
จดหมายฉบับที่ 5 (ตอนที่ 9)
คณะศรัทธาทั้งพระและโยมเดินข้ามแม่น้ำเนรัญชราที่มีแต่ผืนทราย กลับมาฝั่งเจดีย์พุทธคยาอีกครั้ง ยามอาทิตย์อัสดงกับทิวทัศน์ซึ่งมีแบ็คกราวน์เป็นทิวไม้กับยอดมหาเจดีย์สวยงาม จนใครต่อใครต้องยืนแอ็คท่าชักรูปกันเป็นแถว...
คุณนายทมของเราก็เลยกลายเป็นดาราใหญ่ให้ชาวคณะแสวงบุญประกบตัวถ่ายรูปจนเมื่อย...
พูดถึงเรื่องถ่ายรูปต้อง ‘นิน’ เจ้ายอด...เพราะคราวไปส่งมันครึ่งทางที่ญี่ปุ่นเพื่อไป ‘กะฉึกกะฉา’ ต่อที่มะริกา...
“เครื่องไฟฟ้า...นาฬิกากับพวกกล้องถ่ายรูปที่ญี่ปุ่นถูกมาก...” เจ้าตัวโย่งกระชุ่นกับสปอนโง่...ที่ดีกว่าสปอนเซอร์เล็กน้อย อย่างคุณนายทมผู้เป็นมารดาของมัน...
ลองมันพูดทำนองนี้ล่ะก็...เชื่อขนมโก๋ที่กระเดือกยาก กินรอได้เลยว่ามันมีเจตนาเคลือบแฝง...
... “ตูต้องโดนแน่...” คุณนายทมบ่นงึมงำ... “ไปเที่ยวนี้ต้องเสียเงินอีกหลายกะตังค์”
“แม่นี่มีตัวรู้จริง ๆ ...” อีปากแย้แก้ว สรรเสริญความสามารถของ ‘มาตา’ มันแบบเหน็บแนม เพราะมันรู้ล่วงหน้าจากพี่ชายมาแล้วตั้งหลายวันก่อนเดินทาง...
“ไปญี่ปุ่นงวดนี้จะซื้อกล้องถ่ายรูป...”
เรื่องซื้อของบ้านนี้ ไม่เคยเป็นรองบ้านไหน...เพราะโดยปกติอาเจ๊ทมก็ใช่ย่อย แค่เดินตลาดสวนจตุจักรเสาร์อาทิตย์ทุกนัด เจ๊ก็ซื้อมันได้ทุกนัดแหละ ซื้อทุกครั้งหอบมาทุกครั้งจนเจ้าต้อมสหายซี้แหงที่เป็นนักเลงพระประจำแผงพระเครื่องสวนจตุจักรเคยถาม...
“ป้าซื้อของเข้าบ้านทุกอาทิตย์ทีละหอบแบบนี้เอาไปเก็บที่ไหนครับ...?”
ไอ้ต้อมอดสงกาไม่ได้...พอ ๆ กับทุกคนในบ้านรู้... “แม่มีเท่าไหร่หมดเท่านั้น...” อีแก้วจอมงกที่สุดในบ้านบ่นพึมพำ... “ไปไหนมีหมื่นหมดหมื่นมีพันหมดพัน”
เรื่องนี้มหาแหมวขอรับรอง...จริงหยั่งอีแก้วปากแย้พูดไม่มีผิด แค่ไปตลาดนัดสวนจตุจักร คุณนายซื้อได้ตั้งแต่หนังสือเก่า...เครื่องเงินเครื่องทองเหลือง...เครื่องแก้ว ตุ๊กกะตุ่น ตุ๊กตาไม้...สารพัด...
เอางี้ดีกว่า...เวลาจัดพิธีสังเวยเทวดาที่บ้านนี้มีครบทุกอย่างแหละ กับเครื่องพิธีทั้งหลาย...เผลอ ๆ วัดใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ มาเห็นยังต้องอายม้วนกลับไปเสียด้วยซ้ำ
วันดีคืนดี เจ้าต้องคู่หูของมหาแหมวมาเยี่ยมบ้านคุณนายทม...มันถึงกับขมวดคิ้วถาม...
... “ของที่ป้าซื้อมาทุกอาทิตย์ เขาเอาไปเก็บไว้ที่ไหน?”
