ธรรมะ คือสัจจะแห่งธ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ธรรมะ คือสัจจะแห่งธรรมชาติ by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
2 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#222]

ธรรมะ คือสัจจะแห่งธรรมชาติ

 

 

         หลายวันที่ผ่านมานับจากเสร็จสิ้นภารกิจจากวัดป่าชนะสงคราม ผู้เขียนได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่เฉลียว สำนักภูขี้กะโตด จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่หลายวัน ช่วงที่อาสาพาหลวงปู่ไปทำเอกสารเพื่อเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถานที่อินเดีย โดยเดินทางจากร้อยเอ็ดไปอำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย หลวงปู่พาไปภาวนาในถ้ำกับบนภูเขาวัดภูทอก ซึ่งนับเป็นบุญของภูเตศวรจริง ๆ

คืนที่ขึ้นไปภาวนาบนภูทอกใหญ่ พายุใหญ่กระหน่ำทั้งคืน ลมกับฝนเล่นเอาเปียกโชกนั่งสั่นเป็นลูกนกในซอกผาที่ไม่อาจป้องกันฝนได้เลยครับ...เวทนากับทุกข์เห็นกันอย่างชัดเจนในคืนวันนั้น

ทุกข์ตรงนั้นทำให้นึกถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ท่านตกระกำลำบากในการเดินทางเข้าป่าเขาแสวงหาธรรม...

‘ท่านทุกข์ทนทรมานแค่ไหน...อย่างไร ?’

ผ่านคืนหฤโหดมา...เช้าตรู่หลวงปู่เฉลียวท่านถามด้วยอาการหัวเราะ

“เข็ดหรือยัง? ”

“ยังครับ” ภูเตศวรตอบอย่างมั่นใจ มิหนำซ้ำยังให้คำมั่นสัญญาในใจ

“มีโอกาสอีกเมื่อไหร่จะมาภูทอกใหญ่อยู่ภาวนาอีกสักหลาย ๆ วัน”

กลับจากภูทอก หลวงปู่พาไปบ้านโคกเพ็ด เขตอำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา บ้านเกิดของท่าน เราจึงรู้ว่าท่านกำลังทำศาลาในพื้นที่จำนวน ๙ ไร่เศษที่ชาวบ้านโดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวเรือถวายเป็นธรณีสงฆ์

ชาวบ้านถวายมานานแล้ว ศาลาก็ทำมานาน หากหลวงปู่ไม่เคยบอกภูเตศวรผู้เป็นศิษย์

“ค่อยทำค่อยเป็น หลวงปู่ไม่อยากกวนใจญาติโยม” คือคำบอกของหลวงปู่เฉลียว หลังจากที่ผู้เขียนทักท้วงท่าน

“ผมปวารณาไว้แล้ว ทำไมหลวงปู่ไม่บอกผมบ้างเกี่ยวกับงานบุญ”

“อยากให้แม้วภาวนามาก ๆ ปฏิบัติให้มาก ๆ การสร้างวัตถุเป็นทุกข์...ศาลากับที่ดินเป็นของชาวบ้าน เอาไว้ไม่ไหวจะบอกทีหลัง” ท่านกล่าวกับผู้เขียนอย่างนี้ แต่เพราะอยากร่วมบุญร่วมทานกับหลวงปู่ที่ตนเคารพรัก ภูเตศวรจึงรับเป็นเจ้าภาพเทพื้นศาลากับหากระเบื้องมาปูพื้นให้ท่านจนเสร็จ

สิ่งที่อยากบอกตรงนี้ก็คือ... ‘ค่าแรง’ สร้างศาลาหลังนี้ไม่เคยจ่ายแม้สตางค์เดียว เพราะทุกคนร่วมแรงร่วมใจทำด้วยศรัทธาจริง ๆ นี่คือตัวอย่างสำคัญที่อยากให้ชาวพุทธทั้งประเทศมองเห็น

“วัดของชาวบ้านไม่ใช่วัดของอาตมา” หลวงปูบอกทุกคนอย่างนั้น “ทุกคนต้องช่วยกันทำช่วยกันใช้ ช่วยกันรักษา”

ผู้เขียนมีโอกาสพักอาศัยภาวนาที่วัดแห่งนี้อยู่หลายคืน จึงมีเวลาได้สนทนาธรรมกับหลวงปู่อยู่หลายครา ธรรมะของหลวงปู่เรียบง่าย...

