การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

แก้กรรม? by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
7 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#457]

แก้กรรม?

 

        ขณะที่กำลังเขียนต้นฉบับอยู่นี้ เป็นที่แน่ชัดว่างานพิธีบวงสรวงและถวายพระราชกุศลแด่ล้นเกล้าฯ สมเด็จพระปิยมหาราช และเหล่าบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า หน้าพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 20 กันยายน 2552 ได้ถูกเลื่อนออกไปแน่นอนแล้ว เหตุเพราะสถานการณ์บ้านเมือง โดย ‘คนเสื้อแดง’ ประกาศปักหลักชุมนุมพลตรงนั้นในวันที่ 19 กันยายน 2552 จนมิอาจดำเนินการได้

ทางคณะกรรมการผู้ดำเนินงานบวงสรวง จึงเห็นพ้องในการขยับเลื่อนวันเวลาออกไปเป็นวันที่ 18 ตุลาคม ที่จะมาถึงนี้แทนกำหนดการเดิม

จึงเรียนมาให้ท่านทั้งหลายทราบโดยทั่วกัน!

สำหรับผู้ที่จองที่นั่งในงานบวงสรวงครั้งนี้มาแล้วทางคุณชูศรี วโรภาษ จะแจ้งและส่งกำหนดการใหม่ถึงท่านในไม่ช้าครับ

เอาละครับ เรามาเข้าหัวข้อที่กำหนดไว้เลยดีกว่าครับ ระยะนี้ที่กำลังเป็นเรื่องฮิตติดตลาดทั้งวงการหนังสือและคำร่ำลือก็คือ การมองเห็นกรรม การสแกนกรรม การแก้กรรม ของเหล่าผู้ทรงภูมิทั้งหลาย

ในบทอะภิณหะปัจจะเวกขะณะ อันเป็นบทสวดพิจารณาความจริงอันเป็นสัจจะแห่งชีวิตได้กล่าวไว้ดังนี้

‘สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’

เราจะละเว้นเป็นต่าง ๆ คือว่าจะต้องได้พลัดพรากจากของรักของเจริญใจทั้งสิ้นไป

‘กัมมัสสะโกมหิ กัมมะทายาโท กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระโณ’

เรามีกรรมเป็นของของตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

‘ยัง กัมมัง กะริสสามิ กัลยาณัง วา ปาปะกังวา ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ’

เราจะทำกรรมอันใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป เราจะเป็นทายาท คือต้องได้รับผลของกรรมนั้นสืบไป

เหตุนี้คือสิ่งที่ชาวพุทธทั้งหลายต้องเชื่อว่าบุพกรรมคือกรรมแต่อดีตชาติ จะกำหนดชีวิตตนในปัจจุบัน และปัจจุบันกรรมจะมีผลต่อไปในอนาคตชาติ เป็นสันตติจนกว่าจะบรรลุถึงพระนิพพานอันบรมสุขเป็นที่สุด

มาถึงความหมายของกรรม...กรรม...มาจาก ‘การกระทำ’ ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ที่ว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว...นั่นคือผลจากการกระทำทั้งหลายนั่นเอง ถึงตรงนี้จึงขอยกข้อความจาก ‘หนังสือทิพยอำนาจ’ที่ท่านเจ้าคุณพระอริยคุณาธาร (เส็ง) ปุสโส ได้รจนาไว้มาแสดงให้เห็น ‘กรรม’ และ ‘การให้ผล’ ตามลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

กรรมจากการฆ่าการเบียดเบียนสัตว์ ส่งผลให้ไปสู่อบาย ทุคติ วินิบาต นรก ครั้นได้เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นคนอายุน้อย ตรงข้ามกับผู้ไม่เบียดเบียนไม่ฆ่าสัตว์ มีเมตตาปรานีในสรรพสัตว์ อำนวยให้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ครั้นมาเป็นมนุษย์ก็เป็นคนมีอายุยืนยาว โรคาพยาธิน้อย

กรรมจากความมักโกรธ มากด้วยความแค้น ถูกใครว่าเล็กน้อยก็โกรธ พยาบาท แสดงความโกรธความดุร้าย ความน้อยใจให้ปรากฏ ส่งผลให้ไปสู่อบาย ทุคติ วินิบาต นรก ครั้นเกิดมาเป็นมนุษย์ก็เป็นคนมีผิวพรรณทราม ตรงกันข้ามกับผู้มีใจอ่อนโยน ตรงกันข้ามกับที่กล่าวมา กรรมดีนั้นจะอำนวยผลให้ไปสู่สุคติสวรรค์ ครั้นมาเป็นคนก็จะผิวงามน่าเลื่อมใส

กรรมจากความมีใจจิตริษยา อยากได้ ชอบเข้าไปขัดขวางลาภสักการะความนับถือ นบไหว้บูชาของคนอื่น ส่งผลสู่อบาย ทุคติ วินิบาต นรก เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นคนมีศักดาน้อย ส่วนกรรมตรงข้ามจะทำให้มีศักดามาก

กรรมจากความตระหนี่ ไม่ให้ทาน ไม่เกื้อกูลต่อผู้ควรให้คือสมณ หรือคนดี ทำให้สู่อบาย เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ย่อมลำบากด้วยมีโภคะน้อย กรรมดีอันตรงข้ามส่งผลให้เสวยสุขในสุคติมากด้วยลาภ

กรรมจากความกระด้างถือตัว ไม่เคารพผู้ควรเคารพ ไม่บูชาผู้ควรบูชา ส่งผลให้สู่อบาย ทุคติ เมื่อเกิดเป็นมนุษย์จะเกิดในตระกูลต่ำ กรรมดีตรงข้ามจะส่งให้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ครั้นมาเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นคนเกิดในตระกูลสูง

กรรมจากการไม่ขวนขวายเข้าศึกษาไต่ถามสมณพราหมณ์ถึงกุศล...อกุศล สิ่งมีโทษไม่มีโทษ สิ่งควรเสพ ไม่ควรเสพ เรื่องกรรมเพื่อทุกข์อันไม่เกื้อกูล และกรรมเพื่อสุขเกื้อกูลตลอดกาลนาน ส่งผลให้ไปสู่อบาย ทุคติ ครั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์ก็จะเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา กรรมฝ่ายตรงข้ามอันเป็นกรรมดีจะอำนวยผลให้เสวยสุขในสุคติภูมิ ครั้นมาเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นคนฉลาดปัญญามาก เป็นต้น...

ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ยังกล่าวไว้อีกว่า ความรู้อันเป็นจริงเรื่องกรรมและผลส่งเสริมสนับสนุนให้สัตว์เป็นไปตามภาวะกรรมนั้นจะเกิดจากผู้ปฏิบัติธรรมสมาธิเจริญกรรมฐานจนได้ ‘จุตูปปาตญาณ’ ญาณชนิดนี้เป็นตัววิปัสสนาญาณที่รู้เห็นเหตุปัจจัยแห่งชีวิตตามความเป็นจริง

สำหรับผู้ที่กล่าวอ้างว่าสามารถเห็นกรรมของผู้อื่นจนเรียกว่าสแกนกรรมได้ ก็ต้องได้จุตูปปาตญาณนี้แล้วเท่านั้น ส่วนการ ‘แก้กรรม’ ให้ผู้อื่น ผู้เขียนยังไม่พบในคัมภีร์ฉบับใด นอกเสียจากการรีบกระทำความดีและการปฏิบัติธรรมนำพาจิตใจยกสู่ความบริสุทธิ์ด้วยวิปัสสนาปัญญาเท่านั้น แม้แต่ในครั้งพุทธกาล เหล่าพระอรหันต์ขีณาสพผู้สำเร็จธรรมอย่าง พระโมคคัลลาน์ ผู้เป็นอัครสาวกยังต้องชดใช้กรรมหนักของท่านด้วยการถูกโจรทุบจนกระดูกแหลก สามารถเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้ว่า

...เหนือฤทธิ์ คือ กรรม!

ดังพระบรมศาสดาทรงตรัสสอนไว้ชัดเจนว่า ‘กรรมโยนิ-กรรมพันธุ’ เรามีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์นั่นเอง

ล่าสุด...หลวงปู่ผู้มากด้วยเมตตา มากด้วยภูมิจิต ยังกล่าวกับผู้เขียนว่า...แม้แต่พระอรหันต์ผู้สำเร็จกิจแห่งพรหมจรรย์ ถ้าไม่ยกจิตเข้าสู่แดนนิพพาน จิตอาศัยอยู่ในกายเนื้อ กรรมที่ยังเหลือก็ทวงถามอยู่อย่างนั้น ดังที่เขียนถึงในฉบับก่อน ๆ แล้ว

ดังนั้นสิ่งที่ชาวพุทธอันประเสริฐควรตระหนักอย่างที่สุดคือการเชื่อในผลกรรมอันเกิดจากการกระทำ อย่ารอให้ใครมาบอกมาแก้ให้เสียทรัพย์เสียเวลา ทว่าควรฝึกสติให้ห่างไกลจากการทำความชั่วความเลว เร่งปฏิบัติในการทำความดี เร่งเพ่งความเพียรภาวนาพิจารณาให้เห็นแจ้งจริงในจิตตนจนสามารถละ ลด ท้ายสุดปลดวาง ‘ตัณหา-อุปาทาน’ ลงได้

การว่ายวนชดใช้ผลกรรมทั้งดีและชั่วก็จะหมดไปในที่สุด!

ท้ายสุดในวันนี้ อยากบอกท่านทั้งหลายว่า อย่ามัวแต่พะวงในสิ่งที่มองไม่เห็น หรือสิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีตจนต้องวิ่งแร่แถเถือกไปให้ใครส่องใครสแกนให้เสียเวลา

ณ ปัจจุบันควรเร่งทำบุญทำทานให้มาก

ณ เวลานี้ควรเริ่มต้นลดละ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้มากที่สุดด้วยการเจริญสติในชีวิตประจำวัน

ณ เวลานี้เฝ้าเพียรพยายามปฏิบัติภาวนาสมาธิให้มาก ให้บ่อยอย่างไม่ประมาท

แล้วแผ่บุญแผ่กุศลเหล่านั้นให้เจ้ากรรมนายเวรของตนอยู่เสมอ สัญญาครับว่าได้ผลกว่าวิ่งไปหาใครช่วยแก้กรรมให้เป็นไหน ๆ เพราะเป็นของจริงไม่ต้องอาศัย ‘อุปาทาน’ เข้าช่วยให้เสียเวลา

แม้แต่ปัจฉิมโอวาทแห่งพระบรมศาสดาท่านยังตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายย่อมเสื่อมสิ้นไปธรรมดา...ขอให้ท่านทั้งหลายจงเร่งทำประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด”

นั่นคือสัจจะ...เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของสัตว์โลก การแก้ตรงนี้ควรรีบทำด้วยตัวเองดีกว่าไหม ก็คนดูคนแก้ให้คนอื่นยังต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่เหมือนคุณแหละ คอยวิ่งให้คนอื่นดูคนอื่นแก้ให้จะเสียเวลาเปล่า

เชื่อเถอะ!

พบกันฉบับหน้า!


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com