การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

การใช้สีแบบไทยๆ

8 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#20]

การใช้สีแบบไทยๆ

          คนไทยรู้จักการใช้สีมานานมากแล้ว ทั้งในงานช่างทั่วไป งานจิตรกรรม งานย้อม และโภชนาการ ซึ่งล้วนแต่เป็นสีอันเกิดจากธรรมชาติใกล้ตัว ไม่เป็นพิษเป็นภัยมากมายทั้งต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อมเหมือนสีสังเคราะห์ในยุคปัจจุบัน

          สีผสมอาหารจากพืชผักธรรมชาติ แม่เม้าเคยเขียนไปบ้างแล้วในเรื่องขนมไทย ฉบับนี้ขอเน้นสีที่เกิดจากภูมิปัญญาแบบไทยๆ ในเชิงอนุรักษ์โดยการอิงธรรมชาติเพื่อชีวิตที่เป็นไปตามวิถีธรรมชาติล้วนๆ วัตถุธรรมชาติต่อไปนี้ให้สีต่างๆในงานช่างและจิตรกรรมให้เลือกไม่น้อยเลยทีเดียว

          สีดำ ได้จากเขม่าไฟที่เกิดจากควันไฟในครัว เขม่านี้จะเกาะดาดก้นหม้อดิน หรือ หยากไย่หลังคาครัว จิตรกรเรียกสีดำชนิดนี้ว่า เขม่า หากได้จากการเผาน้ำมันยาง ก็เรียกว่า เขม่าแหนบ หรือจากการเผากระดูกจนดำ นำมาบดเป็นผงละเอียดก็ได้ ส่วนสีดำชื่อ Ivory Black นั้นได้จากการเผางาช้างค่ะ

          สีเขียว ได้จากการนำใบแคมาต้มจนงวดกลายเป็นสีเขียวแก่ เมื่อเอามาระบายต้องการให้เป็นสีเขียวอ่อน ก็ผสมสีขาวจากดินขาว หรือ ปูนขาวลงไป ถ้าเอาสีเขียวผสมกับสีคราม ก็จะกลายเป็นสีเขียวลูกสมอ หรือสีก้ามปูสด สุดแต่ว่าจะผสมในสัดส่วนเท่าใด

          สีคราม เราได้จากการนำต้นคราม ใบครามมาต้ม คนโบราณเรียกชื่อหลายอย่าง ตั้งแต่ สีคราม สีขาบ สีน้ำเงิน และสีกรมท่า เมื่อนำมาเขียนบนเครื่องดินเผา แล้วเคลือบทับก็เรียกว่า เครื่องลายคราม

          สีแดง ในงานจิตรกรรมไทยโบราณ มีมากมายให้เลือกตามงานที่ต้องการ โดยมีชื่อเรียกตามวัสดุที่นำมาประกอบเป็นสีนั้นๆ เช่น

          สีดินแดง เป็นสีแดงคล้ำ ได้จากดินแดงตามธรรมชาติซึ่งเกิดจากสนิมแร่เหล็ก นิยมใช้ดินแดงจากสุราษฎร์ธานี ที่ให้สีแดงสดใสมากกว่าดินแดงจากชลบุรี และจันทบุรี

          สีดินแดงเทศ เป็นสีแดงคล้ำกว่าดินแดงไทยถ้าส่งมาจากอินเดีย และจะเรียกดินแดงจากประเทศจีนว่า ตัวเปี้ย ค่ะ

          สีแดงจากชาด เราได้จากต้นชาดหรคุณ ถ้ามาจากจีนใช้ระบายสี และงานช่างทั่วไป เมื่อนำชาดบดผสมน้ำกาว จะได้สีแดงฉ่ำ เรียกว่า ชาดจอแส ส่วนชาดสีสุกเกิดจาก ชาดผงผสมน้ำมันย่างหรือน้ำรัก หากนำผงชาดผสมปรอทและกำมะถัน จะได้สีชาดหรคุณ เป็นสีแดงสด ใช้ทาและเขียนบนทอง สีแดงชนิดนี้จะจับเนื้อทองได้สีสันสดใส สุดปลั่งมากกว่าชนิดอื่น

