ความหมายแห่งพุทธศิล...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ความหมายแห่งพุทธศิลป์ by ปกิณกะธรรมะ

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#89]

ความหมายแห่งพุทธศิลป์

          วันนี้ขอคุยกับท่านผู้อ่านด้วยเรื่องเบา ๆ สักวัน หัวข้อนี้อาจจะมีความหมายที่มิได้ตรงกับหัวคอลัมน์เท่าใดนัก แต่ผู้เขียนคิดว่าสิ่งเหล่านี้ท่านสามารถนำเอาไปใช้กับชีวิตประจำวันของท่านได้ เข้าทำนอง ‘รู้ไว้ใช่ว่า...ใส่บ่าแบกหาม’ จริงไหมขอรับ...?

          โดยปกติ ชาวพุทธทุกคนมักจะกราบไหว้พระพุทธรูปอันเป็นรูปสมมติแห่งองค์พระผู้มีพระภาคเจ้า ในทุกครั้งที่มีโอกาสเช่นเวลาไปตามวัดตามวา หรือห้องพระของตน แต่เคยมีสักครั้งหรือไม่ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมพุทธลักษณะแห่งองค์พระปฏิมากรจึงแปลกแยกกันออกไปมากลักษณะมากพิมพ์ และแต่ละพิมพ์มีความหมายต่างกันอย่างไร?

          ความหมายแห่งพระพุทธปฏิมากร

          โดยส่วนใหญ่พระพุทธรูปที่เรามักจะพบเห็นกันชินตาอยู่เนือง ๆ นั้นมักจะเป็นปาง ‘สะดุ้งมาร’ หรือที่เรียกว่า ‘มารวิชัย’ กับปางสมาธิ มากกว่าพิมพ์อื่น ๆ เพราะถือว่าเป็นพุทธลักษณะที่งดงามได้สัดส่วนมากกว่าทุก ๆ พิมพ์

          มาถึงตรงนี้ผมอยากจะจำแนกพิมพ์ต่าง ๆ ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบพอสังเขปว่าพุทธศิลป์ ที่พอจะพบเห็นได้ไม่ยากนั้นมีอะไรบ้าง

                  ๑. พิมพ์มารวิชัย
                  ๒. พิมพ์สมาธิ
                  ๓. พิมพ์อุ้มบาตร
                  ๔. พิมพ์ลีลา
                  ๕. พิมพ์นาคปรก
                  ๖. พิมพ์ป่าเลย์ไลยก์
                  ๗. พิมพ์ห้ามสมุทร
                  ๘. พิมพ์ห้ามญาติ
                  ๙. พิมพ์ถวายเนตร
                  ๑๐.พิมพ์ปางรำพึง
                  ๑๑.ไสยาสน์ ฯลฯ

          จะเห็นได้ว่าพุทธศิลป์แห่งรูปสมมติของพระบรมศาสดานั้นมีมากมายก่ายกอง หากจะแจกและทำทานและที่มาของแต่ละพิมพ์ให้ครบ คงต้องใช้หน้ากระดาษหลายสิบหน้า แต่ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวถึงความเชื่อของคนโบราณ ในการบูชาพระพุทธรูปมาเล่าให้ฟัง

          เพื่อให้เห็นว่าคนโบราณนั้นฉลาดและเข้าใจคิดเพียงใด

          เพื่อคุณผู้อ่านจะได้นำไปใช้พิจารณาเลือกหารูปสมมติแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้ามาบูชาได้ตามความหมายนั้น ๆ ได้

          พระพิมพ์ ‘มารวิชัย’ คนโบราณเชื่อว่าถ้าบูชาแล้วจะทำให้พ้นจากการผจญของมาร
          พระพิมพ์ ‘สมาธิ’ มีผลทำให้ผู้บูชามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมและมีความสุขในธรรมะของพระพุทธองค์
          พระพิมพ์ ‘นาคปรก’ หรือปรกโพธิ์ ให้ความร่มเย็นเป็นสุข
          พระพิมพ์ ‘อุ้มบาตร’ ให้ความอุดมสมบูรณ์ในลาภ ไม่อดอยากเหมือนพระที่มีบาตรเพียงใบเดียว แต่สามารถเลี้ยงชีพได้โดยไม่ทุกข์ร้อนใจ
          พระพิมพ์ ‘ลีลา’ หมายถึงความก้าวหน้าของชีวิต ไม่ว่าเรื่องงานหรือครอบครัว
          พระพิมพ์ ‘ห้ามสมุทร’ การป้องกันภัยพิบัติ ฯลฯ

          ทั้งหมดที่กล่าวมาพอเป็นสังเขปเพียงเพื่อเป็นแนวทางการคิดของคนโบราณที่กล่าวขานกันมา ซึ่งก็มิได้แตกต่างกับคนในปัจจุบันมากนัก มิหนำซ้ำยังมีข้อแยกแยะปลีกย่อยมากขึ้นไปอีก

          บางรายถึงกับใช้ศิลปะของแต่ละยุค แต่ละสมัยเป็นมงคลนามสำหรับชีวิตอีกด้วย เช่น...

          พระบูชาสมัยอู่ทอง...ถือว่าใครบูชาจะร่ำรวยเหมือนมีอู่ทองอยู่ในบ้าน
          พระบูชาสมัยสุโขทัย...ถือว่าใครได้บูชาจะมีความสุขตามชื่อของยุคสมัยนั้น

          เห็นไหมครับ...เพียงแต่ยุคสมัยของพระพุทธรูป คนไทยเราจึงรู้จักนำเอามงคลนามเหล่านั้นมาเป็นอุปเท่ห์การใช้เพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับตน

          พูดถึงตรงนี้ก็เลยนึกขึ้นได้ว่ามีพระบูชายุคหลัง ๆ กับพระเครื่องที่เริ่มมีผู้เสาะหากันมากขึ้น หลังจากที่มีนักการเมืองบางคนเปิดเผยว่าได้นำมาใช้อาราธนาเวลาหาเสียง จนตอนนี้ราคาค่างวดพุ่งขึ้นจนสูงลิบ เนื่องจากผู้มีเอาไว้ครอบครองต่างหวงแหนกันมาก พระบูชาและพระเครื่องชุดนั้นคือ

          พระไพรีพินาศของวัดบวรนิเวศวิหาร

          ทั้งหมดที่กล่าวมาก็เพียงแต่ต้องการให้ท่านผู้อ่านได้เก็บไว้ประดับความรู้เท่านั้นแหละครับ...

          แต่ถ้าโดยส่วนตัวของภูเตศวรแล้ว มีพระดี...คนก็ต้องดีด้วย ถึงจะได้ผล ถ้าพระดีคนมีไว้เลวเสียเอง...

          พระก็ไม่คุ้มครองหรอกครับ!

          ก็ขนาดคนแขวนสมเด็จวัดระฆังองค์เป็นล้าน ๆ ยังอกพรุนเพราะลูกปืนกันมามากต่อมาก

          แต่บางรายแขวนเหรียญหลวงปู่แหวนที่ท่านแจกฟรี ราคาค่างวดไม่มี ถูกยิงไม่เข้า มีให้เห็นมาเมื่อไม่นานวันมานี้แล้ว

          ครับ! ก็สรุปมันตรงนี้แหละ...ก่อนจะยืดยาวเกินไป

          ‘ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมเสมอ!..’

          เอวังด้วยประการฉะนี้แล


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com