การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

หลักธรรมสูงสุด by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
4 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#461]

หลักธรรมสูงสุด

 

        เหลือเวลาอีกน้อยนิด คือความรู้สึกนึกคิดที่คอยย้ำเตือนตนเอง ณ เวลานี้ นั่นหมายถึงความปรารถนาที่จะวางภาระทางโลกในการที่จะก้าวเข้าสู่ร่มเงาศาสนาดังที่ตั้งเจตนาไว้

ทุกอย่างที่ร้อยรัดกำลังถูกชำระสะสางและวางลง เหลืองานเขียนนวนิยายเรื่องสุดท้ายก็ไม่น่าห่วงกังวล เพราะแน่ใจว่าสำเร็จเสร็จสิ้นลงได้แน่ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ส่วนเรื่องวัดป่าชนะสงคราม เงินสำหรับจ่ายค่ากำแพงรั้วช่วงสุดท้ายก็มีแล้วจากกฐินที่ผ่านมา เหลืออีกเล็กน้อยก็นำมาปรับพื้นที่ถนนทำรางระบายน้ำจนเสร็จสิ้นไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

...เรียกว่าจบงานก็หมดเงิน เกลี้ยงบัญชีวัด! ทุกอย่างเป็นไปตามคาดทุกประการ เท่ากับได้ทำสำเร็จเสร็จสิ้นตามสัจจะวาจาแล้วโดยแท้

ความจริงควรให้ชีวิตหยุดนิ่ง ปรับตัวปรับใจรอรับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตที่กำลังมาถึง หากสำนึกสุดท้ายคอยถามย้ำ...

...จากนี้วัดป่าชนะสงครามจะเป็นอย่างไร?

หลายท่านก็คงยิ้มตอบ...‘วัดก็เป็นวัด คนข้างหลังก็ต้องดูแลกันไปตามอัตภาพ’ ก็จริงตามนั้น หากคนรู้มากแล้วทุกข์มากอย่างภูเตศวร อดบอกกับตัวเองไม่ได้ว่า

ถ้าเราจะเป็นหรือเหลือประโยชน์อีกน้อยนิดกับวัดในพระศาสนา...ก็ไม่ควรดูดายในเวลาที่เหลือ

ด้วยจากวันนี้ไป แม้ไม่ต้องทำอะไรที่วัดป่าชนะสงคราม ซึ่งหมายถึงการสร้างเสนาสนะใด ๆ อีกแล้วก็ตาม หากทุกอย่างก็จะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา อย่าว่าแต่พระสงฆ์หรือครูบาอาจารย์อย่างหลวงปู่พรม พรหมโชโต ในกาลต่อไปเราก็ไม่ได้อุปัฏฐากท่านแล้ว แม้นมีการเจ็บป่วยอาพาธ ใครหนอจะดูแลรักษาท่าน ทุกอย่างล้วนต้องใช้ปัจจัยคือเงินทั้งสิ้น

นั่นคือเหตุผล 2 ประการทำให้ผู้เขียนตัดสินใจแน่วแน่...วันมาฆบูชาปีนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งจะมีวันหยุดชดเชยในวันจันทร์ที่ 1 มีนาคมอีกวัน ‘เราควรนำผ้าป่าขึ้นทอดถวาย

เงินทองได้มากได้น้อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากอย่างน้อยก็คงมีเงินเก็บไว้ให้หลวงปู่ได้นำมาซ่อมแซมบูรณะเสนาสนะในภายหลังบ้างตามประสาคนห่วงใยวัด กับครูบาอาจารย์ตามนิสัยเคยชิน

ก็อย่างที่บอกแหละครับ...เพราะตั้งใจเอาไว้มาแต่ไหนแต่ไร ตัวผู้เขียนถ้าได้บวชเรียนแล้ว จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการงานหรือการหาทุนใด ๆ เพื่ออะไรอีก นอกจากทำภารกิจนำพาจิตใจสู่ความพ้นทุกข์เท่านั้น วันนี้พอทำได้ก็ทำไปก่อน

