
‘มาฆบูชา’
วันแห่งหัวใจพุทธศาสนา
ระยะนี้ผู้เขียนขึ้นล่องสุโขทัยค่อนข้างถี่ เหตุเพราะกำลังอยู่ในช่วงท้าย ๆ ของงานสร้างกำแพงรั้ววัดป่าชนะสงคราม จากจำนวนห้าร้อยกว่าช่อง ปัจจุบันเหลือเพียงสองร้อยช่อง หากงานดังกล่าวได้ชะลอตัวลงด้วยความฝืดเคืองของภาวะเศรษฐกิจไปบ้าง ทำให้สองร้อยช่องที่เหลือกลายเป็นงานยากขึ้นสำหรับภูเตศวร หากกระนั้นก็ยังเชื่อมั่น ‘งานนี้’ ต้องจบลงก่อน ‘วิสาขบูชา’ ที่จะมาเยือนในวันเพ็ญ 15 ค่ำเดือน 6 นี้อย่างแน่นอน
...นั่นคือการสิ้นสุดแห่งคำอธิษฐาน กับงานสร้างวัดป่าชนะสงครามของภูเตศวร นับจากวันแรกเริ่มสร้างในปี 2541
จะเป็นจะตายยังไงก็ขอทำวัดป่าชนะสงคราม ให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ก่อนวางภาระทั้งหลายในโลกเข้าสู่เพศสมณะ คือคำมั่นสัญญาอันเป็นสัจจะของตน ซึ่งยาวนานมาหนึ่งทศวรรษ...
เวลานี้มีงานพ่วงท้ายอีกหนึ่งรายการก็คือ กำลังปรับพื้นที่สำหรับปลูกกุฏิและสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับญาติโยม และในวันที่ผู้เขียนเดินทางกลับ งานปรับพื้นที่ได้เสร็จสิ้นลง โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 160,000 บาท
ปัจจัยเริ่มต้นได้มาจากการสั่งจองบูชาวัตถุมงคล รามเทพเทวราช โดยมูลนิธิปัญญาธโร บริจาค 100,000 บาท คุณเยาวรัตน์ อสุนี ณ อยุธยา บริจาค 100,000 บาท คุณสุวรรณา กิจโอภาส บริจาค 50,000 บาท คุณกฤติมา เทียมทับทิม บริจาค 50,000 บาท
หลังจากปรับพื้นที่แล้วจะดำเนินการสร้างกุฏิหลังเล็กขนาดพื้นที่ 2.5 เมตร คูณ 3 เมตร งบประมาณ 5-6 หมื่นบาทต่อหลัง จำนวน 9 หลัง พร้อมห้องน้ำรวม 4 หลัง งบประมาณห้องละ 2 หมื่น 5 พันบาท ซึ่งทั้งหมดจะเป็นสถานที่สำหรับเปิดกว้างให้ญาติมิตรญาติธรรมทั้งหลายได้เดินทางมาใช้ถือศีลปฏิบัติธรรม ค้นหาทางพ้นทุกข์ตลอดไป
เอาละครับ เรามาเข้าหัวข้อเรื่องที่จั่วไว้เลยครับ เมื่อวันวานทมยันตีได้โทร.ถามไถ่เรื่องราวการเดินทางไปเยือนอินเดียที่กำลังจะมาถึง ซึ่งวันที่คณะไปถึงจะตรงกับวันมาฆบูชาพอดี เธอกล่าวว่า ‘แม่หนูอี๊ดจะเขียนวันมาฆบูชาเทียบเคียงกับทางด้านเทวศาสตร์ ลงในคอลัมน์สนธยากาล แม้วน่าจะเขียนเฉพาะพุทธศาสตร์ลงธรรมะ 5 นาที’
ผู้เขียนตอบตกลงทันควัน... ที่ตกลงใจก็เพราะขนาดป้าทมยังถาม “วันมาฆบูชาเป็นวันอะไร?” เราทำท่าฉงนใจ เพราะสงสัยที่ถาม ระดับทมยันตีหรือจะไม่รู้หรือเจตนา ‘ลองภูมิ’ กันแน่ หากก็ตอบด้วยความมั่นใจ
วันที่พระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาติโมกข์”
เออ...แค่นั้นแหละ” นักเขียนใหญ่รับรู้พร้อมบอกเหตุผล... “ถามให้แน่ใจเฉย ๆ เพราะกลัวว่าจำผิด”