“นั่นสิ...” ตัวเราเองยังงง...อย่าว่าแต่มัน...เพราะเรื่องเก็บของมิดชิดนี่รับรองไม่มีใครเกินคุณนายทม...เรียกว่าเก็บดีจนบางครั้งจำไม่ได้ก็มาก
มีหลายครั้งที่มารดาของได้พวกทโมนตะโกนโหวกเหวก... “แม้ว ๆ ...แม่หนูอี๊ดเก็บพลอยได้เม็ดนึง...”
“เก็บได้ที่ไหน...?” เราประหลาดใจเพราะพลอยเม็ดสวยอย่างนั้นต้องมีหลายเงิน...ทำไมจู่ ๆ เก็บมาได้
“ตกอยู่ในซอกตู้...” คุณนายตอบหน้าตาเฉย แต่อีตุ๊เด่นเบะปาก
“ใครมันเซ่อขนาดนั้น...เอาพลอยเดินเข้ามาหล่นในห้องแต่งตัวแม่เชียว...” เจ้าลูกคนสุดท้องแค่นเสียงต่อท้าย... “สงสัยน้าติ๊กทำหล่นไว้มั้ง? ”
...น้าติ๊กของอีตุ๊เด่นหาใช่ใครอื่นไม่ นอกจากเป็นญาติของ ‘ป้าพร’ พี่เลี้ยงคนเก่าสมัยอีตุ๊เด่นยังตัวกะเปี๊ยกกับเป็นแม่บ้านในอดีต น้าติ๊กที่ว่าเป็นแม่ค้าขายพลอยอยู่ที่จันทบุรี...
...ซึ่งนาน ๆ ก็มาหอบเงินแสนจากคุณทมที...
“ใช่ ๆ ...” มธุรสวาจาของอีตุ๊เด่นทำให้แม่หนูอี๊ดของมันนึกขึ้นมาได้... “พลอยเม็ดนี้ซื้อไอ้ติ๊กมาตั้งแต่ปีที่แล้ว...ซื้อแล้วคงวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วหล่นลงไป...”
“ไหมล่ะ?” เจ้าตัวเล็กของคุณนายแค่นหัวเราะแบบเยาะหยัน... “เด่นว่าแล้ว น้าติ๊กต้องมาทำหล่นไว้แน่ ๆ ...”
เป็นที่รู้กันว่า...เวลาอาเจ๊ไปไหน ๆ โดยเฉพาะตอนถูกเชิญไปเป็นวิทยากรตามต่างจังหวัด พอลงจากเครื่องบินหรือลงจากรถ...ถ้ามหาแหมวเกิดครึ้มใจขับรถไปเอง...
...ไม่พี่รัตน์...ก็นังลำพูของคุณนาย หรือไม่ก็ไอ้สามหนังนั่น ต้องวิ่งมารับของเป็นหอบ ๆ...
ถ้าไปสุโขทัยต้องซื้อผ้า ‘หาดเสี้ยว’ ...ร้านคุณสาธร...ซื้อกันจนแถมฟรีก็ยังมี...ไปสงขลาต้อง ‘ผ้าเกาะยอ’...ไปหนองคายต้อง ‘ผ้าขิด’...นี่ยังไม่นับของกินอีกเป็นลัง ๆ...
...เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป...ว่าคุณนายทมบ้าผ้า...กับพลอย
เห็นมาอินเดียคราวนี้ คุณนายทมของไอ้ยอดทำกระซิบกระซาบกับเจ๊แดงหัวหน้าทัวร์อยู่หลายครั้ง...เรื่องซื้อผ้า...ทำท่าจะซื้อตั้งแต่ลงเครื่องที่กัลกัตตาแล้ว แต่ทัวร์ลีดเดอร์ห้ามเอาไว้...
... “ป้าคอยหน่อยไปซื้อที่เดลลีดีกว่า...สวยและถูกด้วย”
วกมาเรื่องไอ้ยอดต่อดีกว่า...พอไปถึงญี่ปุ่นสิ่งแรกที่มันบอกกับคุณมิเนโกะที่ทำหน้าที่เป็นล่ามให้เราก็คือ...
“...ผมอยากได้กล้องถ่ายรูป!”
คุณมิเนโกะก็ดีใจหาย พาไปถึงย่านที่ขายกล้องถ่ายรูปโดยเฉพาะเลย...กล้องถ่ายรูปที่นั่น...มีตั้งแต่ราคาเป็นร้อย (บาท) จนถึงราคาเรือนแสน...
