
สุปฏิปันโน
- ปฏิบัติดี ปฏิบัติอย่างไร?
ธรรมะ 5 นาที ฉบับนี้ ขออนุญาตตอบคำถามของท่านผู้อ่านตามกติกาที่เคยว่าไว้...ถ้ามีคำถามที่มีสารประโยชน์ คือมีประโยชน์ต่อผู้อ่านโดยส่วนรวม ผู้เขียนจะนำมาตอบในคอลัมน์นี้ทันที...
คำถามนี้มาไกลจากอเมริกา ถามว่า “ในบทสวดมนต์อิติปิโส ภควาฯ...หมวดสังฆคุณ คำว่า สุปฏิปันโน ภควา สาวกสังโฆ แปลจากบทสวดมนต์ทั่วไปคือ หมู่แห่งสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว คำว่าปฏิบัติดีแล้วคือปฏิบัติอะไร ดีอย่างไร เราเอาอะไรเป็นมาตรฐานการวัด?”
ต้องขอตอบอย่างนี้ครับ คำว่าสุปฏิปันโน แปลตรง ๆ ว่า ‘ปฏิบัติอยู่ในสัมมาปฏิบัติ’ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคจำกัดความชัดเจนกว่านั้น คือการปฏิบัติในทางที่นำไปสู่พระนิพพานแดนพ้นทุกข์ และไม่ปฏิบัติถอยหลัง ไม่ปฏิบัติเป็นข้าศึก ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
และอีกนัยหนึ่ง ท่านอธิบายว่า ปฏิบัติดีหมายถึงปฏิบัติไปตามธรรมวินัยที่พระบรมศาสดาทรงแนะนำสั่งสอนไว้ ไม่ปฏิบัติให้ผิดไปจากธรรมวินัย
ไม่เพียงเท่านั้น บางตำราท่านอธิบายคำว่าปฏิบัติดี หมายความว่าบุคคลเหล่าใดเป็นผู้ตั้งอยู่ในมรรคและผล บุคคลนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติดี เพราะเป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยมรรคอันมีองค์แปด และเป็นผู้ที่ได้บรรลุธรรมที่ควรบรรลุด้วยการปฏิบัติชอบตามมรรคอันมีองค์แปดดังกล่าว
จากข้อความที่โบราณจารย์อธิบายมานี้ ประเด็นสำคัญคือการปฏิบัติดีที่ปฏิบัติตามมรรคอันมีองค์แปด หรือมีมรรคแปดโดยสมบูรณ์กระทั่งได้รับผลคือบรรลุถึงพระนิพพาน ซึ่งทำให้ละกิเลสได้เด็ดขาด ดังนั้นคนที่จะเข้าใจถึงคำว่า ‘ปฏิบัติดี’ นั้นจะต้องเข้าใจคำว่า ‘มรรคมีองค์แปด’ อย่างแจ่มแจ้ง ซึ่งวันนี้จะนำมาขยายให้อ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง
สำหรับนักบวช คำว่า ‘หมู่แห่งสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีนั้น’ คือความหมายที่ว่า ‘ดี’ คือดีตลอดไป ไม่เหมือนกับปุถุชนที่ความดีไม่ค่อยแน่นอน วันนี้ดีพรุ่งนี้เปลี่ยน...กลับไปกลับมา ส่วนสาวกของพระบรมศาสดาที่กล่าวถึงนี้ ควรเป็นผู้ที่ไว้ใจได้จริง ๆ ว่าท่านมีความประพฤติดีอย่างไร ก็ต้องดีอย่างนั้นตลอดไป และกว่านั้นคือความดีของท่านต้องก้าวหน้ายิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติของพระอริยเจ้า คือไม่ปฏิบัติถอยหลังอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
สำหรับคำว่า ‘ไม่ปฏิบัติเป็นข้าศึก’ ความหมายคือ ไม่ปฏิบัติเป็นปรปักษ์ต่อใคร ไม่แตกแยกความสามัคคีต่อใคร ไม่ปฏิบัติเป็นข้าศึกต่อศาสนาด้วยการทำลายศาสนา ทำให้ประชาชนหมดความเลื่อมใสจนเห็นว่าศาสนาไม่มีประโยชน์ต่อสังคม
ส่วนปฏิบัติดีที่หมายถึง ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม หมายความว่า ปฏิบัติไปตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ต้นไปตามลำดับ ซึ่งการปฏิบัติแต่ละอย่างเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ก้าวขึ้นไปสู่โลกุตรธรรมยิ่งขึ้น ถ้าเปรียบเหมือนกระแสน้ำย่อมไหลไปสู่มหาสมุทรคือพระนิพพานเท่านั้น ตรงนี้ขอขยายเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติสมควรแก่ธรรม คือปฏิบัติธรรมเพื่อเห็นธรรมจริง ๆ ไม่ได้เห็นแก่ลาภสักการะ และพยายามที่จะน้อมตัวน้อมใจเข้าไปสู่ธรรมเป็นไปตามธรรม แปลความหมายของธรรมถูกต้อง ไม่ได้แปลเข้าข้างกิเลสของตัว หรือดัดแปลงธรรมไปตามใจชอบของตน
การจะเข้าใจคำว่าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอย่างถ่องแท้ต้องศึกษามรรคแปดให้เข้าใจ เพราะ ‘มรรค’ คือหนทางที่พระบรมศาสดาทรงค้นพบและทรงวางไว้ให้เหล่าเวไนยสัตว์นำพาไปปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์โดยแท้
