
จดหมายฉบับที่ 5 (ตอนที่ 2)
เราขึ้นรถออกจากวัดไทยตามเวลาที่กำหนดคือสองโมงเช้าตรงเป๊ะ...เพื่อเข้าไปยังพระเจดีย์พุทธคยา ซึ่งห่างจากวัดไทยไปไม่กี่ร้อยเมตร...แม้เวลายังเช้า แต่ภายในบริเวณมหาเจดีย์กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มีศรัทธาเดินทางมาจากทุกสารทิศ...
ท่านมหาไพรัช...พาเราเดินชมสถานที่ด้วยการเดินเวียนขวาแบบทักษิณาวัตร...เดินไปตามทางเดินที่ปูลาดด้วยคอนกรีต น่าแปลกที่ทางเดินกับพื้นดินรอบ ๆ บริเวณทั้งในรั้วและนอกรั้วกลับสูงกว่าพระเจดีย์กว่าต้น ศรีมหาโพธิถึงห้าเมตร...
แดดยามเช้าสดใสด้วยท้องฟ้าโปร่ง...ทำให้ถ่ายรูปได้สวย ท่านมหาไพรัชผู้เป็นวิทยากรจึงบอกให้ทุกคนรีบ ๆ ถ่ายรูปชักภาพกันเป็นที่ระลึกเสียก่อนตรงหน้าพระเจดีย์บริเวณข้างสระน้ำพญามุจลินท์...แต่สระมุจลินท์ที่อยู่ในบริเวณมหาเจดีย์พุทธคยาเป็นเพียงสระน้ำสมมุติ สระจริง ๆ ในยุคพุทธกาลอยู่ห่างจากจุดนี้ไปอีกสองกิโลเมตร...
เรื่องของพญามุจลินท์มีอยู่ในพุทธประวัติ ซึ่งส่วนใหญ่ชาวพุทธจะได้รู้ได้ฟังมาแล้ว แต่จะเล่าให้ฟังอีกทีพอสังเขป... ว่ากันว่าพญามุจลินท์เป็นราชาแห่งพญานาคราชทั้งหลาย อาศัยอยู่ใต้บาดาล...ในวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้...แจ้งจริงในพระธรรม และเสวยวิมุตติสุขอยู่ในสัปดาห์ที่หก...ขณะที่ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุขอยู่นั้น ฝนฟ้าตกมีพายุพัดแรงแต่ด้วย ‘สุข’ อันเปรียบประมาณมิได้ยิ่งกว่าสุขทั้งปวง ทำให้พระองค์มิได้สนใจต่อปรากฏการณ์ธรรมชาตินั้น...
พญามุจลินท์จึงเกรงว่าพระพุทธเจ้าพระบรมศาสดาจะทรงลำบากพระวรกาย ได้รับเวทนาจากสายฝน ราชาแห่งบาดาลจึงแผ่พังพานปรกเอาไว้ในลักษณะป้องกันฝนให้...
ลักษณาการอย่างนี้...จึงทำให้เกิดพระพุทธรูปปางนาคปรกขึ้นตามคตินี้...ในกาลต่อมา...
สระพญามุจลินท์ที่เห็น มีรูปปั้นพญานาคตั้งอยู่กลางสระ แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนาคที่ปั้นเป็นสัญลักษณ์แทนพญามุจลินท์ กลับมีเพียงเศียรเดียว...ทั้งที่ปกติเราเคยเห็นแต่มีห้าเศียรบ้างเจ็ดเศียรบ้างมาเกือบทุกครั้ง...
...แต่ที่อินเดีย...พญานาคมีลักษณะแบบ ‘งู’ ทั่ว ๆ ไป...
ตรงนี้ทำให้เราอดทนถามคุณเจ๊ทมไม่ได้... “พญานาคอินเดียทำไมมีหัวเดียว? ”
“ตูจะไปรู้เรอะ...” คุณนายเล่นบททศกัณฐ์ส่ายเศียร... “ไม่เคยเป็นนาคว่ะ...”
