เรียนถามเรื่อง...ภา...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

เรียนถามเรื่อง...ภาวนา by นก

5 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#864]

          เรียนถามอาจารย์ค่ะ

          1.การห้ามความคิดในการคิดเรื่องราวต่างๆ เป็นสมควรหรือไม่ค่ะ?

          2.การส่งจิตฟุ้งไปในเรื่องราวต่างๆ ควรห้ามหรือละอย่างไร บางครั้งฟุ้งมากๆก็ต้องปล่อยไปก่อนใช่ไหมค่ะ แล้วกำหนดอิริยาบทให้รับรู้ปัจจุบันแทน ถูกหรือเปล่าค่ะ

          3.หากจิตมีอาการเบื่อหน่ายมากๆ ให้กำหนดรู้ที่หน้าอกจนกว่าอาการของจิตที่เสวยอารมณ์ตรงนั้นหายไป...จัดว่าใช่ได้ไหมค่ะ

            ขอบคุณพระคุณมากค่ะ...


4 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

การทำสมาธิ คือการทำจิตให้สงบโดยใช้คำบริกรรมหรือลมหายใจเป็นเครื่องกำกับ เมื่อจิตสงบการปรุงแต่งก็จะสิ้นไปเป็นปกติ ไม่ใช่เป็นการบังคับเพราะจะทำให้เครียดเกร็ง

ถ้าจิตฟุ้งมากจนยากกำหนดให้สงบ ควรใช้วิธีตามดูจิตแทน ตั้งสติดูอาการเกิดดับไปสักระยะอาการฟุ้งจะบรรเทาลง การกำหนดอริยาบถในปัจจุบันก็ใช้ได้ครับ

อาการเบื่อหน่ายที่ว่า ขอเดาว่าเป็นการเบื่อโลก เบื่อทุกอย่างในชีวิตใช่ไหม ถ้าใช่ เป็นอาการของ วิภวตัณหา ตรงข้ามกับ ภาวตัณหา ต้องใช้ปัญญาพิจารณา ให้ยึดปัจจุบันเป็นหลัก ทำหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะทุกประการในโลกมันเป็นของมันอย่างนั้นเอง เป็น ตถตา

----------------

by ภูเตศวร


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ...

อาการเบื่อหน่ายทางจิต...เป็นลักษณะอาการดังกล่าวที่

อาจารย์ว่ามา...

ความปรารถนาออกบวช...เป็นเรื่องปกติของคนที่ปฏิบัติหรือเปล่าค่ะ...?

กราบพระคุณมากค่ะ....
----------------
by นก


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

การปฏิบัติธรรมและพิจารณาหลักของไตรลักษณ์ อยู่บ่อยๆ จะทำให้จิตคลายจากการยึดมั่นถือมั่นไปเรื่อยๆ อีกทั้งยังเห็นอนิจจังของโลกที่แปรเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายจนอยากแสวงหาทางพ้นทุกข์ กรณีนี้เรียกว่าเกิด นิพพิทารมณ์ ซึ่งผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ เพราะการเกิดนิพพิทารมณ์ ยังไม่ใช่ความเบื่ออย่างถาวร จะเกิดๆ ดับๆ จนกว่าจะเกิด ปัญญาภาวนา เห็นแจ้งภายในจิต อย่างแท้จริง ทั้งนี้ต้องอาศัยการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง จนเต็มพละเสียก่อน

----------------
by ภูเตศวร


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ตอบคำถาม

ปัญหานี้เคยถามหลวงปู่เสน ท่านแนะนำให้กำหนดดูไปเรื่อยๆ ประคองสติกับผู้รู้อยู่ด้วยกันอย่างแนบแน่น อย่าให้ขาดสติโดยเด็ดขาด ทำให้พอกับความต้องการหรือเท่าเวลาที่อธิษฐานไว้จึงถอยออกมา จากนั้นค่อยเดินปํญญาด้วยการยกจิตพิจารณาธรรมอย่างเช่น อสูภะ มรณานุสสติ หรือ กายคตานุสสติ ให้เห็นความจริงอันเป็นปัญญาธรรมสำหรับการละวางอุปาทานและความยึดมั่นถือมั่นลง

สำหรับการปฏิบัติสมาธิมักเป็นตามจริตนิสัยของแต่ละบุคคล สำหรับผมเวลาจิตสงบมักเกิดความสว่างเป็นดวงขาวปนเหลือง และถ้ากำหนดดูเข้าไปโดยไม่ขาดสติเสียก่อนด้วยเกิดความปิติ แทรกเข้ามา ความสว่างจะเจิดจ้าขึ้น ครูบาอาจารย์ท่านอธิบายว่าเป็นแสงโอภาส และแนะนำให้กำหนดส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายอันเป็นมูลกรรมฐาน๕คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง หรืออาการ๓๒ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมาพิจารณา

ยกตัวอย่างเช่นการใช้ ฟัน เป็นเครื่องพิจารณา เริ่มด้วยการกำหนดฟันซี่

ใดซี่หนึ่งขึ้นในจิต กำหนดให้เห็นรูปร่างสัณฐาน เห็นสีสันให้ชัดเจน กำหนดให้เห็นความเปลี่ยนแปลงตามหลักอนิจจัง พิจารณาไปเรื่อยๆปัญญาจะเกิดขึ้นมาเอง

การพิจารณาพยายามอย่าเปลี่ยนแปลงบ่อยควรใช้ส่วนของร่างกายนั้นเพียงส่วนเดียวเพื่อเกิดวสี คือความชำนาญ เหมือนทำนาแปลงเดียวแต่มีข้าวกินทุกปี ไม่ใช่ทำนาเลื่อยลอย หักร้างถางพงไปเรื่อย แบบขุดบ่อน้ำได้เมตรสองเมตรก็ทิ้งไปขุดใหม่ชาติไหนจะได้น้ำกิน แต่ควรค่อยๆขุดไปเรื่อยๆจากเมตรสองเมตรเป็นสี่เป็นห้า หก เจ็ด ในที่สุดก็พบเจอน้ำอย่างที่ต้องการ เอวัง
----------------
by ภูเตศวร


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com