มรรคแปด คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ
สัมมาทิฐิ คือความเห็นชอบ เห็นความจริงที่ว่า ความเกิด ความแก่ ความตาย เป็นทุกข์ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส อุปายาส เป็นทุกข์ การพลัดพราก ความไม่สมหวังใด ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นทุกข์ เมื่อรู้อย่างนี้ต้องหัดปล่อยวาง ถ้าวางไม่ได้เป็นความทุกข์อย่างยิ่ง
สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ มีความหมายสามประการ คือคิดออกจากกาม ไม่คิดพยาบาท ไม่คิดโกรธเกลียดและเบียดเบียนใคร การปฏิบัติคือต้องขจัดให้หมดไปจากสันดาน ซึ่งพระอริยเจ้าทุกองค์ย่อมตั้งอยู่บนความคิดนี้
สัมมาวาจา การพูดชอบ มีความหมายสี่ประการ คือการไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อ สาวกของพระพุทธเจ้าที่ได้ชื่อว่าปฏิบัติดี ย่อมเป็นผู้กล่าวด้วยสัมมาวาจาเสมอ
สัมมากัมมันตะ ทำชอบหรือกระทำชอบ มีความหมายอยู่สามประการ เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นการลักทรัพย์ เว้นการประพฤติผิดในกาม การกระทำของพระอริยะทุกองค์ย่อมอยู่ในหลักเกณฑ์อันนี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะข้อที่สาม พระอริยบุคคลชั้นสูงจะเว้นจากการเสพเมถุนธรรม ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้โดยเด็ดขาด
สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ หมายถึงการประกอบการเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม สำหรับเราท่านจะประกอบอาชีพที่เหมาะแก่ภาวะหรือฐานะของตน ถ้าเป็นพระก็จะประกอบการเลี้ยงชีพที่ไม่ผิดจากพระวินัยที่พระบรมศาสดาทรงบัญญัติไว้ คือการบิณฑบาต หรืออยู่โดยอาศัยศรัทธาจากผู้อื่น ไม่ประกอบอาชีพอย่างฆราวาส
สัมมาวายามะ ความพยายามชอบ มีความหมายสี่ประการ คือความชั่วอันใดหรืออกุศลธรรมอันใดที่ยังไม่ได้ละก็พยายามละ อันใดละได้แล้วก็พยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก ส่วนกุศลธรรมอันใดที่ยังไม่ได้ทำให้มี ให้เป็น ก็พยายามให้เป็นขึ้น อันไหนมีอยู่แล้วก็พยายามทำให้เจริญขึ้น ความขยันความพยายามของพระอริยบุคคลย่อมเป็นไปในแนวนี้ แผกไปจากบุคคลทั่วไปที่พยายามขยันพากเพียรเพื่อชื่อเสียง เงินทอง และความเพลิดเพลินใจ
สัมมาสติ ระลึกชอบ ข้อนี้มีความหมายกว้างมาก แต่เมื่อกล่าวโดยสรุป คือความพยายามให้มีสติอยู่กับตัวเสมอ ทั้งกาย วาจา ใจ พยายามนึกคิดในแง่ที่จะทำให้กิเลสลดน้อยหรือเบาบางไปโดยลำดับ
สัมมาสมาธิ สมาธิชอบ ข้อนี้หมายถึงการเข้าสมาธิที่เป็นไปเพื่อการละนิวรณ์โดยตรง หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือการปฏิบัติสมาธิคือฌาน ตั้งแต่ปฐมฌานขึ้นไป พระอริยเจ้าทุกองค์ย่อมเข้าฌานได้เสมอ
ครับ ถึงตรงนี้ขอบอกว่า ถ้าเราได้ศึกษาเรื่องมรรคแปดให้เข้าใจโดยละเอียดและจำได้ดี เราจะรู้ว่า สาวกของพระพุทธเจ้าที่ว่าปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ย่อมหมายถึง ความนึกคิด การพูด และการกระทำของท่านเหล่านั้นทุกอย่างจะอยู่ในมรรคแปดตลอดเวลา จึงจะสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า เป็นผู้ปฏิบัติดี เป็นสุปฏิปันโนอย่างแท้จริง
ขอต่อท้ายอีกนิดครับ คำว่า ‘หมู่สาวก’ ของพระผู้มีพระภาคเจ้า คำคำนี้ย่อมหมายถึงเหล่าฆราวาสด้วย แต่ต้องเป็นฆราวาสที่เป็นอริยบุคคล ปฏิบัติตามมรรคอันมีองค์แปดได้อย่างเคร่งครัดถูกต้อง ไม่กลับไปกลับมาทั้งความดี...ความเชื่อ และการกระทำ ซึ่งเท่ากับคำว่า ‘สีลัพพตปรามาส’ คือการลูบคลำศีล อันเป็นภูมิธรรมหนึ่งของการก้าวสู่ภูมิธรรมของพระอริยบุคคล
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com