การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

พรหมวิหาร : คุณธรรมปราศจากโทษ by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
5 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#455]

พรหมวิหาร : คุณธรรมปราศจากโทษ

          หากเป็นตามความตั้งใจของผู้เขียนแต่ต้น ขวัญเรือนฉบับนี้จะไม่มีคอลัมน์ธรรมะ 5 นาทีอีก

ก็อย่างที่บอก ‘พี่น้อย’ ซึ่งเป็นบรรณาธิการใหญ่ยืนยันหนักแน่น “พี่ไม่ยอมนะ...ให้ห่มผ้าเหลืองก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน”

มิวายที่จะหาเหตุผลสารพัด ยกแม่น้ำทั้ง 5 สายมาอ้างยังไงก็ไม่สำเร็จ แถมยังยืนยันและนั่งยัน

“ถึงบวชเป็นพระเขียนธรรมก็ไม่ผิด ดูแต่พระรูปอื่นหลายรูปท่านยังเขียนหนังสือธรรมะสอนคนได้”

...เพราะเป็นน้องเลยได้แต่ทำตาปริบ ๆ ก็ต้องก้มหน้าก้มตาเขียนต้นฉบับส่งอยู่นี่ไงล่ะ

แต่อย่าให้ถึงขนาดบวชเรียนแล้วยังต้องเขียนอย่างพระรูปอื่นเลยครับ...ฝืนใจพระบาปนะโยมนะ

เอ้า...มาเข้าเรื่องกันเลย พูดถึงพรหมวิหาร 4 หลายท่านร้องอ๋อ...ภูเตศวรก็เคยเขียนถึงมาบ้างแล้ว ‘วิหาร’ คือเครื่องอยู่หรือเครื่องอาศัย รวมความคือ...เครื่องอยู่ของพรหมหรือเครื่องอยู่ของผู้เป็นใหญ่ และใคร ๆ ก็รู้ว่าพรหมวิหาร 4ประกอบคุณธรรมแห่งเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา แต่วันนี้จะขยายให้เห็นลักษณะและประโยชน์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นตามแบบฉบับพุทธศาสนาโดยแท้จริง

เมตตา คือความเป็นไปโดยอาการประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลาย เป็นลักษณะอันน้อมนำเข้ามาซึ่งเป็นการกำจัดความอาฆาตเป็นผลปรากฏให้เห็นภาวะอันน่าเจริญใจของสัตว์ทั้งหลายเป็นบรรทัดฐาน มีความสงบแห่งพยาบาทเป็นสมบัติ

ข้าศึกของความเมตตา ราคะเป็นข้าศึกอันใกล้ชิดของเมตตาพรหมวิหาร เพราะมีส่วนระคนเข้ากันได้ง่าย อย่างที่เรารู้เพราะเมตตาสงสารจึงเกิดความรักใคร่โดยมิรู้เท่าทัน ดังนั้นผู้เจริญเมตตาต้องคอยช่วงชิงป้องกัน ‘เมตตา’ จาก ‘ราคะ’ ให้จงดี อีกส่วนคือพยาบาท เป็นข้าศึกที่ห่างออกไปกว่าราคะ เพราะมีส่วนเข้ากันไม่ได้ เป็นเครื่องขวางกั้น ผู้ปฏิบัติจึงต้องหมั่นเจริญเมตตาและห่างจากพยาบาทอยู่เป็นนิจ (คำว่าข้าศึกใกล้ เพราะได้ช่องโอกาสขึ้นได้เร็วกว่าคำว่าข้าศึกห่าง เหมือนศัตรูที่อยู่ใกล้ชิด จะมีโอกาสทำร้ายได้เร็วกว่า เช่นราคะกับเมตตาใกล้กันมากถ้าผู้ปฏิบัติเผลอนิดเดียว ราคะจะเกิดแทนเมตตาทันที)

กรุณา คือความเป็นไปโดยอาการบรรเทาทุกข์แก่สัตว์ทั้งหลาย ลักษณะอันไม่นิ่งดูดายต่อทุกข์ของสัตว์อื่นเป็นกิจ มีการไม่เบียดเบียนสัตว์อื่นเป็นผล มีอาการเห็นสภาพอันน่าอนาถของสัตว์ผู้ถูกทุกข์ครอบงำแล้วเป็นบรรทัดฐาน มีการระงับซึ่งการเบียดเบียนสัตว์เป็นสมบัติ

ข้าศึกของกรุณา คือความโทมนัสความเสียใจ อาศัยกามคุณเป็นข้าศึกอันใกล้ชิด เพราะเข้ากันได้เร็วโดยการมองเห็นภัยวิบัติของสัตว์ทั้งหลาย จนเกิดความเศร้าโศก อีกส่วนคือวิหิงสาการเบียดเบียนเป็นข้าศึกอันไกลหรือห่างออกไป เพราะมีส่วนเป็นปฏิปักษ์กับการเจริญกรุณาโดยตรง

มุทิตา เป็นความยินดีเป็นลักษณะ มีความไม่ริษยาเป็นกิจ มีการกำจัดความไม่ไยดีเป็นผลปรากฏ มีการเห็นสมบัติของสัตว์ทั้งหลายเป็นบรรทัดฐาน มีความสงบแห่งความไม่ไยดีด้วยเป็นสมบัติ

ข้าศึกของมุทิตา คือโสมนัส ความดีใจความร่าเริงอันกามคุณถือเป็นข้าศึกอันใกล้ชิดของมุทิตาพรหมวิหาร เพราะมีส่วนเข้ากันได้โดยมองในแง่สมบัติความสมบูรณ์ของสัตว์ทั้งหลายเหมือนกันอีกส่วนคืออรติ ความไม่ไยดี อรติเป็นข้าศึกอันไกลหรือห่างออกไปของมุทิตา เพราะเป็นปรปักษ์ ผู้ปฏิบัติจึงต้องเจริญมุทิตากรรมฐานอย่างไม่เกรงกลัวอรติ

