การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

เทียน

7 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#21]

เทียน

          ช่วงนี้ฝนเริ่มชุก แลไปทางไหนล้วนชุ่มฉ่ำด้วยละอองน้ำ เป็นสัญญาณบอกว่าใกล้ถึงวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกครั้ง นั่นคือวันเข้าพรรษา ทำให้นึกถึงสิ่งที่อยู่คู่กับวันสำคัญนี้คือ เทียนจำนำพรรษา ซึ่งขาดไม่ได้ ยังเชื่อกันอีกว่าหากจะให้เป็นอานิสงส์ผลบุญมากขึ้นละก็ ต้องเป็นเทียนที่หล่อขึ้นเองด้วย

          การหล่อเทียน เป็นประเพณีเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ที่มีมาแต่โบราณ พิธีหล่อเทียนจัดเป็นงานพระราชกุศลและเป็นงานบุญทั่วไปของชาวบ้านอย่างหนึ่ง โดยจัดขึ้นในเดือนเจ็ดของทุกปีจะกระทำก่อนถึงวันกำหนดวันเข้าพรรษา

          สมัยพุทธกาล พระพุทธองค์เสด็จไปจาริกตามเมืองต่างๆ ของชมพูทวีป เพื่อสั่งสอนหลักธรรมอันประเสริฐโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลายให้พบแสงสว่างแห่งทางพ้นทุกข์ พุทธสาวกทั้งหลายต่างก็สนองพระกรุณาธิคุณด้วยการแยกย้ายกันออกเผยแพร่คำสั่งสอน เพื่อยังประโยชน์สุขของเพื่อนร่วมวัฏสงสารโดยมิได้เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย แม้หนทางจะทุรกันดาร ลำบากตรากตรำเพียงใด หรือแม้ดินฟ้าอากาศที่ไม่เป็นใจในฤดูฝนก็ตาม

          การกระทำนี้ได้สร้างความเสียหายแก่ข้าวกล้า พืชผลในไร่นาที่ถูกเหยียบย่ำโดยไม่เจตนาในระหว่างการเดินทางเผยแพร่สัทธรรม

          พระพุทธองค์จึงทรงมีพุทธบัญญัติ กำหนดให้พระสงฆ์จำพรรษาเป็นหลักแหล่งในระหว่างหน้าฝน โดยเริ่มจำนำพรรษาตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ รวมเวลาก็ประมาณ ๓ เดือนตามจันทรคติ

          ระหว่างจำพรรษาอยู่นี้ พระภิกษุสงฆ์ต้องสวดมนต์ทำวัตรทั้งเช้า และเย็น จึงจำเป็นที่ต้องมีธูปเทียนไว้สำหรับบูชาพระรัตนตรัย อีกทั้งยังได้อาศัยแสงสว่างจากเทียน ศึกษาธรรมะต่างๆ ตลอดพรรษา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงพร้อมใจกันจัดพิธีหล่อเทียนขึ้น เพื่อถวายภิกษุสงฆ์จุดเพื่อประโยชน์ดังกล่าว

          เทียนจำนำพรรษาจึงเป็นเทียนขนาดใหญ่ และยาวเป็นพิเศษ เพื่อให้จุดในโบสถ์บูชาพระรัตนตรัยได้ตลอดพรรษา

          พิธีหล่อเทียนเข้าพรรษาจะเริ่มก่อนวันเข้าพรรษาเล็กน้อย เมื่อหล่อเสร็จจะมีมหรสพสมโภชวันนั้น วันรุ่งขึ้นจึงจัดขบวนแห่นำเทียนไปถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่ง เป็นพุทธบูชาต่อไปเชื่อกันว่าการถวายเทียนพรรษาเป็นกุศลทาน อันเป็นอานิสงส์ด้านการเพิ่มพูนสติปัญญาให้สว่างไสว ส่องนำทางชีวิตให้ไปสู่ความสำเร็จ และเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

          ปีนี้แม่เม้าตั้งใจจะทำกิจอันควรบำเพ็ญของพุทธศาสนิกชน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชาเนื่องในโอกาสวันเข้าพรรษา โดยทำบุญตักบาตร รักษาศีล ร่วมพิธีหล่อเทียนถวายผ้าอาบน้ำฝน หรือที่เรียกว่า ผ้าจำนำพรรษา ฟังเทศน์แล้วก็ปฏิบัติสมาธิเผื่ออานิสงส์ส่งให้มีสติปัญญาดีไม่หลงลืมในยามที่มีอายุร้อยปี ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านนะคะ

