
อานิสงส์จาก ‘ทาน’
ต้นฉบับ ‘ธรรมะ ๕ นาที’ ที่ท่านทั้งหลายกำลังอ่านอยู่ขณะนี้ ถูกเขียนขึ้นหลังจากภูเตศวรก้าวลงจากรถคู่ชีพเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เหตุเพราะเพิ่งกลับจากการไปร่วมพิธีเบิกพระเนตร ‘พระพุทธรูปหยกเจ็ดสี’ ที่อาศรมไผ่มรกตของหลวงพ่อสุมโนดาบส
ครับ...ผู้เขียนได้รับเชิญให้ไปประกอบพิธีบวงสรวงสังเวยเทพยดาในตอนเช้าตรู่ ก่อนหลวงพ่อจะทำพิธีเบิกพระเนตรเพียงเล็กน้อย และเพราะกิจอันนี้จึงทำให้มีโอกาสกราบนมัสการท่าน ก็เป็นปลื้มที่ได้พบครูบาอาจารย์ผู้ทรงภูมิจิต มีข้อวัตรปฏิบัติงดงามน่าเลื่อมใสอีกรูปหนึ่ง
และที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ ท่านฉันแต่ผลไม้ไม่แตะต้องภัตตาหารอื่น ๆ เลย นี่คือความน่ามหัศจรรย์ที่พบเห็น
อยู่ใกล้ท่านบอกได้เพียงคำเดียว... ‘มีแต่กระแสเย็นใจสุขใจ’ ใครต้องการพบและกราบท่านต้องไปที่อาศรมไผ่มรกตจังหวัดเชียงรายครับ!
ได้กราบสงฆ์ผู้มีปฏิปทางดงาม แล้วยังได้กราบพระพุทธรูปหยกเจ็ดสีอันล้ำค่าอีกโสตหนึ่งด้วย
มาถึงช่วงตอบจดหมายอย่างที่เคยมีมา จดหมายฉบับนี้มาจากคุณเครือวัลย์ คุณเจริญ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
เรียน คุณภูเตศวร
พร้อมจดหมายฉบับนี้ดิฉันได้ส่งเงินมาด้วย ๑,๐๐๐ บาทเพื่อร่วมทอดผ้าป่าสร้างศาลาวัดป่าชนะสงคราม ที่ดิฉันอ่านพบในนิตยสารขวัญเรือน
ดิฉันเลื่อมใสในคุณทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง เพราะดิฉันเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ต้องทำงานรับใช้ท่าน ๆ ทั้งหลายที่เป็นครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้หนี้สงฆ์และสร้างเสริมบารมีให้ท่านทั้งหลาย (หวังว่าคุณภูเตศวรคงเข้าใจ) ที่เสร็จสิ้นไปแล้วคือการดำเนินการก่อสร้างกุฏิบูรณะวัดและพระอุโบสถ พร้อมพระประธานของวัดศรีดาราม ตำบลนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ดิฉันไม่ใช่คนรวย มีอาชีพรับจ้าง สามีรับราชการธรรมดา แต่มีความศรัทธา ดิฉันบูรณะวัดและสร้างพระอุโบสถ เสร็จสิ้นในระยะเวลา ๕ ปี โดยมีเจ้านาย ญาติมิตรที่มีเจตจำนงร่วมกันกลุ่มหนึ่ง และเมื่ออ่านพบการทำงานของคุณทั้งสอง จึงสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วมงานบุญของคุณทั้งสอง
ดิฉันดำเนินงานก่อสร้างพระอุโบสถหลังนี้มา ๕ ปี ในแบบหาทุนทรัพย์ด้วยกฐินสามัคคี ไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากทราบรายละเอียดของงานกฐินหรือผ้าป่าครั้งต่อไปว่าคุณทั้งสองจะดำเนินการกันอย่างไร วางกำหนดการไว้หรือยัง เราจะติดต่อกันได้อย่างไร เมื่อรับจดหมายนี้แล้ว กรุณาตอบลงในขวัญเรือน หรือติดต่อกันโดยตรงตามที่อยู่นี้ก็ได้