อุเบกขา คือความเป็นไปโดยอาการเป็นกลาง ๆ ในสัตว์ทั้งหลายเป็นลักษณะเห็นภาวะที่สม่ำเสมอกับสัตว์ทั้งหลายเป็นกิจ มีความสงบในความเสียใจและดีใจเป็นผลปรากฏ มีการพิจารณาเห็นภาวะสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีกรรมของตนเป็นบรรทัดฐาน ซึ่งมีอาการเป็นไปด้วยเช่นนี้ว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีกรรมเป็นของตน สัตว์เหล่านั้นเป็นผู้ประสบสุขก็ดี พ้นจากความทุกข์ก็ดี เสื่อมจากสมบัติที่มีอยู่ก็ดี มิได้เป็นเพราะสิ่งอื่นใดนอกจากผลแห่งกรรม มีความสงบแห่งอารมณ์โสมนัสและโทมนัสเป็นสมบัติ

ข้าศึกของอุเบกขา คือ อัญญานุเบกขา ความเพิกเฉย เพราะความไม่รู้ ความเข้าใจผิดจากกามคุณเป็นข้าศึกอันใกล้ เพราะมีความคล้ายมีส่วนเข้ากันโดยง่าย ถ้าไม่พิจารณาถึงโทษและคุณ อีกส่วนคือ ราคะความกำหนัด ปฏิฆะ ความขัดเคืองเป็นข้าศึกอันไกล เพราะเป็นปฏิปักษ์เข้ากันไม่ได้ ผู้ปฏิบัติจึงจำต้องเพ่งเฉยอย่างไม่ไยดีในราคะและปฏิฆะนั้นด้วยความเพียร

ที่ยกความทั้งหมดมาแสดงในวันนี้ก็เพราะหลาย ๆ ท่านยังเข้าใจผิด ในการปฏิบัติจิตในหมวดพรหมวิหารที่เคล้ากามคุณ เช่นคำว่าอุเบกขาคือความวางเฉยมิได้หมายความว่าการ ‘เพิกเฉย’ เพราะไม่อยากเห็นไม่อยากทำที่เกิดจากกิเลส เช่นเดียวกับความเมตตาอันเกิดจากความพอใจในรูปของบุคคลอื่นอันมาจากราคะแห่งกามคุณมากกว่าประการอื่นเป็นต้น ดังคำกล่าวแห่งบรรพจารณ์ดังนี้...“เบื้องต้นเพราะฉันทะอันแรงกล้าปลดเปลื้องทุกข์ได้ประโยชน์แก่สัตว์โลก กระนั้นถึงแม้ว่าอุเบกขาพรหมวิหารจะไม่มีฉันทะในอันที่แสวงหาประโยชน์ให้แก่สัตว์ทั้งหลายเลยก็ตาม แต่ก็เป็นไปโดยอาการที่เพ่งพิจารณาว่า การที่ไม่ขวนขวายช่วยเหลือในสัตว์เหล่านั้นก็ต้องเป็นเฉกเช่นมารดาผู้รักห่วงใยบุตรแต่เพ่งเฉยในบุตรผู้ขวนขวายประกอบการงานด้วยลำพังตนได้แล้ว หรือหมดปัญญาช่วยแล้วจริง ๆ ฉะนั้น”

ถึงตรงนี้ก็ต้องพูดถึงประโยชน์ของการเจริญพรหมวิหาร 4 เป็นการส่งท้ายดังคัมภีร์วิสุทธิมรรคแสดงไว้ดังนี้

“ก็แหละ สุขอันเกิดจากปัญญาที่เห็นแจ้งชัดภายในก็ดี สมบัติอันบุคคลจะได้ในภพที่บังเกิดก็ดี จัดเป็นประโยชน์ส่วนที่ร่วมกันของพรหมวิหาร 4ส่วนการปราบเสียได้ซึ่งกิเลสมีพยาบาทเป็นต้น จัดเป็นประโยชน์ส่วนเฉพาะแต่ละประการของพรหมวิหารทั้ง 4 กล่าวคือเมตตาเป็นประโยชน์ในการปราบพยาบาทอันเป็นความมุ่งร้าย กรุณาเป็นประโยชน์ในการปราบวิหิงสาคือการเบียดเบียน มุทิตาเป็นประโยชน์ในการปราบอรติคือการไม่ไยดี อุเบกขามีประโยชน์ในการปราบราคะคือความกำหนัด ดังคำบาลีกล่าวไว้ทุกประการ”

ในคัมภีร์ยังระบุไว้อีกว่า พรหมและพรหมพระโพธิสัตว์ย่อมเป็นอยู่อย่างจิตปราศจากโทษด้วยมุ่งแสวงหาประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงคือเมตตา 1 ด้วยช่วยปลดเปลื้องสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงคือกรุณา 1 พลอยยินดีต่อสมบัติของสัตว์ทั้งปวง คือมุทิตา 1 และด้วยยึดมั่นอยู่ในภาวะกลาง ๆ คืออุเบกขา 1 ฉันใด โยคีบุคคลทั้งหลายผู้ประกอบด้วยพรหมวิหาร 4 นี้ย่อมเป็นอยู่เหมือนอย่างพรหมโดยกำเนิด และพรหมโพธิสัตว์ทั้งหลายฉันนั้น

ด้วยประการฉะนี้แหละธรรม 4อย่างนี้จึงเรียกว่า พรหมวิหาร โดยอรรถว่า เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ และโดยภาวะที่เป็นคุณธรรมปราศจากโทษแล...

พบกันฉบับหน้าครับ


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com