
หน้าที่ของเราชาวพุทธบริษัท
ก้าวสู่ศักราชใหม่ด้วยโศกนาฏกรรมของซานตีก้าคลับ หกสิบกว่าศพสังเวยเพลิงที่เกิดจากความประมาทอย่างน่าอนาถใจ เป็นนิมิตหมายคล้ายจะบอกเราว่า ‘ปีนี้’ ความร้อนรุ่ม ความทุกข์ทั้งหลายยังจะกระหน่ำมนุษยชาติอย่างไม่คลายจาง ภัยพิบัติธรรมชาติทำลายล้างก็ยังพอทำเนา...เพราะนอกเหนือจากการควบคุม หากนับจากปลายปีที่ผ่านมาจนขณะนี้ การไล่ล่าเข่นฆ่ากันระหว่างมนุษย์ ยังคงดำเนินต่อไปไม่จบสิ้น
ในต่างประเทศ อิสราเอลยังถล่มกลุ่มฮามาสของปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง คนบริสุทธิ์ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงจวบจนบัดนี้!
นับวันโลกจะร้อนรุ่มขึ้น เหตุเพราะกิเลสและทิฐิของมนุษย์ ตรงนี้ทำให้นึกถึงประโยคของหลวงปู่พรม พรหมโชโต ที่พร่ำบอกผู้เขียนซึ่งเป็นลูกศิษย์
“บอกญาติมิตรนะ ทำบุญให้อธิษฐานทุกครั้ง เกิดชาติไหนก็ขอให้พบพระศาสนา อย่าเกิดในยุคที่ไม่มีศาสนาเด็ดขาด เพราะจะมีแต่ความทุกข์ทนทรมาน”
จริงอย่างท่านกล่าวอย่างมิต้องสงสัย เพราะในขณะที่โลกยังมีศาสนา แม้ต่างความเชื่อบ้างก็ตามที หากทุกศาสนาล้วนสอนให้มนุษย์ตั้งอยู่ในความดีงาม มีเมตตาต่อกัน
โลกวันนี้ยังร้อนระอุด้วยการล้มล้างเข่นฆ่า แล้ววันหน้าถ้าเป็นยุคทมิฬ ไร้ศาสนา คุณธรรมแห่งมนุษย์ที่ขาดหาย วันนั้นสังคมจะเป็นเยี่ยงไร?
“สัตว์โลกจะไร้ศีลธรรม ปราศจากความยับยั้งชั่งใจ!”
หลวงปู่ย้ำคำหนักแน่น “คำว่าอภัยกับคำว่าเมตตา จะไม่มีในหัวใจมนุษย์”
...ทั้งหมดคือความจริงในยุคมิคสัญญี ที่จะมาถึงในอนาคต ตามพุทธทำนาย ภายหลังพุทธศาสนาดำรงได้ห้าพันปี
บางท่านอาจนิ่งเฉยด้วยคิดว่า จากนี้กว่าจะครบอายุพระศาสนา ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองพันกว่าปี วันนั้นกว่าจะมาถึงเราก็ตายไปแล้ว...
...ถูกอย่างที่คิด...หากไม่ถูกต้องทั้งหมด...
เพราะเราท่านทั้งหลาย มิได้สิ้นสูญเพราะความตาย หากถ้ายังไม่จบสิ้นอาสวกิเลส เรายังคงเวียนว่ายตายเกิดมีภพชาติต่อไป...
เมื่อยังเวียนชาติเวียนภพ วันนั้นก็จะมาเยือนเราในที่สุด
เคยถามครูบาอาจารย์...ว่ากว่าจะมาถึงวันนั้นมนุษย์โลกจะเป็นอย่างไร?
ท่านตอบชัดเจน ‘มนุษย์ที่มีศีลธรรมจะหลบลี้หนีหายเข้าป่าหาความสงบ ส่วนคนไร้ศีลธรรมจะลุกขึ้นมาต่อสู้เข่นฆ่ากันเองจนล้มตายอย่างน่าอนาถใจ’
นอกจากนั้นท่านยังให้ข้อคิดว่า ศาสนาไม่ใช่อยู่ ๆ ถึงห้าพันปีก็หายไปเฉย ๆ แต่ศาสนาจะค่อย ๆ เรียวเล็กลง หมายถึงความย่อหย่อนในการปฏิบัติของเหล่าพุทธบริษัท ท้ายที่สุดเลือนหายไป
ในปัจจุบันแม้จะผ่านเลยมาเพียง 2551 ปีของพุทธศาสนา หากความเจริญทางวัตถุก็ได้กัดกลืนศีลธรรม ลงมากอย่างน่าใจหาย สัตว์โลกหายใจเข้าออกด้วยแรงแห่งความอยากในวัตถุภายนอก ดิ้นรนต่อสู้สะสมทรัพย์สินคดโกงทำลายล้างเพื่อได้มาซึ่งเงินทองอำนาจโดยปราศจากความละอายและเกรงกลัวต่อบาป
ไม่เพียงแต่เท่านั้น ปัจจุบันพระสงฆ์องค์เจ้าทั้งปวงที่จะประพฤติบำเพ็ญธรรมเพื่อความหลุดพ้น เดินตามรอยบาทพระบรมศาสดาก็เริ่มลดน้อยถอยลง ภิกษุที่เคยทำตามอย่างพระพุทธเจ้าด้วยการอยู่เรือนว่าง อาศัยความสงบของป่าเขา แสวงหาธรรมะอันบริสุทธิ์ กลับกลายมาอาศัยกระพี้หรือเปลือกมาแลกเอกลาภเลี้ยงชีพมากมายขึ้นอย่างเห็นชัด
ทั้งที่รู้ว่า ทุกประการอยู่ภายใต้หลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นกฎไตรลักษณ์อย่างที่สมเด็จพระบรมศาสดาทรงตรัสไว้ หากก็อยากบอก อยากย้ำกับท่านทั้งหลายว่า อย่าได้ประมาท และปล่อยเวลาให้ไหลเลยผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ในฐานะเป็นพุทธบริษัท เราได้ทำหน้าที่ของเราหรือยัง หน้าที่นั้นคือ...