          เมื่อพูดถึงเทียนแม่เม้าก็นั่งนึก นอนคิด สงสัยเรื่อยๆ ว่าเทียนนี่นอกจากใช้ประโยชน์ในการจุดให้ได้แสงสว่างสำหรับบูชาพระ ทำงาน อ่านหนังสือ บางทีก็จุดเลยไปถึงบูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แล้วยังจะใช้ทำอะไรได้อีกบ้างหนอ เมื่ออยากรู้ก็ต้องค้นมาเผื่อคุณๆ ที่ใจตรงกับแม่เม้าด้วย

แม่เม้า


6 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          พจนานุกรมระบุว่า เทียนเป็นสิ่งที่ใช้จุดไฟให้เกิดแสงสว่างมักทำด้วยขี้ผึ้งแท้ (ปัจจุบันขี้ผึ้งแท้หายากขึ้น ส่วนใหญ่มักประสมอย่างเดียว) มีขนาดต่างๆกันไป ตั้งแต่เท่านิ้วก้อยไปจนถึงเท่าตัวคน แหม...คนน้ำหนักร้อยขึ้นมิต้องใช้ขี้ผึ้งหมดทั้งโรงงานเลยหรือนี่

          เทียนชนิดแรกที่ขอแนะนำ คือ เทียนชนวน ทุกท่านคงเคยเห็นและเคยใช้กัน ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก ยาวไม่เกินคีบ ปักบนเชิงเทียนอันเล็ก หรือติดปลายไม้ในกรณีจุดในที่ที่สูง เช่น เทียนขนาดใหญ่ หรือเทียนยอดบายศรี เป็นเทียนสำหรับจุดเทียนอื่นๆ อีกต่อหนึ่งหรือส่งให้ผู้เป็นประธานในงานถือ เพื่อจุดเครื่องบูชา เช่น เทียนหรือธูป หน้าที่พระขณะกระทำพิธีทางศาสนา เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ หรือผู้เกี่ยวข้องควรเตรียมธูปเทียนให้อยู่ในภาวะใช้งานได้ สะดวก ติดง่าย และรวดเร็ว อาจจะใช้น้ำมัน ปาล์ม หรือยาหม่อง ชุบปลายไส้เทียน และธูปให้ชุ่ม เวลาประธานในพิธีแตะเทียนชนวนปุ๊บจะได้ติดปั๊บไงคะ เจ้าพนักงานคนไหนลืมหรือไม่เป็นงานละก็ ท่านประธานอาจจะต้องจ่อจนมือหงิกก็เป็นได้ ธูปเทียนก็ไม่ติด ด้วยคุณภาพของเทียนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน เพราะงบน้อยประการหนึ่งและอีกประการหนึ่งคือ เก่าเก็บค้างปีไม่มีโอกาสเหมาะสมที่จะใช้ แม่เม้าว่างบปีนี้หน่วยงานที่บังอาจทำท่านประธานให้เมื่อยมือต้องอดแน่ แถมขั้นก็ไม่ได้อีกกรรมของเวรล่ะงานนี้

          สมัยก่อนไฟฟ้ายังไม่มี พระสงฆ์ที่ดูหนังสือ หรือเทศน์ในยามค่ำคืนจะจุดเทียนข้างๆ ธรรมาสน์ เพื่อให้สะดวกในการปฏิบัติภารกิจ เทียนที่ว่านี้เรียกว่า เทียนดูหนังสือค่ะ ขนาดก็ใหญ่โตพอประมาณในการใช้งาน

          เทียนที่จุดบูชาพระ หรือบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ศาลหลักเมือง ศาลพระพรหม ศาลเพียงตา และพระภูมิเจ้าที่ มีขนาดตั้งแต่เล็กเท่านิ้วก้อยจุดทีละหลายๆ เล่มบนราวเหล็กก็เรียกว่า เทียนราว ถ้าใหญ่ขึ้นมาประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นนิ้ว ยาวเป็นศอกละก็เรียกว่า เทียนบูชา สมัยนี้จำหน่ายหลากหลายสีสัน แถมหล่อเป็นเกลียวสวยงามอีกต่างหาก คนที่ใช้ก็แยกแยะเอาว่า สีเหลืองกับสีขาว น่าจะบูชาพระ สีแดง กับสีชมพูก็บูชาเทพ พรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สุดแท้แต่คนไหนจะชอบอย่างไร

