
พระคำข้าวของหลวงพ่อฤษีลิงดำ
ก่อนวันขึ้นปีใหม่ผู้เขียนได้รับข่าวดีจากคุณผชาญ วชิรประดิษฐพร ข่าวดีอะไร ข่าวดียังไง ท่านทั้งหลายอ่านจดหมายจากคุณผชาญ เอาเองเถอะครับ
ศาลแพ่งธนบุรี
ถนนเอกชัย เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๕๐
๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๐
เรื่อง ขอบริจาคพระเครื่องเพื่อนำไปหารายได้ทำบุญในพระพุทธศาสนา
เรียน คุณภูเตศวร
ด้วยกระผมได้ติดตามอ่านคอลัมน์ ‘ธรรมะห้านาที’ ของท่านทางนิตยสารขวัญเรือนเป็นประจำ มีความศรัทธาในตัวท่าน เคยส่งเงินไปร่วมทำบุญกับท่านพระอาจารย์เสน ปัญญาธโร หลายครั้งตามที่ท่านบอกข่าว และประสงค์ที่จะร่วมสร้างบุญสร้างกุศลกับท่านต่อไป ซึ่งขณะนี้ผมมีวัตถุมงคล คือพระคำข้าวของท่านหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤษีลิงดำ) วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี อยู่จำนวนหนึ่งประมาณ ๑๔๐ องค์ ปัจจุบันทราบว่าที่วัดท่าซุงให้เช่าบูชาในราคาองค์ละ ๑,๖๐๐ บาท วัตถุมงคลดังกล่าว ผมได้เช่ามาจากวัดท่าซุงเมื่อประมาณปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ในราคาองค์ละ ๑๐ บาท โดยตั้งใจว่า จะนำไปแจกในงานมงคลสมรสของผม คือวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖ แต่ปรากฏว่า หลังจากเช่ามาได้ไม่นานนัก หลวงพ่อพระราชพรหมยานได้มรณภาพลง ซึ่งกระผมทราบข่าวว่า ก่อนที่หลวงพ่อจะมรณภาพ ได้สั่งไว้ว่าหลังจากที่ท่านมรณภาพไปแล้ว เกรงว่ารายได้ที่จะเข้ามาบำรุงวัดจะลดลง จึงให้ขึ้นราคาวัตถุมงคลของท่าน ต่อมาราคาเช่าบูชาพระคำข้าวจึงเป็น ๑,๖๐๐ บาทดังกล่าว
อย่างไรก็ดีแม้พระคำข้าวจะมีราคาเช่าบูชาสูงขึ้น ผมก็ยังคงตั้งใจ ที่จะแจกในวันแต่งงานต่อไป แต่ปรากฏว่าเมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน มีลูกศิษย์ของหลวงพ่อคนหนึ่งที่ผมนับถือ มาบอกว่าให้เก็บพระคำข้าวดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อต่อไปจะได้นำมาให้บุคคลที่เคารพในองค์หลวงพ่อได้เช่าทำบุญ แล้วผมจะได้นำเงินนั้น ไปทำบุญอีกต่อหนึ่ง ผมเห็นว่าเป็นความคิดที่ดี จึงระงับการแจกพระคำข้าวในวันแต่งงานของผมไว้ก่อน แต่ได้ไปเช่าพระเครื่องหลวงพ่อพระครูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) วัดเขาบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี องค์ละ ๑๐ บาทเช่นกัน มาแจกแทน
