การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

สัตบุรุษ by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
5 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#379]

สัตบุรุษ

 

       เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสพบปะและกราบนมัสการครูบาอาจารย์ในสายพระป่ากรรมฐานอีกรูปหนึ่ง หลังจากที่ไม่ได้พบกันมาหลายเดือน ท่านคือพระอาจารย์อำนาจ ชุตินธโร แห่งวัดป่าหนองเม็ก อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด

หลังเทศกาลออกพรรษา ท่านพระอาจารย์อำนาจ ออกจากวัดหนองเม็กท่องเที่ยวภาวนาไปแถบป่าเมืองเลยตามประสาพระกรรมฐานผู้มุ่งมั่นหาหนทางพ้นทุกข์ หากเพราะเหตุสำคัญบางประการทำให้ท่านจำต้องเดินทางเข้าเมืองหลวง เหตุประการนั้นก็คือการมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท พระอริยสงฆ์ผู้เป็นลูกศิษย์อาวุโสสายตรงของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม

วันที่พบท่านพระอาจารย์อำนาจ ชุตินธโร ตรงกับวันที่พี่สาวคนโตของผู้เขียนได้ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เลยถือโอกาสนิมนต์ท่านไปที่บ้าน และบังเอิญพูดคุยกับญาติมิตรญาติธรรมที่มาร่วมงานถึงเรื่องการไปนมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 ที่อินเดีย ซึ่งอาจเป็นเพราะบุญบารมีของท่านพระอาจารย์อำนาจก็ว่าได้ ทำให้คุณมิ่งขวัญ จันทร์เฉิด ได้นิมนต์ท่านร่วมเดินทางไปแสวงบุญในครั้งนี้ด้วย

โดยจะเป็นผู้จัดการรายจ่ายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว!

จึงขออนุโมทนากับกุศลจิตของคุณมิ่งขวัญเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ...

ตอนไปรับท่านพระอาจารย์อำนาจ ชุตินธโร ท่านได้สั่งให้นำหนังสือธรรมะที่ท่านได้มาจากการไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ไปแจกญาติโยมในงานขึ้นบ้านใหม่ด้วย แต่ที่พิเศษสุดคือหนังสือปกแข็งขนาดแปดหน้ายกพิเศษ จำนวน 352 หน้า พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตสี่สีทั้งเล่ม ที่ท่านได้มาเพียงเล่มเดียว ท่านส่งให้ผู้เขียนด้วยประโยคและรอยยิ้มเมตตา

“เอาไปใช้ประโยชน์นะ...อาจารย์เอามาฝากแม้วโดยเฉพาะ”

หนังสือดังกล่าวมีรูปพระสงฆ์วัยชราภาพนั่งขัดสมาธิในมือถือขวานดูแปลกตา พื้นสีดำสนิททำให้ตัวหนังสือสีทองที่เขียนว่า ‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทองลอยเด่นสะดุดตา

ได้มาก็แค่พลิก ๆ ดูเพราะยังไม่มีเวลาอ่านจริง ๆ จัง ๆ แต่แค่พลิกผ่าน ๆ ตาเพียงหน้าสองหน้า ยังไม่ทันจะเข้าถึงชีวประวัติและปฏิปทาของหลวงปู่ด้วยซ้ำ ภูเตศวรก็ได้พบความอิ่มเอิบเปรมใจอย่างเหลือล้น เรียกว่าดีตั้งแต่ตัวอักษรตัวแรก...ประทับใจตั้งแต่บทนำกันเลยทีเดียว

และเพราะความประทับใจตรงนี้ ผู้เขียนจึงกราบขออนุญาตหลวงปู่ ขออนุญาตต่อคณะผู้จัดทำหนังสือหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท พระผู้เป็นกึ่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง ในการคัดลอกข้อความอันเป็นเนื้อหาสารประโยชน์มาเผยแพร่แก่สาธุชนชาวพุทธได้ประจักษ์ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ในบทนำ ‘สดุดีพระผู้เป็นกึ่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง’ กล่าวไว้อย่างไพเราะเพราะพริ้งด้วยพุทธดำรัสแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนี้...

“สปฺปุริโส จ โข ภิกฺขเว กตัญฺญู โหติ กตเวทิ, สพฺภิเหตํ ภิกฺขเว อุปฺปัญฺญาตํ ยทิทํ กตญฺญุตา กตเวทิตา, เกวลา เอสา ภิกฺขเว สปฺปุริสภูมิ ยทิทํ กตญฺญุตา กตเวทิตา”

“ภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษแล ย่อมเป็นคนกตัญญูกตเวที ความเป็นผู้กตัญญูกตเวทีนี้ สัตบุรุษทั้งหลายบัญญัติขึ้นไว้ ความกตัญญูกตเวทีนี้เป็นภูมิของสัตบุรุษล้วน”

สัตบุรุษ คือบุรุษสูงสุด เป็นคนดีที่โลกต้องการ ได้แก่ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล และความประพฤติ มีวาจาสัจ มีหิริในใจ เปรียบเหมือนแท่งทองบริสุทธิ์

