
ภัยจากมิจฉาชีพ ของพระสงฆ์
วันก่อนกลับมาจากอุดรธานี เพราะต้องส่งนาคขึ้นไปบวชที่วัดป่าหนองแซง กลับมาถึงอำเภอกุมภวาปี เจอะเจอนายตำรวจยศร้อยเอก เป็นตำรวจทางหลวง ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เสนเหมือนกัน ก็เลยมีโอกาสสนทนากันอยู่หลายนาที เรื่องสำคัญที่ท่านเป็นห่วงและยกขึ้นเป็นหัวข้อก็คือ...
...ภัยของพระศาสนา กับ ภัยของพระสงฆ์!
นายตำรวจผู้นั้นปรารภให้ผู้เขียนฟังว่า วัดสาขาแห่งหนึ่งในสังกัดวัดป่าหนองแซง เพิ่งจะถูกต้มตุ๋นไปหมาด ๆ และในละแวกภาคอีสานขณะนี้มีแก๊งพวกนี้ออกอาละวาดอย่างหนัก มีวัดหลาย ๆ แห่งถูกหลอกไปแล้ว
ในฐานะที่ภูเตศวรเป็นนักเขียน ท่านนายตำรวจผู้นั้นจึงให้รายละเอียดมาไม่น้อยเพื่อจะได้นำมาเขียนกล่าวเตือนภัยเอาไว้บ้าง
เท่าที่รู้คนเป็นหัวหน้าเป็นหญิงแต่แต่งตัวเป็นชาย เข้าลักษณะเป็น ‘ทอม’ แถมยังอ้างตัวเป็นหม่อมหลวงอีกด้วย
นายตำรวจท่านนั้นเล่าให้ฟังว่าเป้าหมายส่วนใหญ่ของแก๊งนี้จะเป็นวัดวาอารามโดยเฉพาะวัดที่คนรู้จักและกำลังก่อสร้างเสนาสนะอยู่ แรก ๆ ทำทีเป็นว่ามาทำบุญด้วย ตอนหลังพอไว้ใจก็เข้าไปมีส่วนดูแลเงินบริจาคกับการเบิกจ่ายค่าวัสดุและค่าแรง...
...ท้ายสุดเชิดเงินหนีหายเข้ากลีบเมฆ...
เพราะพระก็คือพระ ท่านจึงนิ่งเฉย การติดตามจึงแทบจะไม่มี นอกจากข่าวที่เล็ดลอดออกมาให้ได้ยินได้ฟังอยู่บ่อย ๆ ล่าสุดมีข่าวว่าหัวหน้าแก๊งดังกล่าวกำลังหลอกชาวบ้านให้ลงทุนซื้อวัวมาเลี้ยงโดยเป็นธุระจัดการให้ แต่ทุกคนต้องจ่ายเงินล่วงหน้าบางส่วนให้ก่อน
“เชื่อเถอะ...ได้เงินแล้วก็หายหน้าอีก” นายตำรวจกล่าวตบท้าย “อยากฝากคุณภูเตศวรช่วยเขียนบอกพระบอกชาวบ้านด้วย”
ครับ นี่คือเรื่องราวที่สดับรับฟังมา โดยเฉพาะได้ยินมาจากพวกตำรวจยศร้อยเอกอีกด้วย
...จริงเท็จยังไงก็ต้องควรระวังไว้ก่อนจะได้ไม่เสียใจทีหลัง...
พูดถึงภัยของพระศาสนา ทำให้นึกถึงหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล ที่องค์ท่านมรณภาพไปแล้ว และได้รับการยอมรับจากครูบาอาจารย์ระดับสูงในสายพระกรรมฐานว่าท่านสำเร็จเสร็จสิ้นจบพรหมจรรย์เป็นพระอริยเจ้าโดยแท้ แม้อัฐิธาตุของท่านในปัจจุบันยังกลายเป็นพระธาตุใสเป็นแก้วผลึกปรากฏต่อสายตาชาวพุทธไปแล้วนั้น ท่านเคยกล่าวกับผู้เขียนและคุณทมยันตีเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
“ฝากดูแลพระศาสนาด้วย...เพราะเรื่องการจ้องทำลายศาสนาเป็นเรื่องจริง” และท่านยังแถมท้ายชัดเจน “ฝ่ายตรงข้ามมีเงินเยอะนะ”
ทุกประโยคของหลวงปู่ยังก้องอยู่ในความทรงจำของภูเตศวรกับทมยันตีเสมอ และในครั้งนั้นมีคุณอนุชิต ปุรสาชิต เป็นพยานนั่งอยู่ด้วย
หลายครั้งที่มีข่าวคราวเกี่ยวกับการพลาดท่าเสียทีของพระภิกษุแว่วเข้ามาให้ได้ยินได้ฟังอยู่เสมอ โดยเฉพาะพระดัง ๆ ที่มีบารมีหลายองค์ บางรายถูกจับสึก บางรายสึกหาลาเพศไปเงียบ ๆ ก็มี
ล่าสุดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พระสงฆ์มากพรรษาแอบสึกไปเงียบ ๆ เหตุเพราะมีสีกามานมัสการและใหม่ ๆ นำปัจจัยมาร่วมทำบุญอยู่เสมอ เหตุเพราะเป็นนักบวชมีจิตใจสะอาดจึงหลงเชื่อโดยง่าย...