          ในงานจิตรกรรมที่ต้องใช้สีแดงระบายส่วนเท้าของหงส์นั้น ชื่อจะขึ้นต้นว่า หงส์ เสมอ เช่น หงส์ชาด เป็นสีผสมระหว่างสีขาวกับชาด หงส์ดิน เป็นสีดินแดงผสมสีขาว หงส์บาท เกิดจากสีขาวกับสีแดง จะได้สีเหมือนเท้าหงส์ คือสีส้มค่อนข้างเหลือง หงส์เสน หรือสีแดงดอกชบา ก็คือชาดผสมกับเสนนั่นเอง

          สีเหลืองหม่น ได้จากดินเหลือง หากจะให้เป็นสีเหลืองนวล คือสีจัน สีจันอ่อนก็ให้ผสมสีขาวลงไป ส่วนสีจันแก่ ก็เปลี่ยนเป็นเสนผสมสีเหลืองและขาว เป็นต้น

          คราวนี้มาดูสีย้อมของบรรพบุรุษเราบ้าง คนไทยรู้จักนำพืชมาเป็นสีย้อมผ้ามานานนักหนาแล้ว ส่วนของพืชที่นำมาเป็นสีย้อมผ้านั้นใช้ได้ตั้งแต่ ราก เปลือก แก่น ดอก ผล ตลอดจนเมล็ด แต่สีที่ได้จะไม่ทน ซีดง่าย ไม่เหมือนสีสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ แม่เม้าก็ยังชื่นชมในสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาคนไทยยุคโบราณอยู่ดี เพราะโทนสีที่ได้จะนุ่มนวล เย็นตาพอๆกับสี pastel และ earthtone ของฝรั่ง เพียงแต่ผสมสารส้มเข้าไปด้วยสีก็จะติดทนขึ้นได้เอง ที่สำคัญคือ ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมให้เสื่อมโทรม เน่าเหม็นอย่างทุกวันนี้

          แก่แกแล ให้สีเหลืองที่ไม่สดนัก นิยมใช้ย้อมจีวรพระ เพราะเป็นสีเหลืองค่อนข้างคล้ำ ถ้าอยากได้สีเขียวก็ผสมต้นครามต้มกับแก่นแกแล จะได้สีเขียวสมใจ

          แก่นต้นขนุน ให้สีเหลืองฝาด หรือสีกรัก ย้อมจีวรพระกรรมฐานหรือพระที่ถือธุดงควัตร

          เนื้อไม้ต้นหม่อน จะได้สีเหลืองใช้ย้อมจีวรพระ

          แก่นต้นฝาง ได้สีแดง นิยมใช้ย้อมผ้าไหม และผ้าชนิดอื่นๆ

          เปลือกลำต้นสมอพิเภก รวมไปถึงผลสุก ให้สีเขียวขี้ม้า

          เปลือกลำต้นมะพูด ถ้าผสมกับต้นครามจะได้สีน้ำตาล ถ้าผสมขมิ้นจะได้สีเขียว

          ต้นคราม หมักไว้ ๒ วัน สีน้ำเงินจะนอนก้น เทน้ำที่ได้ใส่ถุงผ้าหนาๆ แล้วทับให้แห้ง จะได้สีน้ำเงินย้อมเป็นผ้าม่อฮ่อมได้

          เปลือกผลทับทิม ผสมกับขมิ้น จะได้สีน้ำตาลแดงยิ่งขึ้น ถ้าเป็นเปลือกผลทับทิมล้วนๆ หั่นต้มกับน้ำ เมื่อใช้ย้อมผ้าจะได้สีเขียว

          ผลมะเกลือ ใช้ย้อมผ้าให้เป็นสีดำ โดยตำผลมะเกลือให้ละเอียด ใส่ภาชนะต้มกับน้ำ นำผ้าที่จะย้อม ชุบน้ำบิดให้หมาด ใส่ลงไปต้ม ๑๕ นาที ย้อมซ้ำไปมาหลายๆครั้ง สีจะดำสนิทยิ่งขึ้น บางตำราบอกว่าให้ตำลูกกระเม็ง ผสมไปกับลูกมะเกลือ สีดำที่ได้จะติดทนนานมีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม

