การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

นวโกวาท by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#378]
นวโกวาท

 

         เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๙ ตุลาคม (๔๘) ที่ผ่านมา ในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อเสนาะ อ่อนชด ซึ่งท่านเป็นคุณพ่อของท่านผู้พิพากษา น้ำทิพย์ ภรรยาคุณรักษ์ชนก นามทอน ณ วัดบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี

ในวันงานมีหนังสือธรรม ๕ นาที ฉบับรวมเล่ม ๑-๒ พร้อมประวัติของคุณพ่อเสนาะเป็นของที่ระลึกในฐานะท่านน้ำทิพย์กับคุณรักษ์ชนกเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือชุดนี้

‘...สัพพะ ทานัง ธัมมะ ทานัง ชินาติ!’

คือการให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง

ในฐานะเจ้าของบทความในหนังสือ มีความยินดีอย่างยิ่งกับความคิดของท่านเจ้าภาพที่เห็นคุณประโยชน์ในสารธรรมของธรรมะ ๕ นาที หากยังน้อยกว่าการเข้าใจนำ ‘นวโกวาท’ พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส มาผนวกเข้ากับธรรมะ ๕ นาที เล่ม ๒ เพื่อแจกในงานด้วย

เหตุผลเพราะ นวโกวาทนั้นถือเป็นหนังสือเล่มครูของภูเตศวร เป็นหนังสือที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย เพราะพระนิพนธ์นี้มีเจตนาให้พระภิกษุ-สามเณรบวชใหม่นำไปใช้ได้โดยง่าย โดยจัดหมวดหมู่ ตั้งแต่วินัยบัญญัติที่เรียกว่า ศีลของพระหรือสิกขาบท ที่มีในพระปาติโมกข์ทั้ง ๒๒๗ ข้อนั่นแหละ จากนั้นมาถึง ธรรมวิภาค ตลอดจนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแห่งการปฏิบัติตนเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จตั้งแต่การคบมิตร พิจารณาสิ่งให้โทษและประโยชน์ต่อตนอย่างสมบูรณ์แบบ

เรียกว่าครอบคลุมแบบครอบจักรวาลสำหรับพุทธศาสนิกชนเลยก็ว่าได้...

ถึงตรงนี้หลายท่านอาจสงสัย เมื่อนวโกวาทมีไว้สำหรับพระภิกษุ-สามเณรบวชใหม่ แล้วไฉนภูเตศวรจึงกล่าวถึงตรงนี้?

“จำเป็นครับ และจำเป็นอย่างยิ่ง...!” ต้องยืนยันเช่นนี้เพราะ ‘เรา’ ในฐานะของชาวพุทธที่เป็นพุทธบริษัท ถ้าไม่รู้ ไม่เข้าใจ ธรรมวินัยของพระสงฆ์หรือครูบาอาจารย์บ้าง เวลาเข้าวัดทำบุญทำทาน...ปฏิบัติธรรม เราจะได้วางตัวให้ถูกให้ควร หลีกเลี่ยงในสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ยกตัวอย่างใน ‘อนิยต ๒’ อันเป็นธรรมวินัยสงฆ์ที่ว่า...

๑. ภิกษุนั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง ถ้ามีคนที่ควรเชื่อมาพูดด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุรับอย่างใดให้ปรับอย่างนั้น

๒. ภิกษุนั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง ถ้ามีคนที่ควรเชื่อมาพูดด้วยธรรม ๒ อย่าง คือ สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ภิกษุรับอย่างใดให้ปรับอย่างนั้น

เห็นไหมครับว่า แค่การที่เผลอไปนั่งอยู่กับพระสองต่อสองแม้โดยบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าในที่ลับหรือที่แจ้ง (เพียงห่างแค่คนอื่นไม่ได้ยิน) ถ้ามีใครสักคนที่มีความน่าเชื่อถือยกเหตุขึ้นปรับอาบัติก็เป็นผลแล้ว หนักสุดคือปาราชิกต้องสึกจากความเป็นพระ รองลงมาคือสังฆาทิเสส ต้องอยู่กรรม และประกาศความผิดต่อหน้าสงฆ์ จึงปลงอาบัติตก...เบาที่สุดคือปาจิตตีย์ ต้องปลงอาบัติกับพระอีกรูป

