ฝากให้คนอื่นทำบุญ เ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ฝากให้คนอื่นทำบุญ เราได้บุญหรือไม่? by ปกิณกะธรรมะ

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#76]

ฝากให้คนอื่นทำบุญ เราได้บุญหรือไม่?

          วันนี้ขออนุญาตตอบจดหมายจากแดนไกลซักฉบับนะครับ แม้ว่าคำถามจะเป็นคำถามง่าย ๆ แต่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อผู้ที่อยู่ต่างแดน ห่างไกลพระสงฆ์ ผู้ถือเป็น ‘เนื้อนาบุญ’ ของชาวพุทธ ฉะนั้นจึงเป็นการยากที่จะได้ทำบุญกับพุทธสาวกเหล่านั้น

          ในฐานะที่ ‘ขวัญเรือน’ มีแฟนจากแดนไกลเยอะ ผู้เขียนจึงถือโอกาสนี้ใช้จดหมายของคุณ PAT บอกต่ออีกที...

          PARIS FRANCE

          เรียน คุณภูเตศวร ที่นับถือ
          เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลา ดิฉันขอเริ่มเลยดีกว่านะคะ คือดิฉันมีเรื่องอยากขอเรียนถาม เพราะว่าข้องใจมานานแล้ว แต่ก็ได้ทำอย่างต่อเนื่องในทุกครั้งที่มีโอกาส คือ ดิฉันอยากขอเรียนถามว่าดิฉันได้ส่งเงินมาเมืองไทย เพื่อให้เพื่อนช่วยทำสังฆทานให้เจ้ากรรม-นายเวรทุกครั้งที่มีโอกาส ประมาณปีละครั้ง โดยบอกชื่อของเรา และแผ่ส่วนกุศลแทน ไม่ทราบว่า การทำแบบนี้จะถึงเจ้ากรรม-นายเวรในนามของดิฉันหรือไม่ หรือว่าทำแทนกันไม่ได้ ช่วยกรุณาตอบให้หายข้องใจด้วยนะคะ ทางหน้าหนังสือขวัญเรือนก็ได้ค่ะ

          บางทีก็ให้เพื่อนปล่อยนก ปล่อยปลาด้วย ผลบุญที่ดิฉันตั้งใจทำ จะได้แก่เพื่อนหรือตัวดิฉันเอง ในเมื่อเขาทำแทนให้ทุกอย่าง

          บางครั้งก็ส่งเงินไปช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก ตามหน้าหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ บางครั้งก็เอาไปสร้างวัด ดิฉันก็ช่วยด้วยใจจริง และพยายามไม่คิดในแง่ไม่ดีว่า จริงหรือเปล่าที่เขาบอกบุญมา โดยดิฉันคิดว่า เงินนี้ดิฉันตั้งใจสร้างบุญกุศล เขาจะไปทำจริงหรือไม่จริงก็เรื่องของเขา แต่อีกใจก็อดคลางแคลงใจไม่ได้ว่า เราเชื่อใจคนง่ายไปหรือเปล่า เพราะไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากันเลย รู้โดยการบอกบุญตามนิตยสาร

          ขอให้คุณภูเตศวรกรุณาตอบข้อข้องใจให้แก่ดิฉันด้วยนะคะ ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

                          ด้วยใจจริง

                          PAT

          จดหมายของคุณ PAT มีคำชมต่อท้ายมาเล็กน้อย แต่ผมขออนุญาตตัดทิ้ง เพราะไม่เกี่ยวกับคอลัมน์นี้ ‘ธรรมะ 5 นาที’ คำถามก็อย่างที่บอกไว้ข้างต้นละครับ ว่าเป็นคำถามง่าย ๆ แต่คำตอบนั้น มีผลต่อคนถามมากทีเดียว...เพราะเรื่องของการทำบุญทำกุศลนั้น คนทำแล้วไม่สามารถเห็นผลบุญผุดขึ้นมาเป็นสิ่งของเหมือนเราเอาทรัพย์ไปซื้อหาตามร้านขายของทั่วไป แต่บุญมองไม่เห็น ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของจิตใจ

          ...ตรงนี้แหละครับคือปัญหาสำคัญ!

