
จดหมายฉบับที่ 5 (ตอนที่ 5)
ออกจากมหาเจดีย์พุทธคยา เรายังมีเวลาเหลือเยอะทัวร์ลีดเดอร์ที่คุณนายทมเรียกชื่อเล่นเต็มยศว่า ‘ยายแดงแกงฟัก’ เลยพาทัวร์ไปดูวัดของชาวต่างชาติโดยเริ่มต้นที่วัดของประเทศภูฐาน...
วัดภูฐานเป็นอีกวัดหนึ่งที่มาปลูกสร้างอยู่ในที่ดินอินเดีย ตามนโยบายของรัฐบาลอินเดียที่เปิดกว้างให้วัดศาสนาพุทธทั่วโลกได้มาสถิตอยู่ ณ ดินแดนพุทธภูมิ...จากมหาเจดีย์พุทธคยามายังวัดภูฐาน ห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร พวกเราทั้งคณะจึงเดินเข้ามาเยี่ยมชม...โดยมีเด็กแขกแบมือขอเงินรูปีเดินตามเป็นโขยง...
วัดภูฐานมีศิลปะคล้าย ๆ วัดของทิเบตผสมญี่ปุ่น แต่ลวดลายสีสันฉูดฉาดบาดตา โดยเฉพาะผนังโบสถ์วิหารปั้นเป็นรูปพุทธประวัติในลักษณะภาพนูนสูงระบายสีสวยงาม...
ภูฐานเป็นชาติที่นับถือพุทธศาสนาแบบมหายาน แบบคล้าย ๆ ทิเบต ฉะนั้นจึงสร้างรูปเคารพในลักษณะพระโพธิสัตว์กับพระศรีอริยเมตไตรย กระหนาบซ้ายขวาพระปฏิมากรซึ่งเป็นประธานอยู่ตรงกลาง
ใครจะอย่างไรไม่รู้ แต่คุณนายอาเจ๊ทมของไอ้ยอดไปยืนเพ่งพินิจพิจารณาอยู่แต่รูปพระโพธิสัตว์ซึ่งอยู่ด้านขวาของพระประธาน
...เพราะรายนั้นเป็นคนชอบของแปลก!
อะไรที่แปลกและไม่เคยเห็น คุณนายจะยืนพินิจพิจารณาอยู่นาน...นี่ถ้าแบกกลับบ้านได้ก็คงทำแล้ว...ดูแต่ห้องของพระมารดาไอ้สามหนังปะไร...เต็มไปด้วยพระยังไม่พอ มีรูปมหาเทพในลีลาแปลก ๆ เต็มไปหมด...มิหนำซ้ำยังเที่ยวซื้อเที่ยวเก็บมีดหมอ...ดาบโบราณ โถน้ำมนต์เก่าคร่ำคร่าจนล้นห้อง
“สงสัยแม่จะตั้งพิพิธภัณฑ์” ตุ๊เด่นวิพากษ์ด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ เพราะหน้าที่ทำความสะอาดห้องพระ เป็นภาระของเจ้าตัวท้าย... “กว่าตุ๊เด่นจะแก่ แม่คงสะสมไอ้ดาบไอ้หอกกะมีดพวกนี้ ตั้งกองทัพรบกับพม่าได้แน่...” มันทำความสะอาดไปบ่นไป...
ปกติมหาแหมวเป็นคนสะสมพระเครื่อง เวลาไปดูพระ (ชีไม่เกี่ยว) ตามบ้าน อาเจ๊จะขอตามไปด้วย ถ้าเจรจาต้าอ้วยได้...หลานหอบพระเครื่องส่วนป้าหอบพระบูชาหรือไม่ก็พวกของเก่ากลับบ้าน...
ฉะนี้...จึงอย่าได้ประหลาดใจ ที่ห้องพระของคุณนายจึงดารดาษไปด้วยพระพุทธรูปบูชา...ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่เต็มห้องไปหมด...และคุณเจ๊เธอมีพรสวรรค์อยู่อย่างคือ ไม่ว่าจะหอบพระกลับมามากแค่ไหน...เจ๊ก็สามารถจัดให้ดูสวยจนได้...
...จัดเสร็จนั่ง... ‘ปลื้ม’ อยู่คนเดียว...นอกจากอีตุ๊เด่นที่ทำหน้าเบ้... ‘เวรของตู’
โถ...ก็บอกแล้ว หน้าที่เช็ดถูทำความสะอาดเป็นของมันมาตั้งแต่จำความได้...
“ฝุ่นจับพระแล้วนะลูก...” คุณนายจะพูดประโยคนี้เสมอ ถ้าต้องการให้ลูกชายคนเล็กทำความสะอาดโต๊ะหมู่ในห้องพระ เจ้าตุ๊เด่นก็จะขานรับสั้น ๆ...