วันนั้นมหาแหมวก็ซื้อกล้องถ่ายรูปเหมือนกัน โดยซื้อกล้องแพนเท็กซ์แบบพื้น ๆ ...แต่ซื้อเลนส์มาร์โคเพิ่มอีกตัวสำหรับเวลาต้องการถ่ายรูปขยายพระเครื่อง เพราะเคยคิดว่าวันไหนว่าง ๆ จะงัดเอาพระเครื่องที่มีเอามาถ่ายทำหนังสือรวมเล่มส่งสำนักพิมพ์หาทรัพย์ใช้บ้าง...
ไอ้ยอดเกร่ไปเกร่มาก็คว้าหมับเข้าที่กล้องยี่ห้อ ‘MINOLTA’ ของอเมริกา...แถมด้วยอุปกรณ์ครบครัน...ตั้งแต่ฟิลเตอร์ตัดแสง...ซูมสำหรับถ่ายภาพระยะไกล ๆ ราคาแพงหูดับ…
พอมันจิ้มปุ๊บ คุณมิเนโกะก็ตาเหลือกปั๊บ... “คุณยอดซื้อไปทำไมแพง ๆ...” มันตอบคำเดียว ‘ผมชอบ...’ คุณนายทมก็มิได้ว่ากระไร ควักเงินจ่ายหนุบหนับ...ด้วยเหตุผลข้อเดียวที่อาเจ๊เคยพูด...
... “ถ้าเป็นความสุข...และซื้อมันได้...” โดยเฉพาะกับความรักลูก...ที่ทมยันตีบอกเสมอ...
“...อะไรที่ทำให้ยอดแก้วเด่นยิ้มได้มีความสุขได้ แม่ยินดี...”
แต่บางครั้ง...อะไรที่มันรู้สึกมากไปคุณนายก็ส่ายหน้า...พูดกระแทกเสียง...
“เออ...ฉันมันลูกนายทองคำ...พวกแกมันลูกทมยันตี! ”
มหาแหมวหัวเราะ เพราะรู้ว่าอะไรก็ตามสำหรับไอ้ยอด...จะถูกหรือแพงจะดีหรือไม่ดี ของเหล่านี้...เป็นแค่ ‘ของเล่น’ สำหรับมัน...และจะเห่ออยู่สามเวลาก็เลิก...
พอได้กล้องถ่ายรูปมา...เจ้าตัวโย่งก็ซื้อฟิล์มเป็นกุรุส...ถ่ายมันดะตั้งแต่หิมะ คน และที่ที่มันผ่าน อย่างนันสต็อป...ท่านมหาก็ถ่าย...แต่ถ่ายเพื่อเอามาเป็นรูปประกอบให้คุณนายใช้ในเรื่องตามรอยโกโบริไงล่ะ...
...พอล้างฟิล์ม... ‘อัดรูป’ ออกมาดูกัน...
คุณนายทมหัวเราะท้องแข็ง... “หน้าตูทำไมมันเบลออย่างนี้วะ...?”
ไอ้ยอดอุบอิบ... “ของมันยังไม่ชิน...ยังอยู่ในช่วงทดลอง...”
เอารูปที่ล้างดูที่ญี่ปุ่นกลับมาบ้าน อีแก้วปากแย้เหน็บพี่ชายมัน... “แก้วว่ากล้องอเมริกาสู้กล้องญี่ปุ่นไม่ได้...”
“เป็นไปได้ไงแก้ว...” อีตุ๊เด่นเป็นลูกคู่ชั้นดี...
“แกดูสิ...” มันเอาผลงานของไอ้ยอดกับมหาแหมวส่งให้เจ้าตัวเล็กทัศนา...เปรียบเทียบ...
“โรงงานผลิตกล้องมินอลต้า...ต้องประกอบผิดแน่...” ลูกคู่อีแก้วปากแย้หัวเราะขันเจ้ายอด...ซึ่งถ้าพี่ชายมันที่อยู่มะริกาได้ยินคงแทบอยากจะฆ่าเพราะอีตุ๊เด่นส่ายหน้าพูด...
“ไม่งั้นก็ต้องเป็น อุปกรณ์ดีแต่ฝีมือคนห่วย! ”
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com