...ท้ายสุดโดนวางยาในน้ำปานะที่สีกานำมาถวาย ยาทำให้เบลอหลังฉันน้ำปานะ และสีกาโผเข้ากอดพร้อมถ่ายรูปเอาไว้
จากนั้นรูปถ่ายคือเครื่องมือเอาไว้แบล็คเมล์...รีดเงินจากพระ
แม้ไม่ผิดโดยวินัย...แต่ยากพ้นผิดโดยหลักฐาน ท่านจึงชิงสึกหาลาเพศไปเงียบ ๆ
...นี่คือตัวอย่างบางตัวอย่างที่อยากให้ทุกคนระวัง!
เพราะมีเหตุการณ์อย่างนี้บังเกิดขึ้นแล้ว ผู้เขียนจึงต้องขออนุญาตท่านทั้งหลายยกเว้นธรรมเนียมปกติของคอลัมน์ธรรมะ ๕ นาทีสักครั้ง ขอกล่าวถึงภัยของวัดของสงฆ์ในพุทธศาสนาให้ชัดเจนสักครา
ภิกษุสงฆ์เป็นนักบวช เป็นผู้มีเมตตา เป็นนักปฏิบัติ ฤๅจะเท่าทันมิจฉาชีพ หรือจะเท่าทันหมู่มารร้ายทั้งหลายที่จ้องขย้ำทำลาย ถึงตรงนี้อยากจะเตือนภิกษุทั้งหลายอย่าได้ประมาท อย่าเห็นกับเพราะเล่ห์หลอกเสแสร้งมาทำบุญแล้วจ้องจังหวะตะครุบเหยื่อ จงใช้สติปัญญาไตร่ตรองให้รอบคอบ
อย่าปล่อยให้ครูบาอาจารย์อยู่กับคนแปลกหน้าโดยลำพัง และต่อให้เห็นคนพวกนี้เข้ามาทำบุญบ่อยครั้ง ก็อย่าเพิ่งเชื่อจนละเลยปล่อยให้ใกล้ชิดครูบาอาจารย์โดยไม่มีคนของวัดคอยดูแล เพราะคนพวกนี้จะใช้ความอดทนอยู่ยาวนานจนเราตายใจจึงดำเนินการ
...ท้ายสุดพระเถระผู้ทรงค่า เป็นเนื้อนาบุญในศาสนาก็ถูกทำลายลง!
ทั้งหมดเป็นเพียงเพราะความเผอเรอ...เพราะความประมาทประการเดียว
อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนขอเตือนก็คือ การสะสมของมีค่าในวัด ซึ่งสิ่งมีค่าเหล่านั้นเป็นสื่อสะพานนำความพินาศเข้ามา
...ความโลภของมนุษย์ ทำให้พระถูกฆ่าโดยง่าย เพราะพระสงฆ์ที่ไหนจะรบรากับมิจฉาชีพได้
และระยะหลังข่าวเจ้าอาวาสถูกฆ่าชิงทรัพย์มีให้เห็นอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เนือง ๆ
ครับ...ในพ.ศ.นี้ เศรษฐกิจทรุด คนว่างงานเยอะ กอปรกับยาเสพติดระบาดหนัก แม้ฆ้อง...กลองในวัด วัตถุโบราณทั้งหลายยังถูกคนร้ายขโมยไปขายอยู่ทุกวี่ทุกวัน ถ้ารู้ว่าพระสงฆ์มีสมบัติสะสมไว้มากอะไรจะเกิดขึ้น?
เมื่อประมาณปี ๒๕๒๕ ท่านเจ้าอาวาสวัดญวนสะพานขาว มีสมเด็จวัดระฆังเอาไว้ในครอบครอง
...และท่านถูกฆ่ารัดคอชิงพระสมเด็จฯ มาแล้ว ถึงตรงนี้อยากจะบอกตรง ๆ เลยครับว่า...
โกงพระ...ปล้นพระ ฆ่าพระ ทำง่ายกว่าไปทำกับโยมด้วยกันเยอะ เพราะพระจะไปสู้รบตบมือกับใครได้
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ภูเตศวรห่วงพระได้ยังไงไหว?
แต่ถ้าลูกศิษย์ลูกหาไม่ประมาท คอยสอดส่องระมัดระวังเวลามีโยมมีสีกามากราบนมัสการ พระสงฆ์องค์เจ้าไม่สะสมของมีค่าเอาไว้ล่อใจมิจฉาชีพ และดำรงตนอยู่ในพระวินัย ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้วางโลก มีแค่บริขารตามพุทธบัญญัติสมตามฐานะผู้ทรงศีลโดยแท้
...ภัยร้ายอย่างที่กังวลก็จะเบาบางลง
ขอฝากโยม ฝากมัคนายก และฝากพระไว้ด้วยครับ!
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com