          ดอกกรรณิการ์ ตรงโคนดอกที่เป็นหลอดสีส้ม ใช้ย้อมจีวรพระได้ ถ้าจะย้อมผ้าไหม ให้เอาดอกกรรณิการ์มาตากให้แห้ง ก่อนนำไปต้มแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำสีส้มไว้ผสมสารส้มบดละเอียดลงไปด้วย แช่ผ้าไหมที่ย้อมไว้ประมาณ ๑ ชั่วโมง ผึ่งให้แห้ง สีของผ้าไหมจะสวยสด ทนนานค่ะ

          ดอกคำฝอย ก็เช่นกัน นำมาย้อมผ้าไหม จะได้สีเหลืองอมส้ม ซึ่งเหมือนกับเมล็ดจากผลแก่ของต้นคำแสด ที่ให้สีส้มเช่นกัน

          ใบของต้นหูกวาง โดยใช้ใบโตเต็มที่ เมื่อย้อมผ้าจะได้สีเขียวขี้ม้า

          ใบของต้นเทียนกิ่ง นั้นนอกจากจะใช้ย้อมผ้าต่างๆได้แล้ว ยังใช้ย้อมเคราของพระแขก ย้อมเล็บและผม ตลอดจนหนังสัตว์

          รากของต้นยอ จะให้สีแดง เมื่อใช้ส่วนของเปลือกราก หากเป็นเนื้อของรากจะให้สีเหลือง ถ้าใช้ทั้งราก คือ เปลือกกับเนื้อรวมกันจะให้สีส้ม สีที่ได้จากรากยอมักนิยมใช้ย้อมผ้าไหม ไหมพรม บางคนเติมเกลือโลหะลงไป เพื่อให้สีติดทนแต่สีอาจจะเพี้ยนไปบ้าง โดยมีสูตรผสมค่อนไปทางวิทยาศาสตร์สังเคราะห์ดังนี้ค่ะ

          รากยอ ผสมกับ เกลืออะลูมิเนียม จะได้สีชมพูและสีแดง ใช้ย้อมผ้าไหมจะได้เป็นสีส้ม

          รากยอ ผสมกับ เกลือของดีบุก ใช้ย้อมผ้าไหมได้สีส้มสด

          รากยอ ผสมกับ เกลือขอเหล็ก ใช้ย้อมไหมได้สีม่วงแดงเข้ม จนถึงสีม่วงแก่จัดจนเกือบดำ อยากจะได้ระดับสีไหนก็ผสมตามสูตรนี้นะคะ

          สิ่งสุดท้ายที่ให้สีจากธรรมชาติ คือ รังของครั่งค่ะ เราใช้ย้อมไหมให้เป็นสีแดง บางครั้งเติมเกลือของเหล็กไปด้วย สีแดงที่ได้จะติดทน ไม่ซีดจางง่าย

          เขียนมาถึงบรรทัดนี้ ท่านคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตมนุษย์นั้นข้องเกี่ยวกับสีต่างๆ ทั้งทางตรง และทางอ้อม นับตั้งแต่สีของท้องฟ้า แสงแดด รุ้งกินน้ำ ต้นไม้ ดอกไม้ ตลอดจนสีของเครื่องแต่งกาย อาหาร พืชผัก และงานศิลปะทุกแขนง สีมีมาตั้งแต่เริ่มเกิดสรรพสิ่งมีชีวิต สีจึงมีความหมาย มีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตของเราไม่น้อยเลย


7 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          ด้วยเหตุนี้ อาจจะทำให้ท่านเคยสงสัย เหมือนที่แม่เม้าเคยสงสัยว่า ทำไมคนนี้จึงไม่ชอบสีนั้นเหมือนเรา คนนั้นกลับไปขอบสีโน้น ต่างจิตต่างใจเพราะต่างคนต่างกรรม ต่างวาระกัน แต่ที่บอกได้เหมือนกันก็คือ สีแต่ะละสีต่างมีอิทธิพลต่อจิตใจของมนุษย์ไม่เหมือนกัน เมื่อเห็นสีสดใสร้อนแรง อารมณ์เราจะเบิกบาน คึกคัก มีชีวิตชีวา ส่วนสีหม่นทึมนั้นกลับให้อารมณ์หงอยเหงาเศร้าซึมทันที