อยากได้ต้องทำ โดยเฉพาะการนั่งภาวนาต้องทำเองรู้เอง

หลวงปู่เน้นเรื่องการปล่อยวาง ด้วยทุกอย่างมีธรรมชาติของมัน มันเป็นของมันอยู่อย่างนี้ ถ้าเราไปจับไปยึดไปถือ...มันเป็นความทุกข์

“ธรรมะไม่ได้อยู่ตรงไหน...มันอยู่ทั่วไปหมด มีในร่างกายนี้...มีอยู่ตรงหน้าและเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา” ท่านปรารภอย่างนั้นกับญาติโยม “ถ้าเรามีสติและน้อมสัจจะตรงหน้าเข้าสู่ใจ อบรมจิตให้เห็นเป็นความจริงนั่นคือธรรมะ”

หลักปฏิบัติของหลวงปู่เป็นการพิจารณาทุกอย่างให้เป็น ‘ปัญญา’ เหมือนมีใครบางคนบ่นเรื่องทำกินขาดทุน ท่านจะย้อนถามขาดทุนตรงไหน ในเมื่อเราเกิดมาไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ทุกอย่างมีในโลกเป็นธาตุสี่ที่เราขวนขวายมาจากโลกทั้งสิ้น

ฉะนั้น ทุกคนที่เกิดมาจึงมีกำไรมาตั้งแต่แรก และสิ่งที่สูญเสียคือ การขาดทุนกำไรเท่านั้น!

หลวงปู่เฉลียว ปัญญาธโร เป็นพระพูดน้อย นาน ๆ จะพูดคุยกับลูกศิษย์สักหน แต่ถ้าใครฟังอย่างตั้งใจ จะเห็นธรรมะแฝงอยู่ในทุกประโยคคำพูดของท่านเสมอ หลักที่ท่านใช้ก็คือ การรู้จักดูธรรมชาติรอบ ๆ ตัว อย่างมีสติ ดูแล้วพิจารณาตามหลักธรรมความจริง แล้วมาสอนใจตนอยู่เสมอ...

“คนทั่วไปใช้กิเลสนำหน้าปัญญา ถ้าจะเป็นคนที่ดีและใช้ได้ควรใช้ปัญญานำหน้ากิเลส” นี่อีกหนึ่งประโยคที่หลวงปู่พูดกับภูเตศวร ความหมายคือ เกิดเป็นมนุษย์มันต้องมีกิเลส เพราะต้องขวนขวายหาสิ่งต่าง ๆ มาดำรงชีวิต แต่เราควรใช้หลักแห่งการพินิจพิจารณาให้ถ่องแท้ก่อนทำ อย่าให้ความอยากทั้งปวงครอบงำจนสิ้นปัญญา

มาถึงตรงนี้ คงไม่มีสาระอะไรมากหรอกครับ เพียงแต่อยากบอกท่านทั้งหลาย...หลายวันที่ผ่านมา ภูเตศวรทำอะไรมาบ้าง พบอะไรมาบ้าง และได้อะไรมาฝากท่านทั้งหลาย

วันนี้มีบางประโยคบางคำพูดสั้น ๆ ของหลวงปู่เฉลียว มาฝาก เพราะคำพูดสั้น ๆ หากสามารถก่อประโยชน์ในทางคิดและปฏิบัติแก่ท่านได้ สิ่งนั้นคือประโยชน์อันมหาศาลในฐานะชาวพุทธด้วยกัน

วันนี้นำรูปศาลาที่หลวงปู่เฉลียวกำลังก่อสร้างมาลงให้เห็น หากมิได้ขอให้ท่านบริจาค เพราะหลวงปู่ท่านย้ำ...มีน้อยก็ค่อย ๆ ทำ ช้าบ้างนานหน่อยก็เสร็จได้แน่ เหมือนการปฏิบัติภาวนา อย่าท้อแท้ว่าทำไมเห็นผลช้า ทำไปเรื่อย ๆ ก็จะเห็นมรรคเห็นผลเองในภายหน้า

“มะม่วงจะสุกก็ต้องมีเวลาของมัน รีบคั้นรีบบีบให้มันสุก...มันจะช้ำจะเน่าก่อนเวลา” หลวงปู่ท่านกล่าวอย่างนี้ครับ ซึ่งเป็นการอุปมาเรื่องปฏิบัติ หากรีบร้อนเกินไปก็เสียการ แต่ถ้าไม่ใส่ใจเสียเลยก็ไม่ได้การ

...นี่คือหลักมัชฌิมาปฏิปทาครับผม!

ทั้งหมดที่เขียนถึงคือการบอกกับท่านทั้งหลายว่า ธรรมะคือสัจจะที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า และน้อมเข้าสอนใจ กับอีกประการคือ อยากนำรูปศาลาหลังเล็กในป่า ศาลาที่เกิดจากศรัทธาอันบริสุทธิ์ของหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อบ้านโคกเพ็ด มาอวดท่านทั้งหลายว่า ศาลาดีมิใช่ศาลาใหญ่ ๆ สร้างด้วยเงินมหาศาล ทว่าศาลาดีคือศาลาที่มาจากศรัทธาในพุทธศาสนาโดยบริสุทธิ์

มาจากแรงกายแรงใจอันแรงกล้าของชาวพุทธที่ปรารถนาให้เป็นวัดวาอารามสำหรับใช้ประกอบบุญกุศลอย่างแท้จริง

ถ้าเป็นเช่นนี้พระศาสนาจะดำรงคงอยู่ไปตลอดกาล โดยที่ใครก็ไม่สามารถทำลายลงได้อย่างแน่นอน


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com