ทำบุญทำทานกับผู้ควรทำ ส่งเสริมพระสงฆ์ผู้มีศีลาจารวัตรให้อยู่ในการบำเพ็ญธรรม เพื่อสืบสานงานพระศาสนาให้ดำรงคงอยู่อย่างมั่นคงสถาพร
ดำรงรักษาศีล...ตามคำสอนของพระศาสดา เพราะตราบใดที่ศีลธรรมยังประดับใจมนุษย์ พระศาสนาก็จะดำรงสืบไป ไม่สิ้นสูญลง
ไม่ทิ้งการภาวนา-สมาธิ เพราะตราบใดที่มีการปฏิบัติภาวนา และการเจริญสมาธิ ตราบนั้นการยกระดับจิตใจสู่มรรคผลนิพพานก็ยังจะมีอยู่ แม้การปฏิบัติในชาตินี้จะไม่จบสิ้นพรหมจรรย์ สิ่งที่ทำในปัจจุบันชาติก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยเป็นอุปนิสัยไปในชาติหน้า ที่สุดคือความพ้นทุกข์ในอนาคตอันใกล้

ทั้งหลายทั้งสิ้นทั้งปวงที่กล่าวมาตั้งแต่บรรทัดแรกถึงตรงนี้ เพราะด้วยวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ถึง 1 มกราคม 2552 ที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนได้พาคณะศรัทธาอันมีชมรมธรรมะ 5 นาที และแฟนผู้อ่านขวัญเรือนจำนวนเกือบร้อยชีวิตไปถือศีลปฏิบัติธรรมที่วัดอมราวาส ตำบลบ้านด่าน อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย นอกจากถือศีลปฏิบัติธรรมแล้ว ยังมีงานบุญทอดผ้าป่าหาทุนสร้างกุฏิอนุสรณ์ร้อยปี พระเดชพระคุณราชพฤฒาจารย์ ห้อม อมโร อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัยด้วย และด้วยความเมตตาของพระครูปลัด ชาญณรงค์ เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ท่านได้จัดพิธีสวดนพเคราะห์สืบชะตาให้กับชาวคณะผู้มาทำบุญเป็นกรณีพิเศษ
ในวันนั้นมีคนถาม... “ศาสนาพุทธมีอายุห้าพันปีจริงหรือ หมายความว่าอย่างไร?”
เป็นคำถามที่ภูเตศวรในอดีตก็มีความสงสัย และเคยสอบถามครูบาอาจารย์มาแล้ว ต้องย้ำตรงนี้หน่อยว่าครูบาอาจารย์องค์ดังกล่าว ผู้เขียนแน่ใจอย่างยิ่งว่าท่านเป็นพระอริยเจ้าแล้วแน่นอน จึงนำคำวิสัชนาของท่านมาตอบผู้ถามโดยส่วนตัววันนั้น หากเห็นว่าความสำคัญในเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านอยู่บ้าง ก็เลยหยิบยกมาเป็นประเด็นการเขียนในวันนี้
สรุปให้ชัด ๆ ไปเลยว่า พุทธทำนายที่สมเด็จพระบรมศาสดาตรัสไว้นั้น เป็นความจริงอย่างที่ครูบาอาจารย์ท่านเน้นคำ...
“หลวงปู่พิจารณาแล้วว่ากาลข้างหน้าจะเป็นจริงดังคำพุทธทำนายอย่างแน่นอน!”
แม้แต่เรื่อง พระศรีอาริย์เมตไตรย คือพระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 ที่จะมาตรัสรู้ในภัทรกัปนี้ต่อจากพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนั้นท่านยังกล่าวชัดเจนยิ่ง
“เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องโกหก!”
มิหนำซ้ำท่านยังกล่าวเตือน... “แม้เป็นเรื่องจริงก็ยังอีกนานมาก กว่าอายุขัยมนุษย์จะถดถอยลงเหลือแค่เจ็ดแปดปี และค่อย ๆ มีศีลธรรมขึ้น อายุก็จะยืนยาวกลับมาใหม่ ต้องใช้เวลาเป็นหมื่น ๆ ปี...ทำไมจะต้องรอพระศรีอาริย์ล่ะ?”
นั่นคือสิ่งที่ท่านเห็นในญาณอันวิเศษของท่าน และกล่าวด้วยน้ำคำเปี่ยมความเมตตาการุณย์
“รีบทำวันนี้เถอะ หมดทุกข์ก่อนพระศรีอาริย์มาตรัสรู้ได้ไม่เป็นการดีกว่าหรือ จะมานั่งรอทำไมให้เสียเวลา?”
นั่นคือคำถามสุดท้ายสำหรับท่านทั้งหลายในวันนี้...
“ทำบุญทำทาน ถือศีล...ทำสมาธิบ้างหรือยัง ถ้าทำแล้วก็ถือว่าสมค่ากับการเกิดมาเป็นพุทธบริษัทแล้ว...สาธุ!”
สวัสดีปีใหม่ครับ

พิธีสวดนพเคราะห์ ณ วัดอมราวาส by ไอซ์
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com