
สงสารพระอุโบสถ
สองร้อยกว่าปี
เมื่อก่อนวันเข้าพรรษา ขณะที่ผู้เขียนอยู่ที่วัดป่าชนะสงคราม จังหวัดสุโขทัย มีคณะศรัทธาและญาติธรรมสองสามคณะขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่นั่น และมีอยู่คณะหนึ่งปรารภเรื่องพระอุโบสถเก่าแก่ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ย่านจังหวัดนนทบุรีให้ฟัง ลงท้ายด้วยคำเชิญชวน...อยากให้อาจารย์ช่วยไปดูหน่อย!
ตามประสาคนวัด...และการตั้งจิตมั่นมานาน ถ้าเป็นงานในพระศาสนาอันควรพอที่จะช่วยเหลือได้บ้าง ‘ก็จะทำ’ โดยไม่มีข้อแม้ เพราะเหตุนี้หลังจากกลับมาจึงได้นัดแนะญาติธรรมท่านนั้นเดินทางไปดูด้วยตาตัวเองทันที
ผู้เขียนถึงวัดน้อยนอก เขตจังหวัดนนทบุรี ในยามบ่าย เดินสำรวจดูพระอุโบสถหลังเล็ก ๆ หากสมบูรณ์ด้วยศิลปะช่างอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยความชื่นชมปนความทอดถอน
ศิลปะล้ำค่าในบวรพุทธศาสนากำลังถูกกาลเวลากัดเซาะทำลายล้างอย่างไม่ปรานี
ลวดลายหน้าบันอันวิจิตรยังตระหง่านอยู่ได้ด้วยความคงทน ทว่าลวดลายประดับรอบ ๆ ปริร้าวแตกหลุดไปไม่น้อย และที่สำคัญกว่านั้นคือรากฐานที่จมลง ขณะพื้นที่โดยรอบสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เวลาหน้าฝนพระอุโบสถจะจมน้ำในทุก ๆ ปี
‘ทำไมไม่ดำเนินการอะไรเลย?’ คือความสงสัยในใจ ซึ่งก็ได้คำตอบต่อมาคือ
...เจ้าอาวาสองค์ก่อนท่านทั้งชราภาพ และอาพาธด้วยโรคาพยาธิมายาวนาน ก่อนทิ้งกายสังขารสู่การมรณภาพไปเมื่อไม่นานมานี้เอง
วัดนี้จึงเพิ่งมีเจ้าอาวาสองค์ใหม่มาได้เดือนเศษ
จึงเป็นภาระใหม่อันหนักหนาสาหัสของท่านในเวลานี้
หลังเข้ากราบพระประธานในพระอุโบสถและเดินวนเวียนพิจารณาอยู่หลาย ๆ รอบ ข้างในจิตตนหัวเราะกับความจริงตรงหน้า ปัจจุบันคนขวนขวายหาทุนสร้างวัด สร้าง และสร้างเอาไว้โดยไม่คำนึงว่าจะมีพระสงฆ์เข้าอาศัยมากน้อยแค่ไหน ด้วยหวังอานิสงส์จากการสร้างถ่ายเดียว แต่จะมีสักกี่คนหวนคิด...
...หลังจากนั้นใครจะเป็นผู้ดูแลรักษาและซ่อมแซมศาสนสมบัติเหล่านั้น?
บางคนยึดติดครูบาอาจารย์ ท่านอยู่ก็เข้าวัดทำให้ หมดท่านก็ทิ้งร้างปล่อยให้ภินท์พังไปตามกาลเวลาอันเป็นอนิจจัง จริงอยู่การสร้างมีอานิสงส์มีกุศลแก่ตน ทว่าการดูแลรักษาไว้ มีกี่คนจะรู้ว่าอานิสงส์มากกว่ามากมาย
ถึงตรงนี้หลายท่านอาจสงสัย... ‘จริงหรือ?’ คำตอบคือยิ่งกว่าจริงเสียอีก เพราะหนึ่ง...คือการสงเคราะห์สงฆ์ แม้นการซ่อมแซมรักษาไว้ สงฆ์ก็จะได้ใช้ศาสนสถานอันสำคัญในการปฏิบัติศาสนพิธีได้ต่อไปโดยไม่ลำบาก สอง...ประหยัดงบประมาณ เพราะปัจจุบันค่าวัสดุก่อสร้างแพงมาก อุโบสถแต่ละหลังใช้งบประมาณกว่าสิบล้านบาท สาม...ทำให้พระภิกษุในวัดปราศจากความมัวหมองในศีล เพราะพระวินัยบัญญัติไว้ชัดว่า ภิกษุเมินเฉยไม่ดูแลรักษา ซ่อมแซมเสนาสนะให้ปรับอาบัติทุกกฎ เรียกว่าเดินผ่านทีผิดทีอยู่ทุกวัน ใจก็เศร้าหมอง และสี่...เป็นการรักษาผลงานศิลปะโบราณในประวัติศาสตร์ชาติเอาไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็น ได้ศรัทธาต่อบรรพบุรุษตน
สุดท้ายคืออานิสงส์แห่งการก่อเกื้อพระศาสนา รักษาพระศาสนาของพระบรมศาสดาเอาไว้ให้ยืนนานตามพุทธทำนายอันเป็นอานิสงส์สูงสุด
สำหรับผู้เขียนเองยังเชื่อว่า การซ่อมแซมศาสนสถานอันสำคัญเช่นพระอุโบสถเยี่ยงนี้ก็คล้ายร่างกายเราที่ทรุดโทรมด้วยความป่วยไข้ตามสัจจะความจริงโลก แม้นเราซ่อมแซมโบสถ์วิหารเอาไว้ ก็สามารถยกเอาอานิสงส์นั้นมาใช้อธิษฐานให้ตัวเองแข็งแรง หายจากโรคได้เช่นกัน
หลากหลายเหตุผลที่ผุดขึ้นทำให้ตัดสินใจตรงนั้น... ‘ทำเท่าที่จะทำได้’ จึงตัดสินใจหมุนโทรศัพท์ถึงคุณชูศรี วโรภาษ ถามสั้น ๆ
“เราพอเหลือเงินสักแสนหนึ่งไหม?”
คนที่ดูแลเงินมูลนิธิปัญญาธโร และเงินส่วนกลางทำบุญชาวคณะชมรมธรรมะ 5 นาที ตอบได้รวดเร็ว
“เงินส่วนกลางรายได้จากงานไหว้ครูเหลืออยู่ประมาณแสนเศษ”
ได้ข้อมูลเสร็จเข้ากราบนมัสการท่านพระอาจารย์ มหานพดล อาสโภ ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พร้อมสอบถามรายละเอียดกับท่าน อันเป็นเจตนารมณ์ในการซ่อมแซมรักษาพระอุโบสถเก่าแก่ของวัดเอาไว้อย่างไร
“ถ้าจะรักษาเอาไว้ให้นาน ๆ ก็ต้องยกพระอุโบสถขึ้นแล้วทำรากฐานใหม่ ก่อนปรับพื้นโดยรอบให้สูงเท่าถนนในวัด”
ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงจึงได้รายละเอียดดังนี้ครับ