กฐินสุดท้ายในชีวิตฆราวาสจบลงแล้ว ครั้งนี้ก็จะเป็นผ้าป่าครั้งสุดท้ายเช่นกัน แม้ใครอยากร่วมบุญ...ร่วมเดินทางไปทอดผ้าป่าที่วัดป่าชนะสงครามกับภูเตศวร ท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งรถบัสได้โดยตรงที่ คุณชูศรี โทร.08-1258-3495 ก็ยังแอบหวังนะครับ ว่าจะพบหน้าพบตากันอีกครั้งในฐานะภูเตศวรกับญาติธรรม ก่อนสถานภาพจะเปลี่ยนไป

เอาละครับ มาเข้าหัวเรื่องที่จั่วไว้เลยดีกว่า หลักธรรมสูงสุดในพุทธศาสนานั้น คือสิ่งที่พระบรมศาสดาทรงค้นพบด้วยการตรัสรู้ “พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้อะไร?” คือคำถามสำคัญ คำตอบก็คือ...

ทรงตรัสรู้ ‘หลักอริยสัจ 4 ประการ’

อริยสัจ...แปลความตรง ๆ ว่า ความจริงอันเป็นสัจจะ หรือความจริงอย่างแท้จริง!

ความจริงที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรู้แล้วทรงนำมาเปิดเผยชี้แจงแสดงแก่โลก

ประการแรกคือ ความจริงแห่งทุกข์ หรือทุกขอริยสัจ อันเกิดจากการปรุงแต่ง มีการแปรปรวน เปลี่ยนไปทำการแผดเผาให้สัตว์เกิดความเดือดร้อน เช่น ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความโศกะ ปริเวทะ ความคับแค้นเสียใจ การพลัดพรากจากสิ่งรักชอบหรือไม่ชอบ เพราะจิตยึดมั่นถือมั่นในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และมีการแปรเปลี่ยนแปรปรวนไปเรื่อย ๆ สัตว์โลกจึงหมุนวนในความทุกข์นี้ตลอดไป

สอง ความจริงอันเป็นเหตุแห่งทุกข์ หรือทุกขสมุทยอริยสัจ คือความทะยานอยากที่ก่อให้เกิดภพ อยากมี อยากเป็น ไม่อยากมีอยากเป็นสืบสันตติไป หรือเพลินด้วยความกำหนัดยินดีด้วยจิตที่ประกอบด้วย กามตัณหา ความทะยานอยากในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส...อารมณ์ว่าน่ารักน่าใคร่น่าปรารถนา น่าพอใจ มีความสมหวังผิดหวังสลับกันไปในชีวิต ภวตัณหา ความอยากมีอยากเป็นในสิ่งนั้นสิ่งนี้ วิภวตัณหา ความไม่อยากมีอยากได้ ไม่เป็นในฐานะและสิ่งที่ตนไม่ต้องการ

ความทะยานอยากในตัณหาทั้ง 3 ประการนี้แลทำให้เกิดทุกข์เป็นเหตุแห่งทุกข์ มีหน้าที่ผูกมัดสัตว์โลกไว้ในกองทุกข์ แหวกว่ายอยู่ในห้วงทุกข์แห่งสังสารวัฏภพแล้วภพเล่า ชาติแล้วชาติเล่ามิรู้จักสิ้นสุด แม้นตัณหาทั้ง 3 ประการนี้มิถูกขจัดให้สิ้นไป

สาม ความจริงอันเป็นการดับทุกข์ หรือทุกขนิโรธอริยสัจ คือการดับตัณหาได้โดยไม่เหลือเชื้อ หรือการสละวางปล่อยตัณหาเด็ดขาด จิตไม่พันพัวด้วยกิเลสตัณหาอีกตลอดไป จึงเป็นเป้าหมายสูงสุดในพุทธศาสนาด้วยปฏิบัติถึงนิโรธ...จะช่วยให้สัตว์นั้นพ้นจากทุกข์ด้วยการปล่อยวางจากการยึดมั่นถือมั่น ไม่มีอะไรมาปรุงแต่งสร้างภพชาติเป็นนิรันดร์ นิโรธจึงเป็น ‘อมฤต’ ไม่เกิดไม่ตายอีก คือภาวะนิพพานนั่นเอง