บัญญัติของสัตบุรุษมี ๓ คือ

๑. ทาน ปันสละของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น

๒. ปันพัชชาถือบวช เว้นจากการเบียดเบียน

๓. มาตาปิตุอุปัฏฐาน บำรุงบิดามารดาของตนให้เป็นสุข

ลักษณะของสัตบุรุษคือ

๑. เป็นผู้ทำความดีเอง

๒. รู้คุณความดีที่คนอื่นทำไว้แก่หมู่คณะและยกย่องเชิดชูไม่ลบหลู่ปิดบัง

๓. ชักนำผู้อื่นให้ทำคุณงามความดี

สัตบุรุษประกอบด้วยธรรม ๔ ประการคือ

๑. เรื่องใดเป็นข้อเสียหายของผู้อื่น แม้ถูกถามก็ไม่เผยถึงเรื่องนั้น

๒. เรื่องใดเป็นเกียรติคุณของผู้อื่น แม้ไม่มีใครถามก็เผยเรื่องนั้น

๓. เรื่องใดเป็นเรื่องเสียหายของตน แม้ไม่มีใครถามก็เผยเรื่องนั้น

๔. เรื่องใดเป็นเกียรติคุณของตน แม้มีใครถามก็ไม่เผยเรื่องนั้น

พระพุทธองค์ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษเมื่อเกิดในตระกูล ย่อมเกิดมาเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนอันมาก คือแก่บิดามารดา แก่บุตรภริยา ทาส กรรมกรคนรับใช้ มิตรสหาย สมณพราหมณ์

เปรียบเหมือนฝนห่าใหญ่ ยังข้าวกล้าทั้งปวงให้งอกงาม ชื่อว่าย่อมมีมาเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่คนอันมากฉันใด

สัตบุรุษเมื่อเกิดในตระกูล ย่อมเกิดมาเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนอันมาก คือแก่มารดาบิดาเป็นต้นฉันนั้นเหมือนกัน”

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ท่านเป็นพระประเภท ‘อเช นโร ธมฺมนุสรนฺโต’ คือสละอวัยวะทรัพย์และชีวิตเพื่อธรรม มีอุปนิสัยกตัญญูกตเวที ดังเช่นท่านเก็บหอมรอมริบจตุปัจจัยสร้างภูมิทัตตเจดีย์น้อมถวายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต จึงนับว่าท่านเป็นสัตบุรุษในทางพุทธศาสนา ก้าวเดินตามรอยบาทพระบรมศาสดาอย่างแท้จริง

เห็นไหมครับแค่บทเกริ่นนำของหนังสือเล่มนี้ เราก็ได้ธรรมะอันยิ่งใหญ่มาประดับความรู้ประดับใจในเรื่อง ‘สัตบุรุษ’ ทั้งความหมาย บัญญัติ รวมทั้งธรรมแห่งสัตบุรุษทั้งสี่ประการอย่างลึกซึ้ง

เพราะชื่อเสียงของหลวงปู่เจี๊ยะ เป็นที่รู้กันว่าองค์ท่านเป็นพระที่พูดจาตรงไปตรงมา การเทศนาธรรมก็ดุเด็ดเผ็ดร้อนไม่เสนาะโสตสำหรับผู้หลงติดในพระสัทธรรมปฏิรูป ผู้เรียบเรียงจึงยกโอวาทธรรมของหลวงปู่ที่กล่าวไว้เป็นคติโลกดังนี้

“ผู้ใดถือรูปร่างลักษณะเป็นประมาณ ถือเสียงและกิริยาภายนอกเป็นประมาณ ผู้นั้นตกอยู่ในอำนาจของความพอใจด้วยความหลงยินดี...ผู้นั้นย่อมไม่รู้จักเรา

คนโง่ถูกกิเลสกั้นใจไว้รอบด้าน ย่อมไม่รู้จักธรรมภายใน ทั้งไม่เห็นธรรมภายใน ทั้งไม่เห็นธรรมภายนอกที่แท้จริง ใจย่อมลอยไปตามเสียงภายนอกตามเสียงที่โลกโฆษณา แม้บุคคลผู้เห็นภายนอก แต่ไม่รู้เรื่องภายในก็ลอยไปตามความนิยมที่โลกโฆษณา

ส่วนใจของผู้ใดไม่ถูกกั้นด้วยกิเลส ย่อมรู้จริงทั้งภายใน เห็นชัดทั้งภายนอก ผู้นั้นเป็นตัวของตัวเอง ไม่ลอยไปตามเสียงโฆษณาที่โลกแต่งเติม ผู้นั้นย่อมรู้จักเราอย่างแท้จริง”

เพราะคุณลักษณะนั้น หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ผู้เป็นปรมาจารย์กรรมฐานแห่งยุคได้ยกย่องสรรเสริญหลวงปู่เจี๊ยะไว้ว่า...

“อาจารย์เจี๊ยะนิสัยเด็ดเดี่ยวมาก เราเห็นท่านคุยภาวนากับหลวงปู่มั่น จึงได้รู้ว่าท่านภาวนาดี ท่านเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเขาเอาปูนครอบพระทองคำ เราจึงไปกะเทาะปูนออกให้คนเห็นทองคำ จิตของท่านเป็นจิตสำคัญมาก หายากนะหาไม่พบแล้ว ในสมัยปัจจุบันนี้ จึงเรียกได้ว่า เป็นเพชรน้ำหนึ่ง ท่านเป็นพระประเภทพระน้ำหนึ่งมานานแล้ว มิใช่เป็นเดี๋ยวนี้”

หลังจบการเขียนธรรมะ 5 นาทีวันนี้ ผู้เขียนตั้งใจแน่วแน่จะนั่งอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบ...ได้อะไรก็จะนำมาฝากในวันหน้า ถ้าท่านใดได้มาก็ลองดูนะครับ อ่านเสร็จเล่าสู่กันฟังบ้าง ฉบับนี้ขอจากกันด้วยหลักธรรมสั้น ๆ แต่เป็นแก่นสำคัญของหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทองดังนี้ครับ...

ศีลเป็นเหตุ สมาธิเป็นผล

สมาธิเป็นเหตุ ปัญญาเป็นผล
ปัญญาเป็นเหตุ วิมุตติเป็นผลฯ


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com