จากวินัยบัญญัติทั้งหมดที่อ่านง่าย ๆ เข้าใจง่าย ๆ ก็มาถึง ‘ธรรมวิภาค’ ที่แยกย่อยจากทุกะ คือหมวด ๒ ติกะ หมวด ๓ จตุกกะ หมวด ๔ ปัญญจกะ หมวด ๕ จนถึง...ทสกะ หมวด ๑๐ ยกตัวอย่างเช่น

ธรรมที่มีอุปการะมาก ๒ อย่าง ๑). สติ ความระลึกได้ ๒). สัมปชัญญะ ความรู้ตัว

ธรรมเป็นโลกบาลคือคุ้มครองโลก ๒ อย่าง

๑). หิริ ความละอายแก่ใจ

๒). โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป ฯลฯ

โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ อย่าง

๑.) เว้นจากทุจริต คือประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ

๒). ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ

๓). ทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองใจ อันมีโลภ โกรธ หลง เป็นต้น

สัปปุริสบัญญัติ คือข้อที่ท่านสัตบุรุษตั้งไว้ ๓ อย่าง

๑). ทาน สละสิ่งของเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

๒). ปัพพัชชา ถือบวช เป็นอุบาย เว้นจากการเบียดเบียนกันและกัน

๓). มาตาปิตุอุปัฏฐาน ปฏิบัติบิดามารดาของตนให้เป็นสุข ฯลฯ

ที่กล่าวมาข้างต้นคือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เพราะธรรมะ ๕ นาทียากจะนำเอา ‘นวโกวาท’ อันทรงคุณค่าที่มีหมวดธรรมกว้างขวางเยี่ยงนั้นมาลงได้หมด มิหนำซ้ำในหมวดท้ายในหัวข้อ คิหิปฏิบัตินั้น เป็นธรรมะสำหรับคฤหัสถ์ และผู้ครองเรือน ที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น

อบายมุข คือเหตุเครื่องฉิบหาย ๔ อย่าง

๑). ความเป็นนักเลงผู้หญิง

๒). ความเป็นนักเลงสุรา

๓). ความเป็นนักเลงการพนัน

๔). คบคนชั่วเป็นมิตร

สุขของคฤหัสถ์ ๔ อย่าง

๑). สุขเกิดจากการมีทรัพย์

๒). สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภค

๓). สุขเกิดแต่ความไม่เป็นหนี้

๔). สุขจากการประกอบงานที่ปราศจากโทษ

ตระกูลมั่งคั่งจะตั้งอยู่ไม่นาน เพราะสถาน ๔..

๑). ไม่แสวงหาพัสดุที่หายแล้ว

๒). ไม่บูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า

๓). ไม่รู้จักประมาณในการบริโภคสมบัติ

๔). ตั้งสตรีหรือบุรุษทุศีลให้เป็นแม่เรือนพ่อเรือน ผู้หวังจะดำรงตระกูลควรเว้นสถาน ๔ ประการนี้เสีย

ธรรมะของฆราวาส ๔ ..

๑). สัจจะ สัตย์ซื่อต่อกัน

๒). ทมะ รู้จักข่มจิตของตน

๓). ขันติ...อดทน

๔). จาคะ สละให้ ปันสิ่งของของตนแก่คนที่ควรแบ่งปัน ฯลฯ

ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมด เพียงเพื่ออยากบอกท่านทั้งหลายสั้น ๆ ว่า ‘ไปหามาอ่านเถิด’ เพราะอย่างน้อยในฐานะชาวพุทธ เราควรรู้จักเข้าใจสิ่งอันเป็นแก่นสาร สารธรรมโดยแท้ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสันติสุข

มิใช่...เกิดมาเป็นพุทธโดยมรดกเท่านั้น!

แต่เราเป็นชาวพุทธที่เข้าใจความเป็นพุทธที่มาจากคำว่า... ผู้รู้... ผู้ตื่น... ผู้เบิกบาน ด้วยปัญญาอย่างแท้จริง


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com