
สัมปสาทนียสูตร
สำหรับลูกศิษย์หรือผู้ที่เคยร่วมงานบุญกับทมยันตี-ภูเตศวรมานาน ย่อมรู้ว่าในแต่ละปีอย่างน้อยสุดเราจะมีการทอดกฐินและทอดผ้าป่าอย่างละ 1 ครั้ง เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำมายาวนาน โดยปกติกฐินจะทอดหลังเทศกาลออกพรรษา หากผ้าป่าสามารถทอดถวายได้ในทุกกาล จำนวนไม่จำกัด แต่ถ้าไม่ติดธุระจำเป็นจนมิอาจหลีกเลี่ยง วันวิสาขบูชา อันเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราจะมุ่งหน้าสู่วัด...ปฏิบัติธรรม พร้อมทอดผ้าป่ากันในทุกปี
ส่วนใหญ่กฐินกับผ้าป่าของเราคือการหาทุนทรัพย์เพื่อสร้างหรือบูรณะวัดวาอาราม แม้การเททองหล่อพระประธาน เช่นวัดป่าชนะสงคราม ก็จะใช้ฤกษ์ในวัน วิสาขบูชาเป็นมงคลฤกษ์ เพราะผู้เขียนถือว่าไม่มีวันนี้ศาสนาพุทธฤๅสามารถอุบัติขึ้นในโลก
ปีนี้มีงานบุญเช่นหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา แต่ที่พิเศษกว่าทุกคราคือ หลวงปู่พรม พรหมโชโต เจ้าอาวาสวัดป่าชนะสงคราม ท่านดำริว่า จะปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ท่านได้เพาะขึ้นจากเมล็ดต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากพุทธคยาจำนวนมากถึง 7 ต้น ภูเตศวรเข้าใจว่าการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ คือการรำลึกถึงพระปัญญาธิคุณแห่งพระบรมศาสดา เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ค้นพบพระธรรมอันยิ่งใหญ่ ใต้ควงต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นประการสำคัญ
หากภายหลังที่เดินทางถึงวัดป่าชนะสงคราม และมีโอกาสสนทนาธรรมโดยลำพังกับหลวงปู่พรม ท่านยังถือโอกาสขยายความนัยของการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ในครั้งนี้ให้ฟังเหมือนมีเจโตปริยญาณหยั่งรู้จิตใจของภูเตศวรอีกด้วย

หลวงปู่กล่าวว่า การปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์มิเพียงเป็นการรำลึกถึงคุณแห่งพระพุทธเจ้า รำลึกถึงพระธรรมเจ้าที่ตรงตรัสรู้เท่านั้น การปลูกต้นโพธิ์คือการสร้างทานอีกประการหนึ่ง... เพราะต้นโพธิ์เป็นร่มเงาแก่คนและสัตว์ ไม่เพียงให้ร่มเงาแก่คนและสัตว์เท่านั้น หากผลสุกของต้นโพธิ์ยังเป็นอาหารแก่นกกาทั้งหลาย นั่นแล โบราณท่านจึงยกย่องผู้มีคุณประโยชน์ต่อหมู่ชนด้วยการอุปมาว่า บุคคลนั้น บุคคลนี้ เปรียบเสมือน ‘ร่มโพธิ์ร่มไทร’ ให้ความสงบร่มเย็นและความสมบูรณ์พูนสุขแก่ตน เพราะประการดังกล่าว...การปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ในครั้งนี้ จึงเท่ากับเป็นการสร้างทานบารมีอีกประการหนึ่ง

งานบุญในวันวิสาขบูชาผ่านพ้นไปอย่างเรียบร้อย ได้ปฏิบัติธรรมตามสมควร ได้ทำบุญทำทานสร้างกุศลทอดผ้าป่าหารายได้สร้างรั้วกำแพงวัด ซึ่งงานนี้ได้ปัจจัยทั้งหมดประมาณสองแสนสี่หมื่นสามพันกว่าบาท นอกจากนั้นทางชมรมธรรมะ 5 นาที ได้ถวายปัจจัย หนึ่งแสนบาทให้กับวัดวังแดด อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย เพื่อซื้อดินถมพื้นที่วัด เนื่องจากในทุกปีช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมวัดจนพระอุโบสถเก่าแก่เสียหายไปมากแล้วในปัจจุบัน
