
ความหมายแห่งพุทธศิลป์
วันนี้ขอคุยกับท่านผู้อ่านด้วยเรื่องเบา ๆ สักวัน หัวข้อนี้อาจจะมีความหมายที่มิได้ตรงกับหัวคอลัมน์เท่าใดนัก แต่ผู้เขียนคิดว่าสิ่งเหล่านี้ท่านสามารถนำเอาไปใช้กับชีวิตประจำวันของท่านได้ เข้าทำนอง ‘รู้ไว้ใช่ว่า...ใส่บ่าแบกหาม’ จริงไหมขอรับ...?
โดยปกติ ชาวพุทธทุกคนมักจะกราบไหว้พระพุทธรูปอันเป็นรูปสมมติแห่งองค์พระผู้มีพระภาคเจ้า ในทุกครั้งที่มีโอกาสเช่นเวลาไปตามวัดตามวา หรือห้องพระของตน แต่เคยมีสักครั้งหรือไม่ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมพุทธลักษณะแห่งองค์พระปฏิมากรจึงแปลกแยกกันออกไปมากลักษณะมากพิมพ์ และแต่ละพิมพ์มีความหมายต่างกันอย่างไร?
ความหมายแห่งพระพุทธปฏิมากร
โดยส่วนใหญ่พระพุทธรูปที่เรามักจะพบเห็นกันชินตาอยู่เนือง ๆ นั้นมักจะเป็นปาง ‘สะดุ้งมาร’ หรือที่เรียกว่า ‘มารวิชัย’ กับปางสมาธิ มากกว่าพิมพ์อื่น ๆ เพราะถือว่าเป็นพุทธลักษณะที่งดงามได้สัดส่วนมากกว่าทุก ๆ พิมพ์
มาถึงตรงนี้ผมอยากจะจำแนกพิมพ์ต่าง ๆ ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบพอสังเขปว่าพุทธศิลป์ ที่พอจะพบเห็นได้ไม่ยากนั้นมีอะไรบ้าง
๑. พิมพ์มารวิชัย
๒. พิมพ์สมาธิ
๓. พิมพ์อุ้มบาตร
๔. พิมพ์ลีลา
๕. พิมพ์นาคปรก
๖. พิมพ์ป่าเลย์ไลยก์
๗. พิมพ์ห้ามสมุทร
๘. พิมพ์ห้ามญาติ
๙. พิมพ์ถวายเนตร
๑๐.พิมพ์ปางรำพึง
๑๑.ไสยาสน์ ฯลฯ
จะเห็นได้ว่าพุทธศิลป์แห่งรูปสมมติของพระบรมศาสดานั้นมีมากมายก่ายกอง หากจะแจกและทำทานและที่มาของแต่ละพิมพ์ให้ครบ คงต้องใช้หน้ากระดาษหลายสิบหน้า แต่ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวถึงความเชื่อของคนโบราณ ในการบูชาพระพุทธรูปมาเล่าให้ฟัง
เพื่อให้เห็นว่าคนโบราณนั้นฉลาดและเข้าใจคิดเพียงใด
เพื่อคุณผู้อ่านจะได้นำไปใช้พิจารณาเลือกหารูปสมมติแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้ามาบูชาได้ตามความหมายนั้น ๆ ได้
พระพิมพ์ ‘มารวิชัย’ คนโบราณเชื่อว่าถ้าบูชาแล้วจะทำให้พ้นจากการผจญของมาร
พระพิมพ์ ‘สมาธิ’ มีผลทำให้ผู้บูชามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมและมีความสุขในธรรมะของพระพุทธองค์
พระพิมพ์ ‘นาคปรก’ หรือปรกโพธิ์ ให้ความร่มเย็นเป็นสุข
พระพิมพ์ ‘อุ้มบาตร’ ให้ความอุดมสมบูรณ์ในลาภ ไม่อดอยากเหมือนพระที่มีบาตรเพียงใบเดียว แต่สามารถเลี้ยงชีพได้โดยไม่ทุกข์ร้อนใจ
พระพิมพ์ ‘ลีลา’ หมายถึงความก้าวหน้าของชีวิต ไม่ว่าเรื่องงานหรือครอบครัว
พระพิมพ์ ‘ห้ามสมุทร’ การป้องกันภัยพิบัติ ฯลฯ
ทั้งหมดที่กล่าวมาพอเป็นสังเขปเพียงเพื่อเป็นแนวทางการคิดของคนโบราณที่กล่าวขานกันมา ซึ่งก็มิได้แตกต่างกับคนในปัจจุบันมากนัก มิหนำซ้ำยังมีข้อแยกแยะปลีกย่อยมากขึ้นไปอีก
บางรายถึงกับใช้ศิลปะของแต่ละยุค แต่ละสมัยเป็นมงคลนามสำหรับชีวิตอีกด้วย เช่น...
พระบูชาสมัยอู่ทอง...ถือว่าใครบูชาจะร่ำรวยเหมือนมีอู่ทองอยู่ในบ้าน
พระบูชาสมัยสุโขทัย...ถือว่าใครได้บูชาจะมีความสุขตามชื่อของยุคสมัยนั้น
เห็นไหมครับ...เพียงแต่ยุคสมัยของพระพุทธรูป คนไทยเราจึงรู้จักนำเอามงคลนามเหล่านั้นมาเป็นอุปเท่ห์การใช้เพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับตน
พูดถึงตรงนี้ก็เลยนึกขึ้นได้ว่ามีพระบูชายุคหลัง ๆ กับพระเครื่องที่เริ่มมีผู้เสาะหากันมากขึ้น หลังจากที่มีนักการเมืองบางคนเปิดเผยว่าได้นำมาใช้อาราธนาเวลาหาเสียง จนตอนนี้ราคาค่างวดพุ่งขึ้นจนสูงลิบ เนื่องจากผู้มีเอาไว้ครอบครองต่างหวงแหนกันมาก พระบูชาและพระเครื่องชุดนั้นคือ
พระไพรีพินาศของวัดบวรนิเวศวิหาร
ทั้งหมดที่กล่าวมาก็เพียงแต่ต้องการให้ท่านผู้อ่านได้เก็บไว้ประดับความรู้เท่านั้นแหละครับ...
แต่ถ้าโดยส่วนตัวของภูเตศวรแล้ว มีพระดี...คนก็ต้องดีด้วย ถึงจะได้ผล ถ้าพระดีคนมีไว้เลวเสียเอง...
พระก็ไม่คุ้มครองหรอกครับ!
ก็ขนาดคนแขวนสมเด็จวัดระฆังองค์เป็นล้าน ๆ ยังอกพรุนเพราะลูกปืนกันมามากต่อมาก
แต่บางรายแขวนเหรียญหลวงปู่แหวนที่ท่านแจกฟรี ราคาค่างวดไม่มี ถูกยิงไม่เข้า มีให้เห็นมาเมื่อไม่นานวันมานี้แล้ว
ครับ! ก็สรุปมันตรงนี้แหละ...ก่อนจะยืดยาวเกินไป
‘ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมเสมอ!..’
เอวังด้วยประการฉะนี้แล
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com