
อย่าให้ค่านิยมทำลายอานิสงส์กฐิน
ผู้เขียนเพิ่งกลับจาก ‘งานบุญทอดกฐิน’ ที่วัดป่าหนองแซง ปีนี้หลวงปู่กำหนดวันทอดเร็วกว่าปกติ คือออกพรรษาวันนี้ พรุ่งนี้ทอดกฐินเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นน่าจะมาจากเหตุผลปีนี้มีงานสำคัญหลายงานรอคอย อีกทั้งหลายวัดในสังกัดมักนิมนต์หลวงปู่ไปเป็นประธานในงานทอดกฐิน
หลังทอดและอุปโลกน์กฐินเสร็จ ผู้เขียนเข้ากราบลาท่านบนศาลา เห็นลูกศิษย์ที่เป็นเจ้าอาวาสหลายรูปกำลังปรึกษาหารือกับหลวงปู่...ล้วนเป็นเรื่อง ‘วัดร้างกฐิน’ ไม่มีเจ้าภาพของกฐินเสียเป็นส่วนใหญ่
ในอดีต...หลังงานกฐินปีไหนได้ปัจจัยมากพอควร หลวงปู่จะนำปัจจัยแบ่งออกเป็นหลาย ๆ ส่วน เพื่อเป็นต้นทุนเริ่มแรกสำหรับวัดที่ร้างกฐินในสังกัด หรือไม่ก็บอกบุญกับลูกศิษย์ใกล้ชิดช่วยรับเป็นเจ้าภาพโดยมุ่งเน้นไปที่ อานิสงส์ผ้ากฐินมากกว่าปัจจัยและเครื่องบริวาร
การทอดผ้ากฐิน เป็นพุทธบัญญัติ ให้สามารถทอดถวายได้ปีละหนึ่งครั้งหลังการออกจากพรรษา ถือเป็นอานิสงส์แห่งทานสูงกว่า ‘ผ้าป่า’ ที่พุทธศาสนิกชนทอดถวายได้ในทุกฤดูกาล ผ้ากฐินที่ถูกต้อง ไม่เป็นกฐินวิบัติต้องทอดถวายแด่สงฆ์ในวัดที่มีภิกษุจำพรรษาไม่ต่ำกว่า 5 รูป และอยู่ครบพรรษา ซึ่งภิกษุที่จะได้รับผ้ากฐินต้องผ่านการญัตติของสงฆ์เสียก่อนจึงถือว่าสมบูรณ์ อันเป็นเหตุให้ทั้งผู้ทอดถวายและผู้รับได้อานิสงส์แห่ง ‘ผ้ากฐิน’ อย่างเต็มพละ
แม้การบัญญัติเรื่องผ้ากฐินของพระบรมศาสดา ไม่ได้เอ่ยถึงปัจจัยและเครื่องบริขารเป็นเรื่องสำคัญ หากปัจจุบันชาวพุทธในประเทศมักจะนิยมเรี่ยไร ‘เงิน’ จากศรัทธาอันมีญาติมิตรคนรอบข้างสมทบเพื่อทะนุบำรุงในการสร้าง...ซ่อมแซม เสนาสนะในวัดไปในคราวเดียวกัน
จนท้ายสุดกลายเป็นค่านิยมแห่งการทอดกฐินไป
กลับจากงานทอดกฐิน คำถามแรกที่ต้องตอบ... “ได้เท่าไหร่?” ความหมายคือเงินหรือปัจจัยวัดไหนได้มาก ผู้ร่วมบุญยิ้มแย้มแก้มปริ โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจบูม วัดบารมีเจ้าอาวาสกับวัดที่กฐินเงินล้าน และท้ายสุดกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญทำให้เกิดมาตรฐานในใจของผู้ศรัทธา
‘...อยากเป็นเจ้าภาพวัดนี้...แต่วาสนาบารมีไม่พอ!’
พอถึงช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ด...วัดน้อยร้างกฐิน...วัดใหญ่ก็พลอยร้างไปด้วย เหตุเพราะคนไม่กล้าจองกฐินเพราะมาตรฐานดังกล่าวนั้นเอง
ฉะนั้นวันนี้อย่าได้แปลกใจ ว่าไฉน...ปีนี้วัดไม่มีกฐินจึงมีมากเหลือเกิน แม้แต่วัดหลวงก็ยังร้างกฐินเป็นสิบ ๆ วัด!
แทนที่จะได้อานิสงส์จาก ‘ผ้ากฐิน’ อันเป็นประโยชน์ทั้งฝ่ายพระและฝ่ายโยม โดยไม่ต้องลงทุนมาก ก็เลยทิ้งน้ำไปอย่างน่าเสียดาย เพราะกว่าจะทอดกฐินได้ต้องเฝ้ารอมาเป็นปี...