“คร๊าบ...” มันขานรับสั้นแต่ต้องตื่นแต่เช้ากว่าจะเช็ดถู...จัดวางเข้าที่เดิมเสร็จก็ค่ำ...
“จะเอามาไว้ทำไมเยอะแยะ...?” เจ้าตัวสุดท้องของอาเจ๊อุบอิบ... “พระองค์เดียวกับหลายองค์ต่างกันตรงไหน...มีกี่องค์แม่ก็กราบสามครั้งเท่าเก่า...เออ...ถ้ากราบองค์ละสามครั้ง ร้อยองค์สามร้อยครั้งก็ว่าไปอย่าง...”
“ฉันก็เก็บไว้ให้พวกแกทั้งนั้น...” คุณนายบอกกับมันเวลาได้ยินมันบ่น...แต่อีตุ๊เด่นมันส่ายหน้า...
“จะมีเอาไว้ทำไมเยอะแยะ มีแค่องค์สององค์ก็พอแล้ว...”
หากบางครั้งคุณทมก็ทอดถอนใจ...เธอบอกกับมหาแหมว...
“วันนี้แม่หนูอี๊ดเอาท่านมาอยู่รวม ๆ กัน วันหนึ่งข้างหน้าท่านก็จะกระจัดกระจายกันออกไปอีก...” คุณนายพูดความจริง อย่างน้อยพระบนโต๊ะหมู่ที่มากกว่าร้อยองค์ วันหนึ่งก็ต้องถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนอยู่ดี...เพราะ ‘ลูก’ ก็ควรได้สิ่งที่คนเป็นแม่หามาเท่า ๆ กัน...ซึ่งคุณนายทมได้แต่หวัง...
“ขอให้ยอด...แก้ว...เด่น...รู้จักคุณค่าของพระเหมือนที่แม่หนูอี๊ดเป็น...”
บางคาบบางครา อีแก้วปากแย้แกล้งกระเซ้า... “วันหนึ่งแก้วจะเอาไปชั่งกิโลขาย” อีตุ๊เด่นขานรับ...
“หมดนี้คงหลาย...แต่ละองค์หนัก ๆ ทั้งนั้น...!”
พระเครื่องพระบูชาที่เช่ามา หากนับเป็นเงินทองก็มากโข แต่เรารู้ว่า ‘คุณค่า’ ในพระปฏิมากรเหล่านั้นมีมากจนประมาณค่ามิได้ในความรู้สึกของคนรักพระ
“แม่หนูอี๊ดสงสารท่าน!” บ่อยครั้งที่แม่หนูอี๊ดของพวกมันบ่นให้เราฟัง เวลาเดินแถวท่าพระจันทร์และมองเห็นรูปเคารพอันเป็นสัญลักษณ์แทนพระตถาคตถูกวางอยู่บนทางเท้าเกลื่อนกลาดไปหมด... “จะขายก็ไม่ว่าหรอก แต่น่าจะหาที่วางให้ดีกว่านี้หน่อย...”
จริงของอาเจ๊เธอ...บางครั้งเราเห็นคนซื้อคนขายนั่งยอง ๆ คร่อมพระพุทธรูป หรือไม่ก็เดินข้ามไปข้ามมา แล้วหดหู่ใจ...
...ยังไงก็เป็นรูปแทนองค์พระพุทธเจ้า...
จะปลุกเสกหรือไม่...เก๊แท้อย่างไรก็น่าจะให้ความเคารพบ้าง?
พูดถึงพระพุทธรูป คุณนายเคยหัวเราะบอก... “ไม่เห็นจะเหมือนพระพุทธเจ้าตรงไหน?” หรือไม่ก็... “พระพุทธรูปที่เรามี พระพักตร์ท่านไม่เหมือนกันสักองค์”
ก็จริงอย่างที่แม่หนูอี๊ดของไอ้สามหนังพูด...พระทั้งเก่าทั้งใหม่บนโต๊ะหมู่บูชาขนาดใหญ่ที่แออัดยัดเยียดอยู่นั้น ผิดแผกแตกต่างกันไปตามสกุลช่างและฝีมือคนสร้างแต่ละยุค แต่ละสมัย...
บ้างพระพักตร์ดุ...บ้างท่าทางใจดี
บางองค์อวบอ้วน...บ้างดูเพรียวลมสมส่วน
แต่สิ่งเดียวที่มีเหมือนกัน...ก็คือ...
‘ถูกสร้าง...ถูกรังสรรค์ มาจากแรงศรัทธาเหมือน ๆ กัน’
กับอีกประการคือ...เป็นสัญลักษณ์เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าสำหรับกราบไหว้ ระลึกถึง พระบริสุทธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระปัญญาธิคุณ ของพระองค์เฉกเดียวกัน...
พระพุทธเมตตา ที่ประดิษฐานอยู่ในมหาเจดีย์ซึ่งเชื่อกันว่าอธิษฐานขอสิ่งใดก็มักจะประสบความสำเร็จ

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com