สี่ มรรคคือข้อปฏิบัติแท้จริงเพื่อให้ถึงความดับทุกข์ หรือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ เมื่อความทุกข์ทั้งหลายล้วนมาจากสมุทัย คือกิเลสตัณหาดังกล่าว การสู่ความสิ้นทุกข์ ในอีกฟากฝั่งคือการดับทุกข์ ก็ต้องอาศัยเหตุหรือสะพาน เท่ากับหลักการปฏิบัติ ซึ่งพระบรมศาสดาได้แสดงไว้มี 8 ประการที่เรียกว่ามรรคมีองค์แปด

1.สัมมาทิฏฐิ ปัญญาเห็นชอบ คือเข้าใจเหตุผลแยกดีและชั่ว รู้อะไรเป็นคุณเป็นโทษ รู้อะไรเป็นประโยชน์ไม่เป็นประโยชน์ รู้ว่าอะไรควรประพฤติ อะไรควรละเว้น จนสามารถละเหตุแห่งทุกข์

2.สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ คือความคิดความอ่านที่มีเหตุผล เมื่อพูด...ทำไปตามนั้นตนเองจะไม่เดือดร้อนหรือสร้างทุกข์ แยกออกได้ดังนี้ ความคิดหลีกหนีถอนตนจากความเป็นทาส ความสยบในอารมณ์จากรูป รส กลิ่น เสียง ความยินดีพอใจจนต้องทำผิด ความคิดในทางสงบ ระงับความโกรธ ความพยาบาท การทำลายล้าง ความคิดในทางต้องการให้ผู้อื่นมีสุข ไม่เบียดเบียนทำลาย

3.สัมมาวาจา พูดในสิ่งชอบ เช่นกล่าวคำสัตย์ ไพเราะอ่อนหวานมีประโยชน์ ไม่พูดเพ้อเจ้อส่อเสียดหยาบคายไร้สาระ

4.สัมมากัมมันตะ การทำการงานชอบ การงดเว้นไม่ทำการเบียดเบียนผู้อื่นไม่ละเมิดศีลธรรมทั้งทางกายและวัตถุด้วยการลักขโมยและฉ้อโกง เท่ากับดำรงชีวิตโดยชอบธรรมนั่นเอง

5.สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพโดยชอบ คือการงดเว้นการเลี้ยงตนในทางผิดธรรมผิดกฎหมาย มีจรรยาบรรณ ขยันหมั่นเพียรรู้จักใช้รู้จักเก็บออม แต่มิใช่ตระหนี่ รู้จักเลี้ยงตนเลี้ยงครอบครัวให้มีสุข

6.สัมมาวายามะ ความพยายามในทางที่ชอบธรรม คือการขวนขวายความดีละเว้นชั่ว รักษาคุณธรรมความดีมิให้เสื่อมถอย

7.สัมมาสติ การมีสติชอบ คือการระลึกรู้และการใช้ปัญญาพิจารณาเพื่อให้ใจสงบ เกิดปัญญารู้เห็นตามจริงตามกายตามธรรม เพื่อการปล่อยวางทุกข์

8.สัมมาสมาธิ ความตั้งจิตมั่นในทางชอบ คือการควบคุมจิตให้มีความสงบตั้งมั่น ละบาปกิเลสให้สงบไปจากจิต ขจัดความรุ่มร้อนความกระวนกระวายออกจากใจเพื่อความสิ้นทุกข์

ครับ ทั้งปวงที่กล่าวมาทั้งหมด หลายท่านอาจบอกว่ารู้มานานแล้ว แต่อะไรที่ดูเหมือนหญ้าปากคอก...เหมือนปัญหาง่าย ๆ แต่ความจริงคือความสำคัญที่สุดที่เรามักลืมเลือน จนไม่เคยนำมาพิจารณาเลย เอาไปเอามากลายเป็นรู้แต่ไม่เคยยกมาทำมาสอนใจตน ทั้ง ๆ ที่เป็นหัวใจแท้จริงของพุทธศาสนา

เจตนาวันนี้จึงเขียนเพื่อเตือนใจด้วยความหวังดี!


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com