ครับ ก็อิ่มบุญอิ่มกุศลกันไปแล้วถ้วนหน้า ส่วนใครเป็นใครมีอะไรบ้าง สามารถดูได้จากรูปถ่ายพร้อมคำบรรยายกันเองนะครับ

เพื่อไม่เสียเวลาขอเข้าหัวข้อที่วางไว้เลยดีกว่า ‘สัมปสาทนียสูตร’ เป็นสูตรว่าด้วยคุณธรรมที่น่าเลื่อมใสของพระพุทธเจ้า ซึ่งธรรมหลายประการนี้แลทำให้พระพุทธองค์ เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองจากใคร
ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับในป่ามะม่วง ซึ่งเศรษฐีขายผ้าเป็นผู้ถวาย พระสารีบุตรเข้าไปเฝ้ากราบทูลว่า ท่านเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ไม่มีสมณพราหมณ์ใดในอดีต อนาคต ปัจจุบัน ยิ่งกว่าพระผู้มีพระภาคในทางตรัสรู้
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านเปล่งวาจาอย่างอาจหาญ บรรลือสีหนาทยืนยันลงไปโดยส่วนเดียว ท่านกำหนดรู้จิตของพระผู้มีพระภาคในอดีต อนาคต ปัจจุบัน หรือว่ามีศีล มีธรรม มีปัญญา มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ และหลุดพ้นอย่างนี้ ๆ พระสารีบุตรตอบว่า... ‘เปล่าพระเจ้าข้า’ พระบรมศาสดาจึงตรัสถาม ‘เมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุไฉนจึงเปล่งวาจาอาจหาญ บรรลือสีหนาทยืนยันแน่ลงไปโดยส่วนเดียวอย่างนี้’
พระสารีบุตรได้กราบทูลแสดงความแน่ใจของท่านว่า เปรียบเหมือนนายประตูผู้ฉลาดเฝ้าอยู่ทางประตูเข้าออกไม่เห็นทางอื่น เช่น ที่ต่อกำแพงหรือช่อง แม้ที่แมวจะเข้าออกได้ เขาย่อมแน่ใจว่าสัตว์ใหญ่ย่อมเข้าออกพระนครนี้ทางประตูนี้เท่านั้น ตัวท่านเองก็เป็นเช่นนั้น รู้นัยแห่งธรรมว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งในอดีต อนาคต ปัจจุบัน ทรงละนิวรณ์ 5 อันเป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตอันทำปัญญาให้อ่อนกำลังลง ทรงตั้งจิตไว้ด้วยดีในสติปัฏฐาน 4 ทรงเจริญโพชฌงค์ 7 ตามความเป็นจริงแล้ว จึงได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม
และเมื่อได้เข้าเฝ้าสดับธรรมของพระผู้มีพระภาค เมื่อสดับแล้วก็ยิ่งรู้ธรรมบางอย่างในธรรมนั้น ถึงความสำเร็จใน (อริยสัจ) ธรรม เลื่อมใสในพระศาสดาว่า พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ พระธรรมอันผู้มีพระภาคแสดงดีแล้ว พระสงฆ์ปฏิบัติดีแล้ว
จากนั้นพระสารีบุตรได้แสดงธรรมะอันยอดเยี่ยมที่พระผู้มีพระภาคแสดงแก่ท่าน ซึ่งพระผู้มีพระภาคตรัสรู้อย่างไม่มีส่วนเหลือ ไม่มีข้อที่ควรรู้มากขึ้นไปอีก ซึ่งจะมีสมณพราหมณ์อื่นยิ่งไปกว่าเป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. กุศลธรรม (แสดงโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ มีสติปัฏฐาน 4 เป็นต้น จนถึงมรรคมีองค์ 8)
2. ธรรมในการบัญญัติอายตนะ ทั้งภายในภายนอก อันมี ตากับรูป หูกับเสียง จมูกกับกลิ่น กายกับโผฏฐัพพะ และใจกับธรรม
