อานิสงส์ของการสวดมน...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

อานิสงส์ของการสวดมนต์ by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
4 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#384]

อานิสงส์ของการสวดมนต์

 

         ก่อนอื่นต้องถือโอกาสฝากข่าวถึงลูกศิษย์ลูกหาของพระเดชพระคุณหลวงปู่เสน ปัญญาธโร วัดป่าหนองแซง จังหวัดอุดรธานี สักนิดนะครับ

เนื่องเพราะในวันที่ 6 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่ จะมีการทำบุญเลี้ยงพระและแสดงมุทิตาจิตต่อครูบาอาจารย์ตลอดมา หากในปีนี้ (2549) เป็นปีสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพระเดชพระคุณหลวงปู่เสน ปัญญาธโร จะครบรอบอายุ 72 ปี ในวันคล้ายวันเกิดปีนี้พอดี

จึงเท่ากับปีนี้ต้องทำบุญแซยิดครบหกรอบนั่นเอง!

6 ธันวาคม 2549 ตรงกับวันพุธ จึงเป็นความยากลำบากสำหรับลูกศิษย์ที่อยู่ห่างไกลและต้องติดภารกิจการงาน หลวงปู่จึงมีเมตตาให้เลื่อนงานทำบุญออกไปเป็นวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคมแทน จึงขอเรียนแจ้งมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ใคร...ท่านใด ต้องการร่วมงานบุญแซยิดของหลวงปู่ ต้องการแสดงมุทิตาจิตกับครูบาอาจารย์ เชิญนะครับ พบกันที่วัดป่าหนองแซง ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้...

เอาละครับ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า โดยปกติแล้วชาวพุทธทั่วไปนิยมสวดมนต์ก่อนเข้านอน หรือไม่ก็สวดมนต์กันตอนเช้า การสวดมนต์ส่วนมากก็ใช้บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย คือบท อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ภควาฯ กับบทอิติปิโสฯ สามห้อง คือ อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชาจารณสัมปันโน สุคโตฯ เป็นหลัก ใครมีเวลามากก็อาจสวดอย่างพิสดาร หรือบวกบทสวดอื่น ๆ เข้าไปด้วย แต่ถ้ามีเวลาน้อยก็จะสวดแต่เพียงสั้น ๆ

การสวดมนต์ของชาวพุทธโดยส่วนใหญ่มักจะมาจากการสวดที่จำได้ เช่นในสมัยเรียนหนังสือ หรือพ่อแม่พาสวดมาตั้งแต่เป็นเด็กอายุยังน้อย ฉะนั้นกับบทสวดมนต์ ‘อรหัง สัมมา หรือ นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมา สัมพุทธัสสะ’ จะน้อยคนมากที่จำบทสวดมนต์นี้ไม่ได้

...แต่ส่วนมากมักไม่รู้จักคำแปล...

และเวลาสวดมนต์จิตใจจะไม่อยู่กับคำสวดมนต์ มักจะสวดกันตามระเบียบหรือความเคยชินเท่านั้น!

ความจริงการสวดมนต์แม้จะสวดด้วยมนต์บทสั้น ๆ แต่สามารถกำหนดใจให้อยู่กับคำสวดได้ทุกคำโดยไม่วอกแวกไปนึกถึงสิ่งอื่น ๆ ก็เท่ากับการได้ฝึกสมาธิไปในตัว และเมื่อทำบ่อย ๆ เราจะรู้สึกว่าสามารถทำจิตให้สงบในเวลาที่ท่องได้เสมอ และยิ่งกว่านั้นสำหรับคนที่มีทุกข์ คนที่มีความคิดฟุ้งซ่านในเวลาว่าง ๆ ไม่มีอะไรจะทำ การสวดมนต์จะทำให้จิตสงบได้ง่าย