เรื่องนี้ผู้รู้กลับกลายเป็นลุงเชียร ‘ไอ้หนู’ วัยหกสิบกว่าของคุณยายไข่มุก...ประธานชุมชนพัฒนาบางซื่อ...ที่ไอ้ยอดหลานคนโปรดวางแผนเอาที่ดินตรงนั้นทำศูนย์การค้าในอนาคต เป็นผู้ไขปริศนา...
“เรื่องอย่างนี้มันเป็นจินตนาการของมนุษย์...” ลุงเชียรกระชุ่นให้ฟัง... “ใครเชื่อยังไงก็สร้างอย่างนั้น...พญานาคไทยกับพม่ายังไม่เหมือนกันเลย...”
“อ้อ...เหรอ?” คุณนายเองก็ยังนึกไม่ถึง...
“นาคอินเดียหนึ่งหัว พม่าห้า...ไทยเจ็ด...” ไอ้หนูของคุณยายอธิบาย แต่ฟังแล้วยังกับใบ้หวยมากกว่า...เหมือนขนาดเจ๊แดงหัวหน้าทัวร์หัวเราะ
“หนึ่ง...ห้า...เจ็ด...เลขเด็ดน่าแทง...”
“เล่นเหมือนกันเหรอเจ๊?” เราถามคุณแดงบ้าง แต่คุณเธอส่ายหน้า...
“เปล่า...” แถมให้เหตุผล... “เสียดายทรัพย์”
ผิดกับลูกทัวร์อย่าง ป้ายิ้ม ป้าเตือนศิษยานุศิษย์ดั้งเดิมของวัดจุฬามณีที่ติดตามท่านพระครูวินัยธรสมโภชน์ (ท่านอาจารย์อิฏฏ์) มาในรายการนี้ด้วยนั้น...เรื่องตีความเลขเด็ดกับแทงหวยไม่มีใครเกิน...ว่ากันว่าก่อนมาอินเดียคราวนี้ สองป้าคู่หูขาซี้รายนี้กำไรหวยใต้ดินมาหลายหมื่น...
“ฉันเคยแต่ให้หวย...แต่ไม่เคยแทง...” เจ๊ทมวางมาดซึ่งก็จริงมาให้เห็นหลายครั้ง...เราสองคนเคยท้ากันเล่น ๆ...
“แม่หนูอี๊ดว่าหวยงวดนี้ออกอะไร? ”
“เก้าหก...!” อาเจ๊โพล่งคำด้วยความมั่นใจ
“แม้วว่าสองแปด...” เราบอกเลขที่ตัวเองมั่นใจบ้าง และน่าประหลาดชะมัด...พอหวยออก ของคุณนายออกเลขท้ายรางวัลที่หนึ่ง ส่วนของมหาตัวปลอมออกเลขท้ายสองตัว
...และอีกหลาย ๆ ครั้ง...ที่ ‘เดา’ แล้วถูกตรงเผง!
เรื่องนี้เราเคยไปเล่าให้คนอื่นฟังเวลาไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง ‘พลังงานทางจิต’ หรือบรรยายเรื่อง ‘วิญญาณ’ หลายครั้ง เคยมีคนถาม...
“...งวดนี้จะออกอะไร?”
เราก็บอกตามที่สังหรณ์ในใจ...แต่ก็ไม่วายย้ำ... “อย่าเชื่อนะ...เพราะเราไม่เห็นไม่แน่ใจให้แล้วจะตรงไหม? ”
...แต่ตอนหลังปะหน้า...คนเอาไปแทงยิ้มร่า “แม่นจริง ๆ ผมถูกหวยหลายหมื่น...”