          ลักษณะดังกล่าว ข่างเขียน หรือจิตรกร เขาเรียกกันว่า วรรณะของสี (Tones) ซึ่งหมายถึงส่วนโน้มเอียงของสีไปทางใดทางหนึ่ง ซึ่งแบ่งความโน้มเอียงออกไปได้ ๒ วรรณะที่ให้ความรู้สึกต่างกันคือ          

          วรรณะสีร้อน ที่ให้ความรู้สึกเร่าร้อน ตื่นเต้น มีความหมายหลากหลายตามสีดังนี้

          สีแดง ก่อให้เกิดอารมณ์ตื่นเต้นเร้าใจ และเคร่งเครียด แสดงถึงอันตรายที่พึงระมัดระวัง เป็นสัญลักษณ์ของความขลังและศักดิ์สิทธิ์

          สีเหลือง แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ให้ความรู้สึกสว่างสดใส รู้สึกศรัทธาเลื่อมใส เช่น จีวรพระ และ ธงมหาราช

          สีแดงชาด ทำให้รู้สึกเร่าร้อน ตื่นตัว ขยันขันแข็ง

          สีชมพู ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หนุ่มสาวนิยมกัน

          สีม่วง ให้ทั้งความรู้สึกที่ร้อนและเย็น เวลาเศร้าก็เศร้าอย่างลึกซึ้ง          

          วรรณะสีเย็นที่ให้ความรู้สึกเย็นสงบนั้น ขอเริ่มที่ สีน้ำเงิน ที่ทำให้รู้สึกสงบ เยือกเย็น เชื่อมั่น บางครั้งแสดงถึง ความเศร้า ความกดดันทางจิตใจ เป็นสีที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของผู้ดีค่ะ

          สีเขียว แสดงถึงความเบิกบานสดชื่น ในขณะที่สีเขียวแก่ให้ความเร้นลับ น่ากลัว ส่วนสีเขียวอ่อน ให้ความรู้สึกสดชื่น เย็นสบาย

          สีฟ้า หมายถึง ความฝัน ความปลื้มปีติใจ ฟ้าอ่อนให้ความรู้สึกร่มเย็น ราบรื่น ไร้อุปสรรค

          ส่วนสีอื่นๆ เช่น สีขาว แสดงถึงความบริสุทธิ์ สะอาด มีเมตตากรุณา สีดำ ให้ความรู้สึกหนักแน่น มืดมน เศร้าสลด บ่งบอกถึงความทุกข์ ความหดหู่ใจ สีเทา ให้ความเงียบสงัด วังเวง มีสมาธิ และน้ำตาล บ่งบอกถึงความ อับทึบ ไม่คล่องแคล่ว ความแก่ชรา ล้าสมัยค่ะ

          เมื่อทราบว่าสีมีอิทธิพลต่อจิตใจอย่างไรไปแล้ว ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยเลือกเอาตามใจชอบ ส่วนสีที่แม่เม้าแอบชอบมานานนมสมกัป คือ สีทอง กับ สีแดง ที่เมื่อใดสองสีนี้มาอยู่ในงานจิตรกรรมไทยร่วมกันได้เหมาะเจาะ เมื่อนั้นจะฉายแสงแห่งความยิ่งใหญ่อลังการ มีความศักดิ์สิทธิ์ สง่างาม และให้ความรู้สึกที่สูงศักดิ์ โดยไม่ต้องเอ่ยเป็นวาจา

          พิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่ ตามโบสถ์และวิหารเก่าแก่ทั่วประเทศไทยค่ะ

แม่เม้า


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

แก่นแกแล


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

แก่นต้นฝาง


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ดอกกรรณิการ์


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ผลต้นคำแสด


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ชาด


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com