การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ใช้ช้อน...สอนธรรมะ by ธรรมะโดนใจ

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
2 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#485]

ใช้ช้อน...สอนธรรมะ

 

         หลายวันก่อนภูเตศวรมีโอกาสไปที่วัดบางจัก อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ที่นั่นมีครูบาอาจารย์อีกองค์หนึ่งที่ภูเตศวรเคารพนับถือ ท่านชื่อพระอาจารย์สะอาด แตงหอม ฉายาท่านคือ ธมฺมสรโณ

         วัดบางจัก ในอดีตมีเกจิฯ ใหญ่เรืองวิทยาคุณอยู่องค์หนึ่งชื่อว่าหลวงพ่อ ‘จันทร์’ ถือเป็นพระสงฆ์ที่ติดทำเนียบหนึ่งในสี่ของเกจิอาจารย์ดังยุคหลายสิบปีที่ผ่านมา จนมีประโยคติดปากชาวบ้านเป็นคำคล้องจองอย่างนี้ครับ

         “หลวงพ่อจันทร์ วัดหน้าคู หลวงพ่อภู วัดดอนรัก หลวงพ่อจันทร์ วัดบางจัก หลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์”

         หลวงพ่อจันทร์ วัดหน้าคู กับหลวงพ่อภู วัดดอนรัก ท่านเก่งเรื่องทำตะกรุด โด่งดังเรื่องวิชามหาอุดคงกระพันชาตรี หลวงพ่อจันทร์ วัดบางจัก ท่านเก่งเรื่องทำน้ำมนต์ เครื่องรางของขลังที่โด่งดังของท่าน คือแหวนพิรอด ใช้ป้องกันเขี้ยวงาสารพัน

         สุดท้ายหลวงพ่อภักตร์ วัดโบสถ์องค์นี้โด่งดังมากในเรื่องการสร้างเบี้ยแก้กันคุณไสย แก้การถูกกระทำย่ำยีจากอาถรรพ์ทั้งปวง

         พระอาจารย์สะอาด แตงหอม แม้จะมากด้วยอายุกาลพรรษา ทว่าท่านไม่เคยปรารถนาในยศถาทั้งปวง ปัจจุบันถือเป็นพระลูกวัดที่อาวุโสสูงสุดในวัด

         และที่สำคัญ ท่านเป็นพระปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นั่งนอนในกลดเหมือนพระป่ามากกว่าพระบ้าน จนผู้เขียนเคยถามไถ่ท่าน ซึ่งก็ได้คำตอบชัดเจน

         “บวชสายมหานิกาย อยู่วัดคามวาสี แต่อาตมาเคยอยู่วัดป่ามาก่อน”

          พระอาจารย์สะอาด เล่าให้ฟังว่า ท่านเคยไปปฏิบัติธรรมกับหลวงตามหาบัว วัดบ้านตาด มาระยะหนึ่ง อีกทั้งยังเคยไปอยู่วัดหินหมากเป้งกับหลวงปู่เทศก์ เทสก์รังสี เพื่อศึกษาธรรมเช่นกัน

          ด้วยเหตุนี้ เวลาไปกราบนมัสการท่านครั้งใด ผู้เขียนจึงรู้สึกเหมือนได้ไปนมัสการพระป่าปฏิบัติ ได้สนทนาธรรมอย่างอิ่มเอมหัวใจทุกครา

          “พระปฏิบัติพูดน้อยต่อยมาก” ท่านพูดด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ “โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ หลวงปู่ชั้นผู้ใหญ่อย่างหลวงปู่เทสก์ ท่านให้ธรรมะด้วยวิธีการแปลก ๆ”

          “ยกตัวอย่างได้ไหมครับ” ภูเตศวรเอ่ยถามท่านด้วยความสนใจ ขณะท่านนิ่งไปชั่วขณะเหมือนลำดับความคิดในอดีต ก่อนเล่าให้ฟังช้า ๆ