...วัดน้อยนอก ตั้งอยู่เลขที่ 58 หมู่บ้านตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ได้รับอนุญาตให้สร้างเมื่อวันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2325 แรม 8 ค่ำเดือน 6 ปีขาล ปัจจุบันมีอายุ 226 ย่าง 227 ปี
พระอุโบสถได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2327 มีขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 18 เมตร ศิลปะโดยช่างอยุธยาตอนปลายถึงต้นรัตนโกสินทร์

โดยพระอาจารย์มหานพดลได้ปรารภว่า งานแรกที่ต้องเร่งรีบกระทำอย่างเร่งด่วนคือการยกพระอุโบสถขึ้น เพราะถ้าช้าเกินไปจะทำให้รากฐานทรุดตัวลงด้วยการกัดเซาะของน้ำ ซึ่งปัจจุบันต้องคอยสูบน้ำออกตลอดเวลา และงบประมาณคาดว่าจะใช้ทั้งสิ้น 3 ล้านกว่า

ในการนี้เลยแจ้งให้ท่านเจ้าอาวาสทราบว่า ทางชมรมธรรมะ 5 นาที ขอบริจาคเริ่มต้นจำนวน 1 แสนบาท และจะช่วยบอกบุญกับญาติธรรมทั้งหลายให้อีกครั้งหนึ่ง...และรายแรกคือพี่น้อย คุณพนิดา ชอบวณิชชา ที่ผู้เขียนยกหูโทรศัพท์กราบเรียน ซึ่งท่านก็รับปากว่า...
“วันไหนว่างพี่จะเข้าไปดู เผื่อจะช่วยกันได้”

ครับ วันนี้ถือโอกาสหอบข่าวบุญกุศลมาฝากท่านทั้งหลาย ขณะนี้ให้ทางท่านเจ้าอาวาสช่วยไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อการนี้โดยเฉพาะแล้ว และจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง เวลานี้ใครอยากทำบุญก่อนก็ส่งมาได้เลยครับที่ นายประพนธ์ วิพัฒนะพร ตามที่อยู่นิตยสารขวัญเรือน สั่งจ่าย ปณ.ดินแดง
ช่วยกันหน่อยเถอะครับ สงสารพระอุโบสถเก่าแก่นี้เหลือเกิน

หมายเหตุ: รายละเอียดบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงินเพื่อบริจาค
ชื่อบัญชี พระมหานพดล อาสโภ
ธนาคารกรุงศรี ฯ ประเภทบัญชีออมทรัพย์
สาขาโฮมโปร์แจ้งวัฒนะ
เลขที่บัญชี 526-10-14343

หมายเหตุ: รายละเอียดบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงินเพื่อบริจาค
ชื่อบัญชี พระมหานพดล อาสโภ
ธนาคารกรุงศรี ฯ ประเภทบัญชีออมทรัพย์
สาขาโฮมโปร์แจ้งวัฒนะ
เลขที่บัญชี 526-10-14343

หมายเหตุ: รายละเอียดบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงินเพื่อบริจาค
ชื่อบัญชี พระมหานพดล อาสโภ
ธนาคารกรุงศรี ฯ ประเภทบัญชีออมทรัพย์
สาขาโฮมโปร์แจ้งวัฒนะ
เลขที่บัญชี 526-10-14343

หมายเหตุ: รายละเอียดบัญชีธนาคารสำหรับโอนเงินเพื่อบริจาค
ชื่อบัญชี พระมหานพดล อาสโภ
ธนาคารกรุงศรี ฯ ประเภทบัญชีออมทรัพย์
สาขาโฮมโปร์แจ้งวัฒนะ
เลขที่บัญชี 526-10-14343


Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com