ต่อมาผมได้นำพระคำข้าวที่เก็บไว้ไปมอบให้วัดและบุคคลอื่น ๆ บางส่วน เพื่อนำไปให้คนเช่าบูชาหารายได้ทำบุญในพระพุทธศาสนา ยังคงเหลืออีกเพียงจำนวน ๑๔๐ องค์ ซึ่งบัดนี้ผมคิดว่าจะมอบให้คุณภูเตศวร เพื่อนำไปให้บุคคลที่มีความนับถือและศรัทธาในองค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ได้เช่าบูชา หารายได้นำเงินไปทำบุญในพระพุทธศาสนาต่อไป ส่วนราคาที่จะให้บูชานั้น สุดแล้วแต่คุณภูเตศวรจะเห็นสมควร ทั้งนี้กระผมไม่ขอสิ่งตอบแทนใด ๆ เพียงแต่ขอให้คุณภูเตศวรได้แจ้งให้ผมทราบด้วยว่า นำเงินไปทำบุญในสิ่งใด ที่ใดบ้าง เพื่อที่ผมจะได้โมทนาในส่วนบุญกุศลนั้น ๆ ด้วย
ขอแสดงความนับถือ
นายผชาญ วชิรประดิษฐพร
อ่านจดหมายของคุณผชาญแล้วเป็นปลื้ม สิ่งที่คุณผชาญกระทำอยู่ขณะนี้ เรียกว่า ‘ทาน’ ทานที่มีให้กับพระศาสนา เป็นมหาทานที่จะยังประโยชน์แด่พระสงฆ์และศาสนสมบัติ เพื่อรักษาพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนยาวนานต่อไป
คุณผชาญ เพียงแต่ต้องการให้ผู้เขียนแจ้งว่า รายได้ส่วนนี้จะนำไปทำบุญสิ่งใด...ที่ใดบ้างนั้น คงต้องขอเรียนตรงนี้เลยครับว่า...
งานที่รับปากครูบาอาจารย์สองเรื่อง คือ ชำระหนี้ธรณีสงฆ์ของวัดป่าหนองแซง กับงานสร้างพระเจดีย์ของหลวงปู่บุญจันทร์ยังไม่แล้วเสร็จ...
เอาเป็นว่ารายได้ส่วนนี้ขอแบ่งเป็นสองส่วนเท่า ๆ กันดีไหมครับ?
และถ้ามีโอกาสขึ้นไปพบหลวงปู่-หลวงพ่อ จะขอใบอนุโมทนาส่งกลับไปให้นะครับ...คุณผชาญ
เป็นอันว่าท่านผู้อ่านได้ทราบรายละเอียดความเป็นมาของข่าวดีที่ว่าแล้วนะครับ ในฐานะที่ผู้เขียนเองก็เป็นนักเลงพระเครื่อง ชอบสะสมวัตถุมงคลต่าง ๆ มาหลายปี คงต้องอธิบายเรื่องราวของพระหางหมากและพระคำข้าว ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (ฤษีลิงดำ) แห่งวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี สักนิด
หลวงพ่อพระเดชพระคุณ ฤษีลิงดำ ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จังหวัดอยุธยา ผู้โด่งดัง เจ้าของพระเครื่องเนื้อดินทรงประทับสัตว์ที่ชาวนักเลงพระเครื่องต่างใฝ่ฝันและแสวงหากันอย่างยิ่ง...
ด้วยเชื่อกันว่า...พระเครื่องของท่านหากใช้ร่วมกับพระคาถาพระปัจเจกโพธิ์ด้วยแล้ว จะมีพลานุภาพด้วยมหาลาภเป็นอย่างยิ่ง
ว่ากันว่า...หลวงพ่อปาน ผู้เป็นอาจารย์ได้ประสิทธิประสาทวิชาอาคมทั้งหลายให้กับฤษีลิงดำผู้เป็นศิษย์จนหมดไส้หมดพุง ประกอบกับบารมีธรรมของหลวงพ่อฤษีนับวันนับทวีมากขึ้นด้วย วิชา ‘มโนมยิทธิ’ ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมืองดังที่เราท่านได้เห็นกันมา
