
ธรรมะสายพระพุทธเจ้า
หลังจากคอลัมน์ ‘ธรรมะ 5 นาที’ ลงตีพิมพ์มาได้เพียงสองสามตอน ก็มีทั้งโทรศัพท์และจดหมายเข้ามาติชมกันตามระเบียบ บางท่านคอมเมนต์มาว่า...สั้นไป
โถ...ก็ชื่อคอลัมน์ก็บอกอยู่แล้วว่า ‘ธรรมะ 5 นาที’ ขืนเขียนยาว ๆ เห็นทีจะต้องเปลี่ยนเป็นธรรม 1 ชั่วโมงแล้วกระมัง
เอาเถอะครับ...ถ้ามีจดหมายเข้ามามากกว่านี้และเห็นด้วยกับการเปิดหน้าให้เขียนยาวขึ้น ภูเตศวรจะทำตาม...
แต่ตอนนี้คงต้องขอสั้น ๆ เหมือนเดิมก่อน เดี๋ยวบางท่านจะค่อนเอาว่า ‘โลกวลี’ เป็นหนังสือ ‘โลกธรรมะ’ รึไงยะ? เข้าอีก...
และที่ผมแอบอมยิ้มจนแก้มตุ่ยไปหลายวันก็คือ มีคำถามมาว่า...คุณภูเตศวรถือธรรมะสายไหน?
แรก ๆ ผมทำคิ้วขมวดเพราะ ‘งง’กับคำถาม ก็เลยย้อนถามกลับไปว่า...
“เอ๋..มันเป็นยังไงครับ ผมไม่เข้าใจที่คุณถาม...ช่วยอธิบายคำถามให้กระจ่างอีกนิดเถอะครับ?”
ท้ายสุดผมจึงถึงบางอ้อ...เพราะได้ความว่าคุณพี่ที่ถามมานั้นอยากจะรู้ว่าผมยึดถือแนวทางปฏิบัติธรรมสมาธิของสำนักไหนนั่นเอง
ผมก็เลยตอบเบา ๆ แกมหัวเราะไปว่า...
“ผมเป็นศิษย์พระพุทธเจ้า...ปฏิบัติตามสายของพระพุทธเจ้าครับ!”
ด้วยเหตุนี้ก็เลยหยิบยกหัวข้อดังกล่าวมาคุยกันในวันนี้...
ธรรมปฏิบัติ..มีหนทางเพียงสายเดียวเพื่อมุ่งตรงไปสู่สภาวะความพิศุทธิ์แห่งจิต ที่ปราศจาก กิเลศ ตัณหา อุปาทาน ทั้งหลายทั้งสิ้นทั้งปวง จนถึงขั้นดับอาสวกิเลสลงก้าวเข้าสู่นิพพาน ที่ไม่มีวันเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอีกต่อไป
เพียงแต่ธรรมปฏิบัตินั้นถูกแยกแยะออกไปหลายวิธี หลายรูปแบบ ตามจริตของแต่ละคน ไม่ต้องดูอะไรมาก แค่การปฏิบัติสมาธิพระกรรมฐานยังแบ่งออกเป็น กสิณ.. .อานาปานสติ การเจริญสติปัฏฐาน 4 การพิจารณากายคตาสติ และอื่น ๆ อีกมากมาย
แค่ในหมวดกสิณยังแบ่งย่อยลงไปเป็น...กสิณไฟ (เตโชกสิณ) กสิณลม (วาโยกสิณ) กสิณน้ำ (อาโปกสิณ) กสิณดิน (ปฐวีกสิณ) กสิณโลหิต (โลหิตกสิณ) และอีกสารพัดกสิณที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติขึ้นสำหรับผู้ที่ปฏิบัติได้เลือกใช้ตามจริตของตน
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ...ถ้าผู้ปฏิบัติเป็นพวกราคะจริต...
ที่ว่า ‘ราคะจริต’ มิได้หมายความว่าเป็นพวก ‘ร่านราคะ’ หรือพวกเซ็กส์จัดอะไรทำนองนั้น หากแต่หมายถึงพวกที่ชอบติดกับความสวยความงามของวัตถุ และหน้าตาของมนุษย์ ท่านให้เพ่ง อสุภะ พิจารณาให้เห็นถึงความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร ความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสิ่งที่ต้องทรุดโทรมลงตามกาลเวลา เพื่อการสอนใจตนไม่ให้มัวเมายึดติดกับอุปาทานเหล่านั้น
หรือไม่...ก็พิจารณา ‘มรณานุสติ’ คือการรำลึกถึงความตายเพื่อสอนใจตนว่า คนเราต้องตายทุกคน การเจริญกรรมฐานในหมวดนี้เป็นการแก้ความโลภโมโทสันในจิต...เป็นต้น
ฉะนั้น! ด้วยอุบายต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายทำให้คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญต่างก็นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การปฏิบัติบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น สิ่งเหล่านั้นจึงเรียกว่า วิชา หรือ วิชชา อย่างที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ เช่น
วิชา ‘ธรรมกาย’ ของหลวงพ่อ วัดปากน้ำภาษีเจริญ หรือวิชา ‘มโนมยิทธิ’ ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง อุทัยธานี
ซึ่งท่านอาจารย์ทั้งหลายต่างสำเร็จวิชาในแขนงต่าง ๆ นั้นเสร็จแล้ว จึงนำมาสั่งสอนศิษยานุศิษย์ให้ปฏิบัติตามอย่างหลวงพ่อโอภาสี แห่งอาศรมบางมด ที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านก็สำเร็จกสิณไฟหรือที่เรียกว่า เตโชกสิณ แต่ทุกแนวทางที่ปฏิบัติเป็นแนวทางเพื่อก้าวสู่ ‘มรรคผล’ ก้าวสู่ ‘นิพพาน’ เดียวกัน...
ครับ...เมื่อมาถึงบรรทัดนี้ ท่านผู้อ่านคงเข้าใจแล้วนะ ครับว่าการเป็นพุทธศาสนิกชนมีเพียงสายเดียวคือสายพระพุทธเจ้า จุดหมายคือการก้าวสู่ภาวะทางจิตสูงสุด มุ่งสู่แดนนิพพานเท่านั้น
โดยมี...พระพุทธ...พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่เคารพ ดังคำสวดที่ว่า
...พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ดังนั้น! ผู้เป็นครูเป็นอาจารย์ของพวกเราอันเป็นพระบรมคุรุย่อมหมายถึง องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงประทาน ‘พระธรรม’ ให้กับมวลมนุษย์เพื่อนำมาปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นกับ ...พระสาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบคือพระสงฆ์ทั้งหลายที่เราควรยึดถือท่านเป็นครูอาจารย์เท่าเทียมกัน...
อย่าได้แบ่งว่าเป็นใคร...หรือสายไหนเลยครับ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com