3. ธรรมในการก้าวสู่ครรภ์ มี 4 ชนิด มีการก้าวสู่ครรภ์ การตั้งอยู่ การออกจากครรภ์ โดยไม่มีความรู้สึกตัว รู้ในข้อแรก ไม่รู้ในสองข้อหลัง รู้ตัวในสองข้อแรก ไม่รู้ในข้อหลัง รู้ตัวทั้ง 3 ข้อ
4. ธรรมในพัสสนสมาบัติ เข้าฌานที่มีการเห็นอารมณ์ต่าง ๆ รวม 4 อย่าง คือ การเห็นอาการ 32 มีผม ขน หนัง เป็นต้น พิจารณากระดูก พิจารณากระแสวิญญาณของบุรุษอันตั้งอยู่ในโลกนี้และโลกอื่น พิจารณาวิญญาณของบุรุษอันไม่ตั้งอยู่ในโลกนี้และโลกอื่น
5. ธรรมในการบัญญัติบุคคล มี 7 อย่าง มีอุภโตภาควิมุต ผู้พ้นโดยส่วนทั้งสอง จนถึงสัทธานุสารี คือผู้แล่นไปตามศรัทธา
6. ธรรมในกลุ่มที่เป็นประธาน คือโพชฌงค์องค์แห่งปัญญาเป็นเครื่องตรัสรู้ 7 ประการ อันมีสติ เป็นต้น
7. ธรรมในข้อปฏิบัติ มี 4 อย่าง มีปฏิบัติลำบากรู้ได้ช้า เป็นต้น
8. ธรรมในการประพฤติเกี่ยวกับคำพูด มี 4 อย่าง คือไม่พูดเท็จ ส่อเสียด เป็นต้น
9. ธรรมในวิธีสั่งสอน คือรู้วิธีสั่งสอนให้เป็นอริยบุคคล 4 ขั้น มีพระโสดาบัน พระสกิทาคามี เป็นต้น
10. ธรรมในการรู้ความหลุดพ้นของผู้อื่น รู้ความหลุดพ้นของพระอริยบุคคลทั้ง 4
11. ธรรมในสัสสตวาทะ คือลัทธิที่เห็นว่าเที่ยงมี 3 ประการ ตนเที่ยง โลกเที่ยง...เพราะระลึกชาติได้หลายกัปป์
12. ธรรมในญาณหยั่งรู้ ความจุติ การเคลื่อนหรือตาย อุปบัติการเกิดของสัตว์ทั้งหลาย เห็นสัตว์ได้ดีได้ชั่วตามกรรมของตน
13. ธรรมในการแสดงฤทธิ์ ทั้งฤทธิ์ที่มีอาสวะและกิเลส และไม่มีอาสวะและกิเลส
14. พระผู้มีพระภาคทรงบรรลุธรรมที่บุรุษผู้มีศรัทธาพึงบรรลุด้วยความเพียร ด้วยเรี่ยวแรง ด้วยความบากบั่น ไม่ประกอบพระองค์ให้ชุ่มด้วยกาม ไม่ประกอบการทรมานพระองค์ให้ลำบาก ทรงได้ฌาน 4 อันเป็นเรื่องของจิตใจชั้นสูง อันเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันตามพระประสงค์โดยไม่ยากลำบาก
ครั้นแล้วพระสารีบุตรก็ย้ำความแน่ใจของท่านว่าเมื่อมีใครถาม ท่านก็จะยืนยันว่า ไม่มีสมณพราหมณ์ทั้งในอดีต อนาคต ปัจจุบัน จะยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางตรัสรู้ แต่ถ้าถามว่า มีสมณพราหมณ์ในอดีต ในอนาคต ที่เสมอด้วยพระผู้มีพระภาคในทางตรัสรู้หรือไม่ ก็จะตอบว่า ‘มี’ ถ้าจะถามว่าในปัจจุบันมีหรือไม่ ก็จะตอบว่า ‘ไม่มี’ ถ้าถูกถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นก็จะตอบว่า
“เคยได้สดับมาในที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า มีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต ในอนาคต ที่เสมอพระองค์ในทางตรัสรู้ และเคยสดับในที่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเช่นเดียวกันว่า มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่ในโลกธาตุเดียวกัน จะมีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้นพร้อมกัน 2 พระองค์”
พระผู้มีพระภาคได้สดับเสร็จ ก็ตรัสรับรองภาษิตนั้นของพระสารีบุตร (ที่มา...พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชนภาค 4 ความย่อแห่งพระไตรปิฎก เล่ม 11)

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com