โบราณว่าปลาใหญ่ไม่ตายน้ำลึก แต่มักตายน้ำตื้น ปัญหาก็เช่นกัน คนเรามักไม่จนปัญหาใหญ่ หากมักจนด้วยปัญหา ‘หญ้าปากคอก’ เหตุนี้ทำให้ตัดสินใจเอาวันมาฆบูชานี่แหละเขียนส่งขวัญเรือนในวันนี้ แม้ว่ากว่าบทความนี้จะผ่านสายตาท่านทั้งหลาย วันมาฆบูชาคงผ่านไปแล้วหลายวัน แต่ถือว่าไม่สายเกินสำหรับความเข้าใจในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชน
ถ้ามีใครถามขึ้นว่า “หัวใจของศาสนาพุทธอยู่ตรงไหน!?” หลายท่านมักจะตอบว่า “พระพุทธเจ้าสอนให้ จงทำดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” ซึ่งเราชาวพุทธตอบได้รวดเร็ว หากถามต่อว่า “พุทธดำรัส 3 ประการนั้นมาจากไหน?” น้อยคนจะสามารถตอบได้ นั่นแหละคือที่มาของหัวข้อที่กำหนดในวันนี้
มาฆบูชา มาจากคำว่า มาฆปุรณมีบูชา หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ หรือเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองหน (ปีอธิกมาส) ก็จะเลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 3 (หลัง) หรือคล้อยไปเกือบ 4 แทน
วันมาฆบูชา เป็นเสมือนหัวใจของพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศหลักธรรมสำคัญ เสมือนหนึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ใช้เป็นแม่บทกฎหมายสูงสุดของประเทศ คือทรงแสดงพระโอวาทปาติโมกข์ ให้พระสาวกถือเป็นหลักปฏิบัติ และเผยแพร่พระพุทธศาสนาโดยมีเนื้อหาใหญ่ 3 ประการ
หนึ่ง... อุดมการณ์ มีจุดหมายสูงสุดคือพระนิพพาน คือการดับจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวง อันจะสำเร็จด้วยความพากเพียรจากการกระทำของตน มิใช่สำเร็จเพราะการอ้อนวอนจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ
สอง... หลักการ เป็นหลักคำสอนอันเป็นหัวใจแห่งการปฏิบัติของพระพุทธศาสนา คือทำกุศลกรรมความดีให้ถึงพร้อม ไม่ทำความชั่วทั้งปวง และทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใส
สาม... วิธีการ คือทรงแนะนำพุทธวิธีในการนำธรรมะสู่จิตใจด้วย ไม่มีการกล่าวร้ายใคร ไม่มีการทำร้ายใคร เป็นผู้รักษาวินัยเคร่งครัด รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร รู้จักอาศัยในที่สงบสงัด (สัปปายะ) รู้การฝึกฝนพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น รู้จักบำเพ็ญสมาธิอยู่เสมอ (ประกอบความเพียรในทางจิตอย่างสูง)
เป็นที่รู้โดยทั่วกันว่า โอวาทปาติโมกข์นั้นทรงประทานให้สงฆ์สาวก ถือเป็นศีลเพื่อการปฏิบัติมากถึง 227 ข้อ หากเพื่อประมวลคำสอนหลักของพระพุทธศาสนาให้สงฆ์สาวกนำไปปฏิบัติ และนำไปสั่งสอนผู้อื่นในคราเดียวอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่จะขออัญเชิญบาทคาถาซึ่งเป็นพุทธดำรัสมาแสดงในที่นี้อีกครั้งคือ...
ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา ขันติคือความอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง
นิพพานัง ปะระมัง วะทันติพุทธา ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอย่างยิ่ง
นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ไม่ชื่อว่าบรรพชิตเลย
สะมะโณ โหติปะรัง เวเหฐะยันโต ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าสมณะเลย
สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง การไม่ทำความชั่วทั้งปวง
กุสะลัสสุปะสัมปะทา การทำความดีให้ถึงพร้อม
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การทำใจให้สะอาดหมดจดบริสุทธิ์
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง นี่เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนา
อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต การไม่พูดร้าย ไม่ทำร้าย
ปาติโมกเข จะ สังวะโร การสำรวมในปาติโมกข์
มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค
ปัญตัญจะ สะยะนาสะนัง การนอนนิ่งในที่อันสงัด
อะธิจิตเต จะ อาโยโค ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง
เอตัง พุทธานะ สาสะนันติ นี่เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
วันมาฆบูชา มีความมหัศจรรย์ 4 ประการเกิดขึ้น หลายท่านจึงรู้จักกันในนาม ‘จาตุรงคสันนิบาต’ ที่มีองค์ 4 ประการดังนี้
1.พระภิกษุสงฆ์มาชุมนุมพร้อมหน้ากัน ณ วัดเวฬุวัน โดยมิได้นัดหมายมีมากถึง 1,250 รูป
2.พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
3.พระภิกษุ 1,250 รูป ที่มาประชุมกัน ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือได้รับการอุปสมบทโดยตรงกับพระพุทธองค์ทั้งสิ้น
4.วันที่มาประชุมกันเป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันมาฆบูชา
นอกจากวันมาฆบูชาจะเป็นวันสำคัญดังที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดแล้ว ในพุทธศาสนายังถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง เมื่อพระบรมศาสดาได้ดำรงพระชนมชีพครบ 80 พรรษา พระองค์ได้พิจารณาเห็นว่าบัดนี้พระศาสนามีพุทธบริษัท 4 ครบบริบูรณ์ อีกทั้งทรงมั่นพระทัยว่า พุทธศาสนาได้เจริญมั่นคงพอควรแล้ว พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยที่จะปลงพระชนมายุสังขาร
...โดยนับจากวันเพ็ญเดือนมาฆะไปอีก 3 เดือนจะทรงดับขันธปรินิพพาน!
นั่นหมายถึงจะตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ที่เราท่านรู้กันว่าเป็นวันวิสาขบูชา อันเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน นั่นเอง
ธรรมะ 5 นาที วันนี้อาจเป็นเรื่องหญ้าปากคอกในความรู้สึกของท่านไปบ้าง หากอยากบอกว่า บางครั้งเรื่องราวง่าย ๆ ก็สามารถลืมเลือนไปจากหัวใจโดยง่าย โดยเฉพาะคำสั่งสอนแห่งพระบรมศาสดาที่ถือเป็น ‘แก่น’ เป็น ‘หัวใจ’ ของพุทธศาสนา อย่างน้อยแม้นว่าสามารถสะกิดใจใครบางคนให้ผู้ลืมเลือนได้จดจำ...
ว่าวันมาฆบูชา สำคัญเพียงไหน...อย่างไร?
อย่างน้อยระลึกรู้ถึงคุณแห่งพระบรมศาสดา ผู้ทรงเผยแผ่พระสัจธรรมเอาไว้แก่มวลมนุษยชาติอย่างไร ก็เท่ากับเป็นการเจริญ ‘พุทธานุสติ’ เพื่อประโยชน์ตนแล้วส่วนหนึ่ง
อย่าว่าแต่เข้าใจหัวใจอันเป็นโอวาทปาติโมกข์จนสามารถนำไปปฏิบัติตนให้สมกับเป็นพุทธบริษัท เป็นพุทธศาสนิกชนโดยแท้นั้นจะนำพาท่านสู่ ‘นิพพาน’ อันเป็นแดนบรมสุข จะเป็นประโยชน์มหาประโยชน์เยี่ยงไร?
ขอศานติสุขจงเป็นของท่านทั้งหลาย
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com