
“พยายามเข้านะ คงไม่มีอะไรให้นอกจากกำลังใจ ทำๆๆๆๆๆๆๆ และทำให้มากเข้าไว้ในประโยชน์ตน และ ประโยชน์ท่าน”
ขอขอบพระคุณมากครับสำหรับกำลังใจที่มอบให้ ผมขออนุญาติย้ายข้อความมาไว้ในกระทู้ ถาม-ตอบปัญหาธรรมะนะครับ เพื่อประโยชน์ “ท่าน” อื่นๆ ที่ยังไม่ทราบและเข้าใจ จะได้รับรู้และทำความเข้าใจในความหมายและการปฏิบัติครับ
ขอเมตตาธรรมจากท่านอาจารย์ภูเตศวรช่วยอธิบายขยายความและยกตัวอย่างของการทำประโยชน์ "ตน" และประโยชน์ "ท่าน" ให้เกิดความกระจ่างแจ้งและนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างถูกต้องครับ โดยเฉพาะในส่วนของประโยชน์ตนนั้น อาจจะพอทำความเข้าใจได้บ้าง (แต่กระนั้นอาจจะยังคงเป็นไปตามอนุสัยกิเลสอันแยบคายที่ฝังแน่นลึกอยู่ในจิตใจ) แต่ในส่วนของ “ประโยชน์ท่าน” สิครับ มีความลึกซึ้งครอบคลุมอย่างไร และมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะลักษณะของการปฏิบัติตนที่เป็นไปในประโยชน์ท่านนั้น ต้องดำเนินอย่างไรครับ
นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา
ขออำนวยอวยพรให้อาจารย์ภูเตศวรเจริญในธรรมสูงยิ่ง กล่าวแล้วที่สุดคือวิมุตติธรรม ด้วยอำนาจแห่งธรรมทาน ที่ชนะการให้ทั้งปวงครับ ขออนุโมทนาสาธุการด้วยครับผม
จำได้ว่าปี ๒๕๔๐ช่วงบวชกับหลวงปู่เสน ปัญญาธโร หลังถูกส่งไปทรมานตามป่าช้าตามถ้ำโดยไม่ให้กลับวัดนานพอควรทั้งที่เป็นพระบวชใหม่ ด้วยเหตุผลที่รู้ภายหลังของหลวงปู่ "แม้วมันเก่งเกินครู หัวดื้อ ปู่สอนไม่ได้ ต้องให้ผีให้เทวดาสอน"
ผลคือคน(อวด)เก่ง น้ำตาแตก รู้สึกเหมือนถูกทิ้ง เป็นลูกไม่มีพ่อมีแม่อยู่นานวัน แต่ไปจิตสงบและรู้คุณพระรัตนตรัยบนภูขี้กะโตดจนนั่งร้องไห้อยู่ครึ่งคืน พอหายดื้อหลวงปู่ก็รับตัวกลับ พร้อมให้สึกหาลาเพศด้วยเหตุผลสั้นๆ มีงานสำคัญให้ทำ แถมให้สัญญา จะได้บวชอีกหนนี้ตายในผ้าเหลืองแน่นอน
จำได้ว่าคลานเข้าไปกราบท่านพร้อมขออนุญาติเลิกเขียน ธรรมะ๕นาที ในขวัญเรือน ท่านถามว่าทำไม ก็ตอบว่า
"เขียนหนังสือมานาน พอบวชถึงได้รู้ว่าตนเองยังไปได้ไม่ถึงไหน แล้วจะไปเขียนบอกสอนใคร"
หลวงปู่มองหน้าก่อนพูดเบาๆ "แยกให้ออกว่าอะไรคือประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ที่เอามาเขียนส่วนใหญ่ก็เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า มาจากครูบาอาจารย์ไม่ใช่หรือ"
หลวงปู่เทศนากัณฑ์ใหญ่ ลงท้ายเน้นคำ
"เขียนต่อเถอะ อย่างน้อยคนอ่านก็ได้ความรู้ ศาสนาได้ศรัทธา แม้แต่หลวงปู่ก็ได้อาศัยประโยชน์ในวันข้างหน้า"
ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านปรารภ เพราะคอลัมน์เล็กๆนี้สามารถทำให้เกิดถาวรวัตถุมากมายหลายอย่างขึ้นตามดำริของหลวงปู่ หากในความรู้สึกของผมยังน้อยกว่าการได้พาญาติมิตรจำนวนมากมาร่วมทำบุญ ร่วมปฏิบัติธรรม และได้กราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอย่างที่มีและเป็นมาโดยตลอด
ประโยคของหลวงปู่ที่ผมจำได้ไม่ลืมคือ "ทำอะไรให้ตัวเองน่ะยังยาก ประสาอะไรกับการทำเพื่อคนอื่น แต่ถ้าไม่ฝึกทำประโยชน์ท่านจะเอาบารมีที่ไหนมาทำประโยชน์ตนให้บรรลุได้ ไม่ต้องดูที่ไหนดูหลวงปู่นี่แหละเพราะขาดทานบารมีก็เลยไม่พ้นทุกข์ซะที ถึงต้องให้แม้วช่วยนี่ไงล่ะ"
เฮ้อ ว่ามาซะยืดยาว สรุปแบบง่ายๆก็คือ
" อะไรที่เป็นประโยชน์ในกุศลต่อสังคม ต่อพระศาสนา ต่อครูบาอาจารย์ ต่อญาติมิตร คือการยังประโยชน์ท่านทั้งนั้นแหละครับ
by ภูเตศวร
ขอเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ ความจริงจุดประสงค์ของคอลัมน์ธรรมะ๕นาที เป็นเพียงความต้องการนำเสนอ ธรรมะง่ายๆเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์แบบโลกียธรรมมากกว่าโลกุตตรธรรม และเน้นย้ำในเรื่องบุญทาน กับหน้าที่ของชาวพุทธที่พึงปฏิบัติมากกว่าประการอื่น
จุดประสงค์นี้ได้เขียนไว้ชัดเจนในคำแถลงและบทบรรณาธิการของ ธรรมะ๕นาทีฉบับรวมเล่มทุกฉบับแล้ว
ส่วนการสร้างเสนาสนะ วัดวาอารามอย่างที่เห็นมาหลายๆแห่ง แม้กระทั่งโรงเรียน หรือ มูลนิธิปัญญาธโร ล้วนเป็นดำริของหลวงปู่ เสน ปัญญาธโร ทั้งสิ้น แม้ท่านจะพูดว่าท่านขาดทานบารมีเพื่อบำเพ็ญธรรมสู่ความจบพรหมจรรย์ แต่ผมเชื่อว่าเป็นเพราะเมตตาธรรมของท่านที่มีต่อโลก มีต่อพวกเราและให้เราได้มีโอกาสสร้างบุญบารมีกับท่านมากกว่าประการอื่น
by ภูเตศวร
ขออนุโมทนาสาธุการ ในส่วนกุศลที่ผ่านมาและได้สำเร็จลงแล้วทั้งหมดครับ
ผมจะนำมาเป็นตัวอย่างเพื่อเป็นแนวทางของการเดินทางชีวิตเพื่อกระทำตน ให้กับตน และเพื่อกระทำตน เพื่อประโยชน์ท่าน เพื่อทิ้งไว้ให้กับโลกและพระพุทธศาสนาครับ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
ด้วยความเคารพและนับถือ
by ศุภรัตน์ ภู่เจริญ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com