ที่เขียนถึงเรื่องนี้ เพราะอยากบอกความจริงที่มีประโยชน์ ด้วยเวลาที่กำหนดทอดกฐิน ยังเหลืออยู่อีกหลายวัน ด้วยปีนี้วันสุดท้ายคือวันลอยกระทงตรงกับวันที่ 24 พฤศจิกายน (2550) จึงยังไม่สายสำหรับงานบุญที่มากด้วยอานิสงส์ สำหรับผู้ที่มีปัญญาธรรมควรไขว่คว้าเอาไว้
ผ้าหนึ่งผืน...ราคาแค่พันกว่าบาท กับปัจจัยเครื่องบริขารเล็กน้อย...คุณก็เป็นเจ้าภาพทอดกฐินได้แล้ว
อีกนิด...สำหรับชาวบ้านร้านถิ่นที่อยู่ใกล้วัด อย่ารอศรัทธาจากแดนไกล ถ้ารู้แน่ วัดยังไม่มีคนจองกฐิน เดินเข้าวัดกราบนมัสการถามเจ้าอาวาสเถิดครับ...
“...ท่านจะเอาอานิสงส์ผ้ากฐินหรือจำนวนปัจจัย?”
เชื่อเถอะครับ...พระภิกษุร้อยทั้งร้อยก็ต้องตอบว่า...
“แล้วแต่ศรัทธาของโยมเถิด!”
เคยเขียนบอกมาแล้ว มหาทาน ไม่ใช่ทานหรือการบริจาคด้วยทรัพย์จำนวนมาก แต่มาจากศรัทธาอันบริสุทธิ์ ผู้ให้บริสุทธิ์ผู้รับบริสุทธิ์ด้วยเจตจำนงอันบริสุทธิ์ โดยเฉพาะ ‘ถูกต้อง’ ตามพุทธบัญญัติ นั่นแลเรียกว่า ‘มหาทาน’
ขณะที่กำลังเขียนต้นฉบับ หลวงปู่เสน ปัญญาธโร ได้สร้างความมหัศจรรย์ใจให้ภูเตศวรประจักษ์ ท่านโทร.มาแจ้งข่าว
“...หลวงปู่เพิ่งกลับจากบ้านโนนสังข์...เอาผ้ากับปัจจัยหนึ่งหมื่นบาทไปทอดกฐิน”
นั่นคือคำตอบ ว่าข้อความที่ผู้เขียนกล่าวเกริ่นมาข้างต้นคือ ‘ความจริง’ อานิสงส์อยู่ที่ผ้ากฐินมากกว่าปัจจัยสมทบ และในโอกาสนี้ ภูเตศวรเรียนถามท่านว่า ปีนี้วัดสาขาของหลวงปู่ที่ไม่มีกฐินเหลือมากแค่ไหน คำตอบคือ...
“ขาดอยู่อีกสิบกว่าวัด!”
จำนวนสิบกว่าวัด หลวงปู่รับเป็นเจ้าภาพไปแล้วบางส่วน ที่เหลืออยู่และยังไม่มีเจ้าภาพคือ...
1) วัดป่า ณ ศีลวันต์ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์
2) วัดป่าเวฬุวัน จ.หนองบัวลำภู
3) วัดป่าอรุณรังสี อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู
4) วัดป่าบ้านน้ำกง อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู
5) วัดป่าเขารัง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี
6) วัดป่าเกษตรสมบูรณ์ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
7) วัดป่าบุญญานุสิทธิ์ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
8) วัดป่าถ้ำพระ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี
เมื่อรู้จำนวนวัดแน่นอน พร้อมเจตนาทอดผ้ากฐินเพื่ออานิสงส์ผ้ามากกว่าจำนวนปัจจัย ซึ่งหลวงปู่ได้อนุโมทนาในเจตนานี้แล้ว ผู้เขียนจึงขอรับภาระดำเนินการหาศรัทธา หากขอให้หลวงปู่ช่วยออกทุนทรัพย์ดำเนินการไปก่อนเพื่อความไม่ล้าช้า โดยจะค่อย ๆ รวบรวมปัจจัยจากคณะศรัทธาส่งมอบคืนให้ในภายหลัง เชื่อว่าอย่างช้าสุดในวันมหาพุทธาภิเษก-เทวาภิเษก ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2550 (วันลอยกระทง) ที่หลวงปู่ต้องเดินทางไปเป็นประธานสงฆ์ในพิธีคงได้ปัจจัยถวายคืนครบในวันนั้น คือจำนวนเงินหนึ่งแสนบาทถ้วน
เอ้า! ใคร...ท่านใดมีศรัทธาสร้างบุญบารมีด้วยการเป็นเจ้าภาพผ้ากฐิน แบบครั้งเดียวแปดวัด สามารถส่งปัจจัยสมทบมาได้เลยครับ ในนาม นายประพนธ์ วิพัฒนพร ตามที่อยู่ของนิตยสารขวัญเรือน (สั่งจ่าย ป.ณ.ดินแดง) เช่นเคยครับ
ถึงตรงนี้หวังว่า บทความนี้คงสามารถแก้ความเข้าใจผิดเรื่องค่านิยมแห่งการทอดกฐินลงได้ไม่มากก็น้อย ย้ำอีกครั้งครับ...
อานิสงส์กฐินทาน อยู่ที่ผ้าไม่ได้อยู่ที่เงิน!
และแอบภาวนาในใจ ว่าปีหน้าวัดวาอารามจะไม่ร้างกฐินมากมายเหมือนปีนี้
เพราะพุทธศาสนาสอนเรื่องปัญญา มากกว่าค่านิยมครับ!

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com