ท้ายสุดนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณทั้งสองคงเปิดโอกาสให้ดิฉันและคณะได้มีส่วนร่วมในงานบุญครั้งต่อ ๆ ไป ตามกำลังและศรัทธาเพื่อทะนุบำรุงพระศาสนาเอาไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลัง ๆ ได้เคารพบูชาสืบต่อไป
ด้วยความศรัทธาคุณทั้งสอง
เครือวัลย์ คุณเจริญ
เมื่ออ่านจดหมายของคุณเครือวัลย์จบลง ต้องขอยอมรับว่า ‘ขนลุกซู่’ ด้วยความปีติยินดี อย่างน้อยก็เชื่อว่าเทพยดาทั้งหลายท่านช่วยเข้าสนดลใจให้ญาติมิตรที่ร่วมภพชาติมองเห็น จิตอันเป็นกุศลของเราทั้งสอง แล้วเสนอตัวมาร่วมสรรค์สร้างคุณประโยชน์ในบวรพุทธศาสนาร่วมกัน
ขอกราบเรียนคุณเครือวัลย์ตรงนี้เลยครับ เราทั้งสองคือ ภูเตศวร-ทมยันตี พร้อมและยินดีอย่างยิ่งกับกุศลจิตของคุณ
เรากำหนดทอดกฐินปีนี้เป็นกฐินสามัคคี และจะนำไปทอดที่ว่าวัดป่าชนะสงคราม (เขาน้อย) ในวันที่ ๒๒ ตุลาคมศกนี้แล้ว
และภูเตศวรได้กราบเรียนหลวงปู่เสน ปัญญาธโร ไปเรียบร้อยแล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งท่านได้โมทนากับเจตจำนงอันเป็นกุศลจิตนี้ด้วยความเมตตา
ถึงตรงนี้มิเพียงแต่กับคุณเครือวัลย์เท่านั้น หากยังแอบหวังอยู่ในจิตลึก ๆ กฐินสามัคคีของวัดป่าชนะสงครามในวันที่ ๒๒ ตุลาคมปีนี้ ยังจะมีคณะศรัทธาอีกมากมายจะนำญาติมิตรนำปัจจัยไปสมทบร่วมทอดกฐินด้วยกันอย่างล้นหลาม
และวันนั้นจะเป็นวันที่เราทั้งสอง ถือเป็นรางวัลชีวิตที่มีคุณค่าอย่างอเนกอนันต์!
ถ้าสายธารแห่งศรัทธาจะล้นหลามลามไหลมาจากทั่วสารทิศ...เพื่อพุทธศาสนาของเรา
ใครสนใจจะเป็นประธานฯ หากรรมการร่วมสมทบทอดกฐินฯ ในครั้งนี้เชิญเลยครับ ขอเชิญด้วยความยินดีอย่างยิ่ง และปรารถนาให้ท่านได้เดินทางไปร่วมทอดกันที่วัดโดยตรง
ขอเพียงแจ้งยอดผู้ร่วมคณะว่ามีมากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้จัดเตรียมการต้อนรับล่วงหน้า จะเป็นพระคุณอย่างสูง ส่วนการติดต่อขอให้ส่งจดหมายมาที่คอลัมน์ธรรมะ ๕ นาที ในนิตยสารขวัญเรือนได้โดยตรง
ท้ายสุดในวันนี้ ผู้เขียนขออนุญาตคัดลอกธรรมะของหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล แห่งวัดป่าสันติกาวาส ที่ผู้เขียนมีความเคารพศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง มาแสดงไว้ในที่นี้ เป็นข้อยืนยันให้เห็นอานิสงส์ แห่ง ‘จาคะหรือทาน’ ว่ามีอยู่จริงหรือไม่อย่างไร