          ผู้เขียนขอตอบปัญหาของคุณ PAT จากฝรั่งเศส อย่างนี้ครับ...การทำบุญ ผลที่คุณได้รับในทันทีคือ ‘ความอิ่มสุขทางใจ’ ตรงนี้แหละครับที่สำคัญมาก แต่คนเรามักมองข้ามและหันไปมองแต่เฉพาะว่า...ผลบุญที่ทำมาจะช่วยทำให้ชาติหน้าเกิดมามีทรัพย์สินสมบัติมากขึ้นไหม...ผลบุญจะสามารถปัดเคราะห์กรรมที่กำลังตามมาได้หรือไม่?

          องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสเนือง ๆ ว่า... ‘ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยมโน...’

          ‘มโน’ ในที่นี้หมายถึง ‘จิต-ใจ’ ดังคำกล่าวที่ว่า...

          ...จิตเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน...

          หากคำกล่าวนั้นเป็นความจริง การทำบุญด้วยการให้ทาน หรือที่เรียกว่า การทำ ‘จาคะ’ นั้น ได้ก่อกุศลขึ้นในจิตแล้ว เมื่อจิต เป็นกุศล อาการของจิต คือ ใจ ย่อมอิ่มสุข

          หลายท่านอาจมีคำถามว่า ‘ แค่นั้นหรือ?’ หากไม่เข้าใจก็ดูเหมือนว่าการลงทุนเพื่อให้ได้มาเพียงความสุขใจนั้น มีผลลัพธ์น้อยค่าเกินควร แต่แท้จริง ถ้าคุณพิจารณาคำว่า ‘ทุกอย่างล้วนสำเร็จได้ด้วยใจ’ อย่างถี่ถ้วนแล้วจะรู้ว่า ผลที่บังเกิดขึ้นมากมายมหาศาลเพียงใด...

          ...เพราะสวรรค์ ฤา...นิพพานนั้น มิได้เกิดจาก ‘จิต’ และ ‘ใจ’ หรอกหรือ?

          การทำ จาคะ หรือการให้ทานจะบังเกิดขึ้นต่อเมื่อเราเป็นผู้สละ การเป็นผู้สละ คือการละวางสิ่งอันเป็น ‘ ของกู’ ลงเพื่อให้ผู้อื่น ตรงนี้ครับสำคัญ

          สำคัญอย่างไร?

          สำคัญตรงที่ว่า ‘การให้’ ช่วยผ่อนคลายความ ‘โลภ’ ความ ‘หลง’ ลงได้ แม้จะไม่ขาดโดยสิ้นเชิง แต่ก็เป็นการละ และลดลงได้บ้าง ถึงตรงนี้จึงอยากถามว่า...

          “ผู้ก้าวสู่การเป็นอริยะทั้งหลายไม่ละ ลด ปลด วางตัวโลภตัวหลงนั้นได้หรือไม่?”

          ไม่ต้องให้บอกทุกท่านก็คงรู้ว่า ‘ไม่ได้’ เพราะ ความโลภ...โกรธ...หลง คือ ตัว โลภะ โทสะ และโมหะ อันเป็นกิเลสตัณหาที่คอยฉุดให้มนุษย์ยังยึดติดในวัฏสงสารตลอดกาล

          ดังนั้น การบริจาคทานจึงเป็น ‘อุบาย’ ประการหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวสู่ ‘อริยมรรค’ ดังที่เราพบเห็นในพระเวสสันดรชาดก อันเป็นการเสวยชาติภพหนึ่งของพระพุทธเจ้า ที่ทรงบำเพ็ญทานบารมีเพื่อผ่านภพขึ้นเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

          เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจะถือว่าผลบุญโดยแท้และโดยตรง ที่ได้จากความสุขในจิตใจตรงนี้ น้อยค่าได้หรือ?

          ปัญหาของคุณ PAT สรุปโดยรวมก็คือคุณวิตกว่าการส่งเงินให้เพื่อนไปทำบุญแทนนั้น ผลบุญจะได้รับหรือไม่ กับหวั่นวิตกว่า การส่งเงินทำบุญ โดยได้รับการบอกบุญจากหน้าหนังสือ จะถูกหลอกลวงหรือเปล่านั้น...ภูเตศวรขอตอบอย่างนี้ครับ...

          ...ประการแรก เหมือนอย่างที่อธิบายข้างต้น คือ ได้รับผลบุญโดยตรงจากจิตใจของคุณแล้ว แค่เพียงเกิดกุศลจิตแค่จะทำ ก็ได้แล้วครับ แต่หมายถึงว่า คุณต้องมีความตั้งใจแน่วแน่จริง ๆเท่านั้น

          ส่วนเจ้ากรรม นายเวรของคุณจะได้รับหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับตัวเจ้ากรรมนายเวรด้วยว่า เขามีจิตโมทนากับคุณหรือเปล่า ถ้าเขาโมทนาก็ได้รับ ถ้าวิญญาณของเขาไม่รับรู้หรือไม่โมทนากับคุณเขาก็ไม่ได้รับ ของอย่างนี้มันบังคับกันไม่ได้หรอกครับ

          ก็เหมือนคนเราธรรมดาแหละครับ เรายื่นของให้ถ้าไม่แบมือรับก็ไม่ได้!