...ก็แค่เดาถูก...เราบอกตัวเองอย่างนั้นเสมอ...ก็เพราะมันแค่รู้ ๆ ในใจ...ไม่เคยเห็นจริง ๆ ในสมาธิหรืออะไรเป็นรูปเป็นร่างหรอกครับ...หนหนึ่งนั่งเดานั่งทายกับคุณนายทมมาหลายงวด...ก็ถูกติด ๆ กันมาสี่ห้างวด...
“อย่ากระนั้นเลย?” มหาแหมวคิดในใจ... “งวดนี้เราจะแทงหวยบ้าง...เผื่อจะถูกซักหมื่นสองหมื่น...”
คิดได้อย่างนั้นก็เลยสะกิดถามอาเจ๊ทมของไอ้ยอด... “หวยงวดนี้ออกอะไร?”
แหม...และมันน่ามหัศ...จอ...รอหันการันยอ...อะไรปานนั้นก็เลขที่คุณนายบอกมามันตรงเพ๊ะกับที่เราคิดไม่มีผิด...
“อย่างนี้ต้องชัวร์ป๊าด!” เราบอกตัวเองด้วยความมั่นใจ ก็ทุกทีรู้ไม่เหมือนกันยังออกเลย...ถ้าเหมือนกันจะไปเหลืออะไร...
ก็จริงครับ...มันจะไปเหลืออะไรล่ะ...มหาแหมวอยากรวยทางลัดก็ทุ่มแทงหวยใต้ดินไปหลายเงิน...แทงข้างบนดักข้างล่างอะไรต่อมิอะไรเยอะพอสมควร...ผลสุดท้ายเวลาหวยออก...
“ถูก...ไหม?” คุณนายทมถาม...ขณะที่เราเสียงอ่อย...
“ถูก...ถูกเจ้ามือกินเรียบ! ”
ก็จะไม่เรียบร้อยยังไงละครับท่าน...ไอ้ที่แทงกับไอ้ที่ออกมา...มันคนละเรื่องเดียวกันเลย...
...อย่าว่าแต่ถูกเลย...
เฉียด...ยังไม่เฉียดเลยจ้ะ!
“รู้งิ...รับกินซะก็หมดเรื่อง...” ขนาดเจ๊รัตน์แม่บ้านวัยกลางคนของคุณนายยังบ่นเสียดาย... “หมูหวานผ่านหน้าไปตั้งพันฝ่า...”
พูดถึงคุณนายรัตน์ แต่ที่บ้านเรียกซะเพราะพริ้งว่า คุณนายสุดารัตน์...รายนี้ก็ไม่เบา...ตะก่อนชอบแทงหวย...แต่เจ้ามือไม่ค่อยจะรับ...ไม่ใช่คุณนายแทงแม่นอะไรพรรค์นั้นหรอก...แต่เจ้ามือรำคาญ...
...ก็คุณนายแทงทั้งโต๊ดทั้งเต็ง...ตั้งห้าบาท...รายได้ไม่พอค่ากระดาษ...ค่าดินสอจดโพยของเจ้ามือหรอกขอรับ...
มีอยู่หน...คุณนายหน้าบานเป็นจานเชิง...จิ้งจกกัดกันตกลงมาสองตัว อาเจ๊รัตน์แทงตามชื่อจิ้งจกสองตัวคือ ‘เจ็ดเจ็ด’ คงฟลุ้กกระมังหวยออกตามนั้น...
“ถูกเยอะไหม?” เราถาม เพราะเห็นคุณนายรัตน์ผู้เป็นแม่บ้านดีใจจนออกนอกหน้า...คำตอบคือ...
“ถูกตั้งสามบาท...”
...โถ...บาทละหกสิบ สามบาทก็ร้อยแปดสิบ!
คุณนายรัตน์ยังเนื้อเต้น...ถ้าถูกซักหมื่นแปดคงหัวใจวายตายคาที่
เอ้า...มาไหว้พระแต่ไหงไปมา...กลายเป็นเรื่องหวยเรื่องเบอร์ได้ไงก็ไม่รู้...กลายเป็นเรื่องอบายมุขไปเสียนี่...
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com


