
ธรรมะจากหลวงปู่พรม พรหมโชโต
จบลงด้วยดีสำหรับงานพิธีบวงสรวง ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปิยมหาราช แห่งปวงชนชาวไทย เพื่อถวายพระราชกุศลในวันครบรอบเสด็จขึ้นครองราชย์ 136 ปี ของธนาคารกสิกรไทย โดยมีคุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการบริหาร ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี ในวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา
งานนี้เป็นอีกหนึ่งมหาพิธีที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของภูเตศวรที่ได้เป็นเจ้าพิธีทำถวายมหาเทพและบูรพกษัตราธิราชเจ้า งดงามอย่างไรขอให้ทัศนาจากรูปภาพที่ประมวลมาลงเอาเถิดครับ
. พิธีบวงสรวงบูชาล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 และบูรพกษัตราธิราชเจ้า

ถัดมาอีกไม่กี่วัน ก็เป็นงานทอดกฐินประจำปี 2552ของวัดป่าชนะสงคราม เพื่อหาทุนทรัพย์สร้างกำแพงรั้ววัดที่เหลืออยู่อีกร้อยกว่าช่องให้แล้วเสร็จลง กับภาวะเศรษฐกิจอันย่ำแย่ทำให้ปีนี้ผู้เขียนค่อนข้างไม่ได้คาดหวังอะไรมาก และยังได้บอกกับเหล่าสมาชิก ‘ถ้ากฐินคราวนี้ยอดปัจจัยไม่พอใช้หนี้ คงต้องหาผ้าป่าไปถวายอีกรอบ’ หากพอทอดเสร็จเราได้ยอดปัจจัยเกินคาด เพราะได้ถึง 1 ล้าน 2 แสนกว่าบาท เป็นอันว่าภารกิจการสร้างกำแพงรั้ววัดป่าชนะสงครามถูกปลดลงจากบ่าจากไหล่ได้แล้วครับ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...ก็เพราะแรงบุญแรงศรัทธาของท่านผู้อ่านขวัญเรือนที่ส่งปัจจัยมาสมทบ และญาติธรรมที่ร่วมเดินทางในงานนี้ช่วยต่อยอดกฐินกันอย่างแข็งขัน
ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง และโมทนากับผลบุญผลกุศลครั้งนี้ด้วยครับ
หนึ่งรูปแทนพันคำเป็นอมตวาจา จึงขอรวบรวมภาพอันอบอุ่นและซาบซึ้งมาลงให้ได้ชมกัน วันอย่างนี้คงยากจะหวนคืนให้เห็นอีกแล้วสำหรับภูเตศวร...เพราะอีกไม่กี่วันกี่เดือนที่จะมาถึง สถานภาพแห่งชีวิตคงเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันกลับคืน แต่เชื่อเถิดครับว่า...
...ความทรงจำอันงดงามทั้งหลายจะมิมีวันเสื่อมจากหัวใจตลอดชั่วกาลนาน!
กฐินวัดป่าชนะสงคราม 2552

เพราะงานนี้...จึงได้รับฟังธรรมะอันเรียบง่าย หากเป็นแก่นสารสาระที่จะนำพาเราสู่ความพ้นทุกข์ได้ในอนาคตอันใกล้จากหลวงปู่พรม พรหมโชโต อีกครา ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง หลังสวดมนต์ทำวัตรเย็นแล้ว
หลวงปู่สอนเรื่อง ‘ทุกข์’ อันเป็นสัจจะความจริงของสัตว์โลก จะยากดีมีหรือจน เป็นยาจกข้นแค้นจนถึงพระราชาก็ต้องมีทุกข์ เผชิญทุกข์ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น โดยเฉพาะความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย อันเป็นความไม่เที่ยง ทำให้เกิดความโศกความเสียดแทงใจ เป็นความโทมนัส-อุปายาส คือความคับแค้นใจ
หลวงปู่สอนวิธีการดับทุกข์ง่าย ๆ ด้วยการสร้างสติ...คือความระลึกรู้ ความเท่าทันความคิดและอารมณ์ สร้างสติไปเรื่อย ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าเคร่งเครียด อย่าอยากได้ผลเร็ว แต่ให้ทำอย่างปล่อยวาง ทำเป็นนิสัย สติก็จะกล้าแข็งขึ้นเรื่อย ๆ เป็นไปโดยอัตโนมัติ
สำหรับการทำสมาธิภาวนาก็อาศัยลมหายใจ อาศัยคำบริกรรมเป็นหลักยึดใจ จะพุทโธ หรือ ธัมโม...สังโฆ ก็สุดแต่จะใช้ ทำเรื่อย ๆ ทำจนเป็นนิสัย จิตก็จะก้าวลงสู่ความสงบได้เองในที่สุด สิ่งหนึ่งที่ท่านย้ำตลอดเวลาคืออย่าทำด้วยความ ‘อยาก’ คืออยากได้สมาธิ อยากได้มรรคได้ผล เพราะจะเป็นกิเลสปรุงแต่ง ให้ทำด้วยการปล่อยวางความอยาก จะได้ผลเร็วยิ่งขึ้น
เรื่องการพิจารณาเพื่อสร้างปัญญาธรรมนั้น หลวงปู่แนะนำให้น้อมเข้าดู เข้าพิจารณากายของตน กายที่ประกอบด้วยธาตุดิน...น้ำ ลม...ไฟ เป็นส่วน ๆ ไป ธาตุดินก็มีกระดูก เนื้อ หนัง ผม เล็บ ฟัน ฯลฯ น้ำก็...เสลด น้ำลาย น้ำมูก...เลือด เป็นต้น
...ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็สักแต่เป็น ‘ธาตุ’ที่เราหยิบยืมมาใช้ชั่วคราว ท้ายสุดก็ต้องทิ้งไป มิอาจยึดมั่นถือมั่นเอาไว้ได้ คือหลักแห่งอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
พิจารณาอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ ใจก็คลายกำหนัด คลายความยึดมั่นถือมั่น อันเป็นทุกข์ลง เพราะรู้เท่าทันในความจริงอันเป็นสัจจะ ตามคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา นั่นแหละทางแห่งความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง!
ครั้งนี้จะสังเกตเห็นว่าหลวงปู่จะย้ำให้ตัดความ ‘อยากได้สมาธิ’ ตัดความอยากได้ ‘มรรคผล’ ออกจากความคิดหลายครั้งหลายครา ตรงนี้ท่านเคยกล่าวกับภูเตศวรมาแล้วในอดีต...
“ก่อนทำอยากให้พอ...แต่พอปฏิบัติให้วางความอยากลง ไม่อย่างนั้นจะเครียดจะปรุงแต่ง พอไม่ได้ดังใจก็ท้อถอย”
เหมือนกับการภาวนา หลวงปู่ย้ำว่า...
“เป็นธรรมดาของจิตที่วอกแวกตลอดเวลา พอเผลอมันก็ปรุงไปทางอื่น รู้ตัว รู้สติก็โน้มก็ดึงเข้ามา ทำไปเรื่อย ๆ มันก็ดีขึ้นเองแหละ อย่าไปหงุดหงิดกับมัน เพราะเวลามันจะได้ จะเห็นผลมันเกิดขึ้นปุ๊ปปั๊บไม่บอกเราล่วงหน้าหรอก”
ครับ ฉบับนี้ขอจบสั้น ๆ อย่างนี้แหละ เพราะขอเจียดเนื้อที่ให้ลงรูปทั้งสองงานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ใครเป็นใครในงานทัศนาเองเถอะครับ
โอมศานติ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com