          ประการที่สอง ผมอยากแนะนำว่า สิ่งใดก็ตาม ถ้าเรากระทำแล้วต้อง ‘วาง’ วางที่นี้ก็คือ วางออกจากใจ...ก็อย่างที่บอกครับ เราทำแล้วได้แล้ว ต้องไปคิดมากทำไม ถ้าเราคิดมากเราก็เป็นทุกข์ ถ้าทำแล้วเป็นทุกข์ทีหลัง จะมีประโยชน์อันใด จำไว้ครับ ศาสนาพุทธสอนให้เรารักษาจิตให้ผ่องใส ‘จิต’ ตัวเดียวเท่านั้น ที่เป็นผู้กำหนด ชาติภพ สวรรค์ และนิพพาน

          ผมเข้าใจคุณ PAT ครับว่าปุถุชนอย่างเรา ๆ พูดง่าย แต่ทำยาก แต่ผมก็เชื่ออย่างว่าทุกอย่าง ที่ว่ายากสามารถสำเร็จได้ด้วยความเพียรพยายาม ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ฝึกครับ เวลามันคิดไปในทางที่ไม่ดี ก็เตือนมัน เอาสติเตือนไปเรื่อย ๆ ไม่ช้าก็ทำได้เอง

          ส่วนวิธีแก้แบบง่าย ๆ ก็คือ ถ้าคุณจะทำบุญ หรือคิดว่าจะทำ ก็ควรหาโอกาสทำด้วยตัวเองให้มาก ความจริงในค่ายนิตยสารขวัญเรือน ยังมีนิตยสารโลกทิพย์อีกฉบับหนึ่ง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมะ และประวัติของพระอริยสงฆ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์ เป็นแนวทางแก่ชาวพุทธทั้งหลายอยู่แล้ว ถ้าจำไม่ผิดหน้าท้าย ๆ ของเล่ม เปิดบริการให้วัดวาอารามทั่วประเทศบอกบุญผ่านหน้าหนังสือเหมือนกัน

          ไม่ว่าจะเป็นผ้าป่า-กฐิน หรือการสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ...สร้างเสนาสนะสำหรับพระภิกษุสงฆ์ แม้กระทั่งอาหารและยา

          ถ้าสนใจก็ลองติดต่อขอเป็นสมาชิกดูสิครับ...ตัวผู้เขียนก็ยังเป็นเลยครับ บางครั้งหนังสือธรรมะเพียงเล่มละไม่กี่บาท สามารถให้อะไรต่ออะไรเราได้มากยิ่งกว่ามาก โดยเฉพาะผู้อยู่ต่างประเทศห่างไกลบ้านห่างไกลวัดอย่างคุณ PAT

          อย่างน้อย บางประโยค บางคำกล่าวของพระอริยเจ้า ในหน้าหนังสือไม่กี่บรรทัด ทำให้เรานำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ยิ่งกว่าได้

          คำตอบสำหรับ ประการสุดท้ายของคุณ PAT สำหรับภูเตศวรก็คือ พยายามทำทานกับหน่วยงาน หรือสื่อทางศาสนาโดยตรง และควรเป็นสื่อกับหน่วยงานที่น่าไว้วางใจที่สุด อย่างน้อยก็ช่วยผ่อนคลายความวิตกเรื่องถูกหลอกได้มากขึ้น...

          ถึงบรรทัดนี้ ก็คงต้องขอลาแล้วละครับ หวังว่า ท่านผู้อ่านคงไม่เห็นว่า ไร้สาระจนเกินไป เพราะแท้จริงคอลัมน์นี้ ต้องการเน้นสิ่งละอันพันละน้อยจากธรรมะ เพื่อนำไปใช้ได้จริง ๆ มากกว่าการอ่านเพื่อความรู้ความสนุกเท่านั้น

          มีอะไรข้องใจก็ถามไถ่กันมา ถ้าไม่เกินกำลังปัญญาเกินไปนัก ภูเตศวรพร้อมรับใช้ครับ...


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com