
อำขยาด (๑)
ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เลขานุการผู้อำนวยการพร้อมทีมงาน ๒- ๓ คน
แต่เป็นเพราะท่านยังโสดหรือเปล่าก็มิอาจทราบได้ ทำให้ท่านไม่ค่อยกล้าเข้าห้องเลขาฯซึ่งล้วนแล้วแต่สาวโสดเช่นกัน ทำให้สาวโสดกลุ่มนี้เกิดย่ามใจ
มีการอำคลายเครียดเกิดขึ้นบ่อยๆ จากอำเล็กๆก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ..เป็นสีสันในการทำงาน
วันหนึ่งผู้เขียนนำมะละกอไปโรงเรียน และให้เผอิญน้องในทีมงานก็นำฝรั่งเวียดนามมาด้วย ผู้เขียนก็เกิดไอเดีย “อำ” ทันที นั่นคือ “จัดผลไม้” โดยการนำมะละกอวางตรงกลาง
แล้วก็เอาฝรั่งเวียดนามวางข้างละ ๑ ผล กะว่าจัดเสร็จก็เอาจานปิดไว้ เพื่อให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่ผู้เขียนกำลังกุลีกุจอจัดผลไม้อยู่นั้น ผู้อำนวยการก็เดินเข้ามาพอดี
ด้วยความตกใจผู้เขียนรีบคว้าหนังสือพิมพ์ที่ห่อมะละกอมาปิดกันอุจาดตาและยืนบังเอาไว้ รีบปรับสีหน้า พร้อมยิ้มหวาน ก่อนจะเอ่ยมธุรสวาจาถามท่านว่า
“ท่านผอ.มีงานอะไรให้หนูรับใช้หรือคะ?”
“…..”
“ท่านผอ.หาผู้ช่วยฯเหรอคะ?”
“…..”
“ผู้ช่วยฯไปอบรมทั้งอาทิตย์เลยค่ะ”
ท่านผู้อำนวยการไม่ตอบเหมือนเดิม ได้แต่เดินตรงแน่วมาที่จานผลไม้แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ออก
ผู้เขียนจะห้ามก็ไม่ทันซะแล้ว…เท่านั้นแหละสีหน้าท่านก็เป็นสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง สลับกันเป็นสีรุ้งกินน้ำ
ขณะที่ผู้เขียนยืนมองอ้าปากหวอพูดไม่ออก และเมื่อท่านตั้งสติได้ ท่านก็พูดแก้เขินขึ้นว่า
“ขอให้โชคดีเด้ออ้อย!” ก่อนที่รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ดนตรี…เชิด!
ในชีวิตของคนเราความทุกข์ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะเราเปิดอายตนะทั้ง ๖ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
เพื่อสนองความต้องการมากเกินไป ถ้าเราลองปิดอายตนะเสียบ้าง “ความทุกข์” ก็คงลดน้อยลง
เรื่องบางเรื่องถ้าไม่รู้เราก็ไม่ทุกข์ แต่เมื่อรู้แล้วก็ก่อให้เกิดทุกข์ทันที ในโลกของการสื่อสารที่ไร้พรมแดน
ถ้าเรามองให้ลึกซึ้งจะเป็นโลกของการสนองกิเลสตัณหาทั้งสิ้น ถ้ารู้แล้ววางอุเบกขา(การวางเฉย)ไม่ได้ ลองฝึกปิดหูปิดตาเสียบ้าง
เลือกเสพเฉพาะที่จำเป็น ความทุกข์ก็จะลดน้อยลง ลองถามตัวเองซิว่า รู้แล้วได้อะไร ไม่รู้แล้วได้อะไร
ถ้ารู้แล้วทุกข์ ไม่รู้แล้วไม่ทุกข์ เราจะเลือกอย่างไหน? หรือ..รู้แล้วอัปยศ กับไม่รู้ไม่อัปยศ..เราจะเลือกอย่างไหนดีกว่ากันค่ะ..ท่านผู้อำนวยการ!
by อ้อย
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com