
ใช้ช้อน...สอนธรรมะ
หลายวันก่อนภูเตศวรมีโอกาสไปที่วัดบางจัก อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ที่นั่นมีครูบาอาจารย์อีกองค์หนึ่งที่ภูเตศวรเคารพนับถือ ท่านชื่อพระอาจารย์สะอาด แตงหอม ฉายาท่านคือ ธมฺมสรโณ
วัดบางจัก ในอดีตมีเกจิฯ ใหญ่เรืองวิทยาคุณอยู่องค์หนึ่งชื่อว่าหลวงพ่อ ‘จันทร์’ ถือเป็นพระสงฆ์ที่ติดทำเนียบหนึ่งในสี่ของเกจิอาจารย์ดังยุคหลายสิบปีที่ผ่านมา จนมีประโยคติดปากชาวบ้านเป็นคำคล้องจองอย่างนี้ครับ
“หลวงพ่อจันทร์ วัดหน้าคู หลวงพ่อภู วัดดอนรัก หลวงพ่อจันทร์ วัดบางจัก หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์”
หลวงพ่อจันทร์ วัดหน้าคู กับหลวงพ่อภู วัดดอนรัก ท่านเก่งเรื่องทำตะกรุด โด่งดังเรื่องวิชามหาอุดคงกระพันชาตรี หลวงพ่อจันทร์ วัดบางจัก ท่านเก่งเรื่องทำน้ำมนต์ เครื่องรางของขลังที่โด่งดังของท่าน คือแหวนพิรอด ใช้ป้องกันเขี้ยวงาสารพัน
สุดท้ายหลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์องค์นี้โด่งดังมากในเรื่องการสร้างเบี้ยแก้กันคุณไสย แก้การถูกกระทำย่ำยีจากอาถรรพ์ทั้งปวง
พระอาจารย์สะอาด แตงหอม แม้จะมากด้วยอายุกาลพรรษา ทว่าท่านไม่เคยปรารถนาในยศถาทั้งปวง ปัจจุบันถือเป็นพระลูกวัดที่อาวุโสสูงสุดในวัด
และที่สำคัญ ท่านเป็นพระปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นั่งนอนในกลดเหมือนพระป่ามากกว่าพระบ้าน จนผู้เขียนเคยถามไถ่ท่าน ซึ่งก็ได้คำตอบชัดเจน
“บวชสายมหานิกาย อยู่วัดคามวาสี แต่อาตมาเคยอยู่วัดป่ามาก่อน”
พระอาจารย์สะอาด เล่าให้ฟังว่า ท่านเคยไปปฏิบัติธรรมกับหลวงตามหาบัว วัดบ้านตาด มาระยะหนึ่ง อีกทั้งยังเคยไปอยู่วัดหินหมากเป้งกับหลวงปู่เทศก์ เทสก์รังสี เพื่อศึกษาธรรมเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ เวลาไปกราบนมัสการท่านครั้งใด ผู้เขียนจึงรู้สึกเหมือนได้ไปนมัสการพระป่าปฏิบัติ ได้สนทนาธรรมอย่างอิ่มเอมหัวใจทุกครา
“พระปฏิบัติพูดน้อยต่อยมาก” ท่านพูดด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ “โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ หลวงปู่ชั้นผู้ใหญ่อย่างหลวงปู่เทสก์ ท่านให้ธรรมะด้วยวิธีการแปลก ๆ”
“ยกตัวอย่างได้ไหมครับ” ภูเตศวรเอ่ยถามท่านด้วยความสนใจ ขณะท่านนิ่งไปชั่วขณะเหมือนลำดับความคิดในอดีต ก่อนเล่าให้ฟังช้า ๆ
“ตอนไปพบหลวงปู่เทสก์ครั้งแรก กราบขออนุญาตท่านอยู่ปฏิบัติธรรม ท่านมองหน้าอาตมานานหลายนาทีก่อนพูดว่า ทำดี ๆ นะถ้าจะอยู่ที่นี่ จากนั้นท่านก็ส่งช้อนที่ใช้กินข้าวให้อันหนึ่ง”
“คงเป็นปริศนาธรรม” ผู้เขียนออกความเห็นซึ่งท่านอาจารย์สะอาดพยักหน้าตอบ
“ใช่ อาตมาก็คิดอย่างนั้น ตกกลางคืนนั่งสมาธิพิจารณาตามถึงรู้ความหมายของช้อนที่หลวงปู่ส่งให้”
ถึงตรงนี้จะไม่เฉลยละครับ อยากให้ท่านผู้อ่านลองวิสัชนาดูด้วยตนเองก่อนว่าหลวงปู่เทสก์ท่านให้ปริศนาธรรมอะไรแก่ท่านอาจารย์สะอาดครับ
ความหมายก็คือจงทำจิตให้เหมือนช้อน!
ความนัยเรื่องนี้อุปมาเหมือน ‘ช้อน’ ที่ใช้ตักอาหารคาว หวาน เผ็ด เปรี้ยว มัน เค็มทั้งปวง หากช้อนที่เราใช้ประโยชน์จากมันไม่เคยยินดียินร้ายในรสอาหารเหล่านั้นเลย ที่รู้รสคือลิ้นหรือชิวหาวิญญาณของเราต่างหาก การไม่รู้รสของช้อนคือการไม่ปรุงแต่ง เหมือนจิตของเราถ้าทำเช่นนั้นได้ ก็สามารถพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ดังคำกล่าวที่ว่า
ผู้ใดทำจิตให้เป็นกลางได้ ผู้นั้นจะพ้นทุกข์
จิตเป็นกลางใจเป็นกลางเป็นเยี่ยงไร
จิตเป็นกลาง ใจเป็นกลาง คือการใช้สติยับยั้งการปรุงแต่ง อันเป็นธรรมารมณ์ ยินดียินร้ายในรูป รส กลิ่น เสียงทั้งหลาย ด้วยอำนาจแห่งสมาธินั่นเอง!
วิธีอบรมสั่งสอนของพระอริยเจ้าเรียบง่าย หากเป็นแก่นแท้ของการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง
“แล้วอาจารย์ทำได้ไหมครับ”
ผู้เขียนถามท่านอาจารย์สะอาด ซึ่งท่านก็ตอบแบบกลาง ๆ
“ทุกวันนี้ก็อาศัยตรงนี้แหละ ทำให้อยู่ในพระศาสนาได้ถึงวันนี้ เวลาโกรธก็ต้องกำหนดให้รู้ เวลาอยากหรือเบื่อก็รู้แล้วสอนตัวเองให้ละเสีย ทำให้เหมือนช้อนตักน้ำพริกน้ำแกงไปเรื่อยๆ สติจะมาเองแหละ”
ครับ ไม่เสียแรงที่ได้มากราบนมัสการท่านอาจารย์ที่วัดบางจัก อย่างน้อยก็ได้ความคิดมาสอนตัวเอง ได้สารประโยชน์มาเขียนลงธรรมะ 5 นาที ส่วนใครจะนำไปใช้ นำไปปฏิบัติ ท่านอาจารย์ไม่สงวนสิทธิ์หรอกครับ
เวลาเห็นช้อนตักข้าวหรือกำลังใช้ช้อนรับประทานอาหาร ก็ลองกำหนดตามที่อ่านดูบ้างก็ได้นะครับ สติอาจแก่กล้าขึ้นกว่าที่เป็นมาก็ได้
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com