แม่เม้า


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          คราวนี้เป็นเทียนน้ำมนต์บ้างปกติก็จะใช้เทียนแท้ น้ำหนักเทียน ๑ บาท จำนวน ๓ หรือ ๙ เล่มก็ได้เป็นเทียนที่ใช้ติดปากบาตร หรือขันน้ำมนตร์เรียกว่า ขันสาคร ตั้งหน้าที่บูชา ให้พระสงฆ์หยิบออกมาหยดลงในบาตร หรือขันที่ทางเจ้าภาพจัดเตรียมน้ำสะอาดไว้ดังกล่าว ว่ากันว่า น้ำที่จะทำน้ำมนต์ ถ้าเป็นน้ำฝนจะดีที่สุด คงเอาเคล็ดว่าเป็นน้ำที่บริสุทธิ์กว่าน้ำอื่นการผสมน้ำมนต์มีที่น่าสังเกตว่า ควรเติมน้ำมนต์ลงในน้ำเปล่า แทนการน้ำเปล่าเทลงผสมกับน้ำมนต์ การจุดเทียนน้ำมนต์นั้น เจ้าภาพจะลุกไปจุดเทียนน้ำมนต์ด้วยเทียนชนวน เมื่อพระสงฆ์สวดบทมงคลสูตรตอนที่ว่า ‘อเสวนา จ พาลานํ’ (ไม่คบคนพาล) แล้วท่านจะหยดเทียนทำน้ำมนต์ต่อไปจนจบพระคาถา จึงจะดับเทียน

          เทียนประจำกัณฑ์ เป็นเทียนขนาดเล็ก สั้น มีเท่ากับจำนวนคาถา ของแต่ละกัณฑ์ ใช้ในการจุดในการเทศน์มหาชาติ มีทั้งหมดหนึ่งพันเล่มเท่ากับคาถาเวลาที่พระเทศน์ขณะเดินคาถานั้นจะจุดเทียนคาถาละเล่ม จุดไปจนกว่าจะคบหนึ่งพันเล่ม ใครเป็นเจ้าภาพกัณฑ์ไหน ต้องเตรียมเทียนให้ครบตามคาถา เช่น กัณฑ์มัทรีที่เรียกน้ำตาญาติโยมมีทั้งหมด ๙๐ คาถา กัณฑ์ชูชกที่คนฟังพร้อมใจกันเกลียดเข้ากระดูกดำ (เกลียดอีตาชูชกนะคะไม่ได้เกลียดคนเทศน์) มี ๗๙ คาถากัณฑ์ที่มีคาถาน้อยที่สุด และมากที่สุด คือ กัณฑ์ทศพร มี ๑๙ คาถา ทานกัณฑ์ ๒๐๙ คาถาตามลำดับ แม่เม้าฝากบอกสำหรับใครที่คิดรับเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์มหาชาติจะได้ชั่งใจถูก

          ที่บอกต่อๆ กันมาคุณผู้อ่านคงรู้อยู่บ้างบางชนิด แต่เทียนต่อไปนี้น่าสนใจมาก บางท่านอาจจะไม่รู้ว่ามีวิธีใช้และไม่รู้ถึงสรรพคุณ ถ้าอ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มขึ้นเป็นเครื่องประดับสติปัญญา ก็ถือว่าคุ้มแล้วสำหรับผู้เขียนล่ะค่ะ แต่จะได้ผลหรือไม่ แม่เม้าว่าของทุกอย่างจะศักดิ์สิทธิ์ต้องอยู่ที่เจตนาดี กุศลกรรมดีและคนต้องดีด้วยค่ะ

          เทียนตั้งธาตุ เป็นเทียนขี้ผึ้งที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่จะอาบน้ำมนต์เฉพาะตัวเฉพาะกรณีที่สำคัญ ไม่อาบพร้อมหรือร่วมกับคนอื่น สำหรับการอธิษฐานจิตในกรณีพิเศษ ถือว่าเทียนตั้งธาตุเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ การทำเทียนตั้งธาตุที่นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์กันมากในกลุ่มชนส่วนใหญ่คือ เทียนที่หลวงพ่อลา วัดที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นผู้ทำ แม่เม้าไม่รู้จักกับท่านหรอกนะคะ แต่ก็เคยอ่านพบกิตติศัพท์การทำพิธีของท่าน เห็นว่าแปลกดีเลยเอามาเล่าสู่กันฟัง