“ถ้าหากยังมีความสงสัยอยู่ว่าเราสิ้นไปจากโลกไปเราจะไม่สิ้นจากทุกข์ ไม่หมดทุกข์ เราก็รีบทำไปซะ ‘ให้ทานเอาไว้’ เรามีโรคภัยไข้เจ็บในตัวเราให้รีบทานยาแก้โรคเหมือนอย่างพระพาหุละ
‘พระพาหุละ’ แต่ก่อนท่านเป็นฤๅษีเขาคันธมาทน์ เมื่อเวลามีพระภิกษุไปบำเพ็ญอยู่ในป่ามีการเจ็บป่วยไข้ ฤๅษีองค์นั้นก็มองเห็นว่าภิกษุเหล่านั้นจะไม่ได้บำเพ็ญสะดวกสบายก็เลยนำยามา เมื่อนำยามาถวายแล้ว ต่อแต่นั้นภิกษุเหล่านั้นก็เลยหายจากโรค หายจากภัย ได้บำเพ็ญสมณธรรมอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์
ครั้นต่อมาฤๅษีนั้นตายแล้วก็ไปอยู่พรหมโลก
พอถึงอายุกาลก็จุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ชื่อว่า ‘พระพาหุละ’ เมื่อเกิดมาก็มีศรัทธาบวชในพระพุทธศาสนา และเมื่อบวชแล้วก็ไม่มีโรคภัยอะไรเบียดเบียน ไม่รู้จักว่าความเจ็บป่วยเป็นอย่างไร ไม่รู้จักเลย พอเมื่อเวลาไม่รู้จักอย่างนั้น เมื่อมีท่านผู้อื่นเกิดเจ็บปวด ก็ว่าเจ็บปวดอย่างไร เราไม่เคยรู้ เราไม่เคยเข้าใจเลย เพราะเราไม่เคยรู้จักเจ็บปวดจึงได้ถามคนอื่น เพราะอานิสงส์ที่ได้บรรยายมา
ครั้นต่อมาเวลาท่านจะดับขันธ์นั้น ท่านก็ทำกิจของท่านจนสำเร็จ ทำกิจวัตรข้อวัตรทุกสิ่งทุกอย่าง พอทำสำเร็จเรียบร้อย ตรวจลานวัดแล้วก็ตักน้ำใส่ตุ่ม ใส่โอ่งเอาไว้เต็มหมดเรียบร้อย ท่านจึงไปสรงน้ำ พอเมื่อสรงน้ำตอนเวลาพลบค่ำ ท่านเลยกล่าวเตือนภิกษุทั้งหลาย
‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลายจงมาประชุมกัน เมื่อประชุมกันแล้ว ท่านจึงเตือนว่า...เราจะดับขันธ์ในค่ำคืนนี้ ดับขันธปรินิพพานแล้ว’
ภิกษุปุถุชนไม่เข้าใจ ดับขันธ์นั้นหมายความว่าอย่างไร? ปรินิพพานหมายความว่าอย่างไร?
ดับขันธ์หมายความว่า ‘ตายจาก’ นิพพานก็คือ การเข้าสู่ปรินิพพาน หมายความว่าสิ้นทุกข์ในวัฏสงสารจึงเรียกว่า ‘นิพพาน’
พอพระพาหุละเตือนภิกษุทั้งหลายแล้ว ก็ละโลกสู่นิพพานแต่กาลนั้น...
ครับ เป็นธรรมะสั้น ๆ เรียบง่ายของหลวงปู่...หากเป็นข้อยืนยันชัดแจ้งในอานิสงส์จากทาน ที่เราชาวพุทธควรรำลึกถึงและปฏิบัติอยู่เนือง ๆ
‘ศีล...ทาน ภาวนา’ เป็นไตรสิกขาบทสำหรับคฤหัสถ์ ที่จะต้องทบทวนปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับจิตใจให้ก้าวพ้นห้วงแห่งโอฆสงสาร ในกาลข้างหน้าที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า
ขอศานติจงมีแต่ท่านทั้งหลาย
ภูเตศวร
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com