เมื่อมีลูกศิษย์ลูกหามากขึ้น แน่นอนครับย่อมมีผู้ศรัทธาต้องการวัตถุมงคลของท่านเอาไว้อาราธนาบูชาติดตัวเป็นมงคลแก่ชีวิตและป้องกันภัย วัตถุมงคลของหลวงพ่อได้สร้างออกมาหลายชนิด ทั้งเหรียญปั๊มและประเภทอื่นมากมาย หากที่โด่งดังเป็นที่กล่าวขวัญกันมากคือ... ‘พระหางหมาก’ กับ ‘พระคำข้าว’ เพราะทำได้ยากมาก
เท่าที่รู้มา การกำหนดสูตรสร้างพระเครื่องในแนวนี้มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ผู้สถาปนาพระสมเด็จวัดระฆังนั้น ท่านได้กระทำมาก่อน คือเมื่อฉันหมากหรือฉันข้าวแล้ว พบว่าข้าวหรือหมากคำไหนอร่อยก็คายเก็บเอาไว้นำมาปลุกเสกให้ครบไตรมาส เพื่อนำมาผสมกับพระเครื่องหรือวัตถุมงคลในคราวต่อไป
วิธีการดังกล่าวเป็นเรื่องยาก เพราะผู้กระทำต้องมีสติโดยสมบูรณ์ที่จะรู้ว่า ‘ข้าว’ คำไหนอร่อย...และเมื่ออร่อยแล้วต้องละวางความอร่อยนั้นเป็นการให้ทานต่อความอยากในรสอร่อย ลักษณาการเช่นนี้ทำได้ยากในปุถุชน เพราะเราท่านเวลารับประทานแล้วเกิดอร่อยเป็นต้องขาดสติเคี้ยวกลืนจนหมดแน่ ๆ
...นี่แหละครับที่ว่ายาก...
แต่สำหรับพระสงฆ์ผู้ทรงภูมิจิตท่านสามารถกำหนดและกระทำได้ไม่ยาก
และเพราะความอร่อยในคำข้าวนี้...บวกกับอำนาจแห่งการใช้สติระงับตัวอยากของผู้สร้าง จึงเป็นอุปเท่ห์สำคัญทำให้พระเครื่องทรงพลานุภาพในด้านเมตตามหานิยมอย่างยิ่งยวด
ในกระบวนวัตถุมงคลทั้งปวงไม่มีชิ้นใดจะเป็นที่แสวงหาของมนุษย์เท่ากับชิ้นที่มากด้วยอำนาจแห่ง ‘เมตตามหานิยม’ เพราะนั่นหมายถึงการไร้ศัตรูภัยพาลทำร้าย ประกอบกิจการค้าขายรุ่งเรือง สองอย่างสองประการนี้ก็พอเพียงแล้วครับท่าน
สมเด็จวัดระฆังของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ก็เป็นที่แสวงหาของชาวโลกด้วยประการดังกล่าว
สำหรับอำนาจจิตและภูมิธรรมของหลวงพ่อพระราชพรหมยานนั้นผู้เขียนคงไม่ต้องกล่าวถึงให้มาก เพราะปฏิปทาทางธรรมของท่านเป็นที่ประจักษ์แจ้งต่อชาวไทยและชาวโลกมาช้านานแล้ว...
ว่าท่านเป็นสุปฏิปันโน...เป็นอริยสงฆ์ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพียงไหน?
แม้แต่ ‘เกสา’ ของท่านซึ่งมีผู้เก็บรักษาไว้ยังกลายเป็น ‘พระธาตุ’ ไปได้ ดังปรากฏเป็นข่าวฮือฮามาแล้วเมื่อหลายปีก่อน...
ท้ายที่สุดขอขอบคุณ คุณผชาญ วชิรประดิษฐพร ที่กรุณามอบพระผงคำข้าว จำนวน ๑๔๐ องค์ มาร่วมทำบุญ ณ ที่นี้ และขอขอบคุณท่านที่ร่วมบริจาคทรัพย์เช่า-บูชามาล่วงหน้า ณ ที่นี้ด้วย
เงินของท่านทุกบาท ทุกสตางค์ จะนำไปทำกุศลเพื่อก่อเกิดประโยชน์ต่อพระศาสนาต่อไป
บุญจากมหาทานอย่างนี้ จะมีผลมากครับ โดยเฉพาะบุญจากการสร้างพระเจดีย์ และซื้อที่ดินถวายวัด
พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ
ภูเตศวร
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com