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นเวลานั่งรออะไรนาน ๆ หรือนั่งบนรถเมล์ เราหลับตาลงแล้วสวดมนต์ไปเรื่อย ๆ ความกระวนกระวายก็จะหายไป แม้กระทั่งเวลาที่เราพักผ่อนก่อนนอนหลับแทนที่จะนึกถึงเรื่องอะไรต่อมิอะไรโดยไม่มีสาระ เราก็นึกสวดมนต์ในใจซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะหลับ กรณีนี้เป็นการเพิ่มพูนสมาธิได้อย่างดียิ่ง

การปฏิบัติตนอย่างที่กล่าวมาข้างต้น จึงเท่ากับเป็นการหมั่นฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ ฉะนั้นในเวลาที่มีเรื่องยุ่งยากลำบากใจเกิดขึ้น หรือเวลาต้องการรวบรวมกำลังใจ กำลังสติปัญญา เพื่อตัดสินปัญหาหรือขบคิดปัญหานั้น คนมีสมาธิจะสามารถทำใจให้สงบโดยง่าย ๆ

แต่สำหรับคนที่เวลาว่างปล่อยให้จิตฟุ้งซ่าน คิดอะไรต่อมิอะไรเรื่อยเปื่อย การปล่อยปละเลยจิตใจเยี่ยงนั้นนอกจากจะเสียเวลาโดยไร้ประโยชน์ ยังทำให้พื้นจิตใจเสียหายไปด้วย เพราะจะเป็นการสะสมวิบากไม่ดีเข้าไว้ในจิตวิญญาณ ในลักษณะสร้าง ‘มโนกรรม’ อยู่ตลอดเวลา คนลักษณะนี้ท้ายสุดก็จะบังคับจิตใจตัวเองไม่ได้ อย่างที่ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า จิตที่ไม่ได้ฝึกหัดจะเป็นจิตหลอก จิตหลง จิตไม่มีกำลัง จิตที่พึ่งตนเองไม่ได้

การสวดมนต์เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก และสามารถตรวจเช็กอาการโรคประสาทได้ด้วย เพราะคนที่สามารถบังคับใจให้อยู่กับคำสวดมนต์ยาว ๆ ได้ คือคนจิตปกติ เพราะคนเป็นโรคประสาทจะบังคับใจให้อยู่กับคำสวดมนต์ไม่ได้ ถึงทำได้ก็แต่ครู่เดียวเท่านั้น ฉะนั้นสำหรับผู้ที่บังคับใจให้อยู่กับการสวดมนต์ได้ตลอดเวลา ‘ก็แปลว่าสุขภาพจิตยังดีอยู่’

การสวดมนต์เป็นการฝึกความทรงจำอย่างดียิ่ง คนที่สวดมนต์มาตั้งแต่เด็กถึงวัยชรา โดยเฉพาะสวดโดยสามารถเข้าใจความหมายด้วย แม้จะแก่ชราเพียงใดความจำก็จะยังดี เป็นการระงับโรคความจำเสื่อมโดยปริยาย เพราะการสวดมนต์เปรียบเสมือนการออกกำลังกาย ทำให้สมองยังใช้การได้ดีอยู่เสมอ ไม่เพียงแต่เท่านั้น การสวดมนต์นี้ยังมีผลไปถึงชาติหน้าด้วย คือเกิดมาทำให้สมองดีมีความจำเป็นเลิศ

เมื่อเขียนถึงเรื่องอานิสงส์แห่งการสวดมนต์ ก็ต้องขอเรียนเพิ่มเติมว่า เราควรสวดมนต์อย่างผู้มีสติปัญญา...สวดให้รู้ความหมายในบทสวดมนต์ด้วย ไม่ใช่สวดแบบนกแก้วนกขุนทอง ถึงตรงนี้บางท่านอาจแย้งว่า บทสวดมนต์นั้นมีมากมายใครจะสวดด้วยเข้าใจด้วยไหว ก็ต้องขอเรียนว่าขอแค่บทสวดสั้น ๆ ที่เราใช้บ่อย ๆ ก็ได้ครับ หรือไม่ก็ขอแค่บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยก็ยังดี

อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ภควา พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้บริสุทธิ์ ตรัสรู้เองโดยชอบ

พุทธัง ภควันตัง อภิวาเทมิ ข้าพเจ้าขออภิวาทกราบไหว้ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

สวากขาโต ภควตา ธัมโม พระธรรมคือคำสอนพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว

ธัมมัง นมัสสามิ ข้าพเจ้าขอนมัสการซึ่งพระธรรม

สุปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ หมู่สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ประเสริฐดีแล้ว

สังฆัง นมามิ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมบรรดาสาวกที่ปฏิบัติดีทั้งหลายเหล่านั้น

คือตัวอย่างง่าย ๆ ครับ เวลาสวดเราสวดเป็นบาลี แต่เวลานึกคำแปลนึกเป็นภาษาไทยตามที่เข้าใจ ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้ การสวดมนต์แล้วรู้ความหมายรู้คำแปล จะทำให้เกิดความซาบซึ้ง ยิ่งสวดจะยิ่งซาบซึ้งในคุณแห่งพระรัตนตรัย

ผลคือ...จะทำให้ตนเองเข้าสมาธิได้ง่าย เพราะเกิดปีติในธรรมง่าย ในเวลาทำความดี หรือเห็นความดีของคนอื่นได้ง่ายมากกว่าความชั่ว...

สวดมนต์บ่อย...เกิดปีติในธรรมบ่อย จะทำให้ชีวิตประจำวันมีแต่ความสดชื่น ความเป็นห่วงตัวเองหรือความวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ จะค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็จะเป็นคนมีสติปัญญามั่นใจในตนเองได้ว่า ชีวิตของตนจะไม่ตกต่ำ แม้ตายก็ไม่ไปเกิดในอบายภูมิ มีแต่จะสูงไปโดยลำดับ ด้วยการสวดมนต์มีอานิสงส์ยิ่ง เพราะเป็นการกล่าวสรรเสริญคุณแห่งพระรัตนตรัย...

อันมีพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ซึ่งเป็นอันประเสริฐ...กำจัดภัยทั้งหลายของสัตว์โลกได้จริง!

ทั้งปวง...จะเป็นเช่นคำกล่าวของหลวงปู่บัว สิริปุณโณ ที่ว่า...ทุกการกระทำของมนุษย์...จะเป็นเหตุ เป็นปัจจัย เป็นอุปนิสัยของตนทั้งสิ้น...

จึงเท่ากับการสวดมนต์อย่างมีสติ ย่อมเป็นอานิสงส์อันประเสริฐที่จะนำพาเราไปสู่เส้นทางที่ถูกที่ควร ไม่หลงทางไปสู่อบายจนกว่าจะพ้นทุกข์ในแดนนิพพาน

เพราะอย่างน้อยที่สุด เวลาปากกับใจสวดมนต์...

ปากกับใจก็ไม่พาเราไปก่อกรรม ที่ไหน...กับใคร ใช่ไหม?

และอย่างน้อยจิตที่ผนึกแน่นกับคำสวดมนต์อันบันทึกแต่คุณงามความดีแห่งพระพุทธเจ้า สัจจะแห่งพระธรรมเจ้า และการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแห่งพระสังฆเจ้า จิตเช่นนี้ย่อมมีสุคติภูมิเป็นที่หมายอยู่แล้ว...

รู้อย่างนี้แล้ว... ท่านลองถามตัวเองดูนะครับ...ว่า วันนี้เราควรสวดมนต์มากขึ้นไหม...

ขอส่งท้ายด้วยวาระอันสำคัญยิ่ง ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราปวงชนชาวไทย ขอให้ชาวพุทธทุกท่านทำสมาธิสวดมนต์น้อมเกล้าฯ ถวายให้มากยิ่ง ๆ ขึ้น

เพื่อให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นร่มโพธิ์แห่งปวงประชาชาวสยามตลอดชั่วกาลนานเทอญ

พบกันฉบับหน้าครับ


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com