          “ตอนไปพบหลวงปู่เทสก์ครั้งแรก กราบขออนุญาตท่านอยู่ปฏิบัติธรรม ท่านมองหน้าอาตมานานหลายนาทีก่อนพูดว่า ทำดี ๆ นะถ้าจะอยู่ที่นี่ จากนั้นท่านก็ส่งช้อนที่ใช้กินข้าวให้อันหนึ่ง”

          “คงเป็นปริศนาธรรม” ผู้เขียนออกความเห็นซึ่งท่านอาจารย์สะอาดพยักหน้าตอบ

          “ใช่ อาตมาก็คิดอย่างนั้น ตกกลางคืนนั่งสมาธิพิจารณาตามถึงรู้ความหมายของช้อนที่หลวงปู่ส่งให้”

          ถึงตรงนี้จะไม่เฉลยละครับ อยากให้ท่านผู้อ่านลองวิสัชนาดูด้วยตนเองก่อนว่าหลวงปู่เทสก์ท่านให้ปริศนาธรรมอะไรแก่ท่านอาจารย์สะอาดครับ

          ความหมายก็คือจงทำจิตให้เหมือนช้อน!

          ความนัยเรื่องนี้อุปมาเหมือน ‘ช้อน’ ที่ใช้ตักอาหารคาว หวาน เผ็ด เปรี้ยว มัน เค็มทั้งปวง หากช้อนที่เราใช้ประโยชน์จากมันไม่เคยยินดียินร้ายในรสอาหารเหล่านั้นเลย ที่รู้รสคือลิ้นหรือชิวหาวิญญาณของเราต่างหาก การไม่รู้รสของช้อนคือการไม่ปรุงแต่ง เหมือนจิตของเราถ้าทำเช่นนั้นได้ ก็สามารถพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ดังคำกล่าวที่ว่า

          ผู้ใดทำจิตให้เป็นกลางได้ ผู้นั้นจะพ้นทุกข์

          จิตเป็นกลางใจเป็นกลางเป็นเยี่ยงไร

          จิตเป็นกลาง ใจเป็นกลาง คือการใช้สติยับยั้งการปรุงแต่ง อันเป็นธรรมารมณ์ ยินดียินร้ายในรูป รส กลิ่น เสียงทั้งหลาย ด้วยอำนาจแห่งสมาธินั่นเอง!

          วิธีอบรมสั่งสอนของพระอริยเจ้าเรียบง่าย หากเป็นแก่นแท้ของการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

          “แล้วอาจารย์ทำได้ไหมครับ”

          ผู้เขียนถามท่านอาจารย์สะอาด ซึ่งท่านก็ตอบแบบกลาง ๆ

          “ทุกวันนี้ก็อาศัยตรงนี้แหละ ทำให้อยู่ในพระศาสนาได้ถึงวันนี้ เวลาโกรธก็ต้องกำหนดให้รู้ เวลาอยากหรือเบื่อก็รู้แล้วสอนตัวเองให้ละเสีย ทำให้เหมือนช้อนตักน้ำพริกน้ำแกงไปเรื่อยๆ สติจะมาเองแหละ”

          ครับ ไม่เสียแรงที่ได้มากราบนมัสการท่านอาจารย์ที่วัดบางจัก อย่างน้อยก็ได้ความคิดมาสอนตัวเอง ได้สารประโยชน์มาเขียนลงธรรมะ 5 นาที ส่วนใครจะนำไปใช้ นำไปปฏิบัติ ท่านอาจารย์ไม่สงวนสิทธิ์หรอกครับ

          เวลาเห็นช้อนตักข้าวหรือกำลังใช้ช้อนรับประทานอาหาร ก็ลองกำหนดตามที่อ่านดูบ้างก็ได้นะครับ สติอาจแก่กล้าขึ้นกว่าที่เป็นมาก็ได้


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com