          หลวงพ่อลา จะนำกระดาษข่อยลงยันต์ และคำอธิษฐานของผู้ประสงค์มาขอให้ทำพิธีม้วนกระดาษข่อยนั้นให้เป็นแท่งยาวแนบกับไส้เทียนและด้ายสายสิญจน์ มีไม้เหลาเล็กๆ ใส่เป็นปีกแกนใน นำขี้ผึ้งหนักสี่บาทมาหุ้มจนมิด ฟั่นเทียนเป็นรูปเรียว ฐานแผ่ตั้งได้ หลวงพ่อจะนำเทียนตั้งธาตุที่เตรียมไว้ ตั้งลงในขันเงิน แล้วจุดไฟให้เจ้าของเทียนอธิษฐานในสิ่งที่ตนปรารถนาอีกครั้งหนึ่งแล้วนำขันเงินที่มีเทียนตั้งธาตุตั้งอยู่ในนั้นลงลอยในถังน้ำใบใหญ่ หลวงพ่อจะนั่งขัดสมาธิบริกรรมคาถาหน้าถัง เทียนนี้จะละลายจากส่วนฐานที่ไม่ได้จุดไปขึ้นมาจนถึงยอดเทียนได้อย่างน่าอัศจรรย์ว่ากันว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เดินทางมาให้หลวงพ่อทำน้ำมนต์เทียนตั้งธาตุอาบกันมาก จึงเชื่อได้ว่าน่าจะมีคนสมปรารถนาในคำอธิษฐานบ้างแน่นอน

          เทียนชนิดสุดท้าย คือ เทียนมงคล มักใช้ในพิธีทำบุญอายุ เมื่อถึงวันเกิด จะใช้เทียนที่มีความยาวเท่ากับความยาววัดรอบศีรษะเจ้าของอายุ ขี้ผึ้งที่ใช้ทำเทียนนี้ต้องหนักแปดบาทไส้ของเทียนมีจำนวนเกินกว่าอายุหนึ่งเส้น (โอ้ย...โย้โหย...คนอายุเกินแปดสิบเวลาทำแต่ละทีขี้ผึ้งแปดบาทจะพอแผ่หุ้มไส้เทียนหรือนี่) ไส้เทียนต้องมีจำนวนคู่ คือไม่เป็นเลขคี่ และต้องนำมาฟั่นเอง

          ในกรณีที่เจ้าตัวมีทรัพย์กับศรัทธาแก่กล้า จะนำเทียนให้สูงกว่าความสูงของตนก็ได้ โดยวัดจากไรผมตรงหน้าผากถึงฝ่าเท้า น้ำหนักของขี้ผึ้งเป็นจำนวนบาทเท่ากับอายุ ขนาดของเทียนจึงใหญ่โตจนต้องใช้ตู้ตรึงกันไม่ให้ล้ม ไม่ให้ดับ เพราะห้ามล้ม ห้ามดับ ต้องจุดไว้ตลอดเวลาจนหมดเล่มไปเอง ถ้าดับก็หมายถึงว่าอายุไม่ยืนยาว

          มีข้อห้ามสำหรับการดับเทียนอยู่อย่างหนึ่ง คือ ถ้าจะดับเทียนให้ใช้มือโบกให้ดับ หรือจะใช้ใบพลูก็ได้ (สำหรับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์) ห้ามใช้ปากเป่าถือว่าไม่คารวะ

          ส่วนเทียนน้ำมนต์นั้นเมื่อพระสงฆ์ทำพิธีจุ่มดับเทียนลงในน้ำมนต์แล้ว ห้ามนำเทียนนั้นมาจุดอีก เพราะถือว่าเป็นการดับทุกข์โศกโรคภัยทั้งปวงไปแล้ว ขืนจุดอีกสิ่งเหล่านั้นจะกลับมาใหม่

          เข้าพรรษานี้ ไปถวายเทียนกันเถอะค่ะ

แม่เม้า


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ขบวนแห่เทียนพรรษา

ที่มารูปภาพ http://www.pantip.com/cafe/gallery/topic/G3661145/G3661145.html


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

เทียนน้ำมนต์ และ ขันสาคร


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

เทียนชนวน


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com