมาณ ๕-๖ กิโลเมตร ทราบกันว่าเป็นวัดโบราณ สร้างมาก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และเคยเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งเมื่อคราวเสียกรุงใน พ.ศ.๒๓๑๐ จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ ๑ จึงได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และรัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา

"หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์" เรียกกันสามัญว่า "หลวงพ่อสุข” พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะแปลกประหลาดกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นๆในประเทศไทยคือ ที่พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้ พระเกศมาลาทอดได้ภายในพระเศียร เป็นบ่อกว้างลึกไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลา เหมือนหยาดน้ำเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ รับประทานได้ โดยตักออกมาจนแห้งก็ยังมีซึมออกมาอีก ชาวบ้านนับถือกันมากเพราะว่าบัดบัดโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างน่าอัศจรรย์

นอกจากนี้พวกเรายังถือโอกาสไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งปัจจุบันมีผู้นำไก่ชนมาแก้บนและวางอยู่รอบ ๆ องค์อนุสาวรีย์เป็นจำนวนมาก และถือโอกาสแวะวัดภูเขาทองซึ่งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ แต่ไม่มีรูปมาฝากเพื่อน ๆ เนื่องจาก memory หมดพอดี ถ้ามีโอกาสมาอีก จะนำภาพมาฝากค่ะ แถมยังได้มีโอกาสขึ้นบันไดไปกราบพระบนภูเขาทองด้วย นับว่าไม่เสียเที่ยวที่มาเยือนกรุงเก่าครั้งนี้

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com
