การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

โยคะฝึกจิตพิชิตโรค (เกริ่นนำ/ประวัติ) by ผักหวาน

6 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
15 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#314]

เกริ่นนำ

          ก่อนอื่น คงต้องออกตัวก่อนว่า ชีวิตินี้ไม่เคยใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นนักเขียนเลย แต่ที่ผักหวานนำเรื่องโยคะฝึกจิตพิชิตโรคมานำเสนอให้สมาชิกธรรมะ 5 นาทีได้อ่านกัน ในคอลัมน์สุขภาพกายนี้ เพื่อมุ่งหวังให้สมาชิกทุกท่านมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ด้วยวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน แทนที่จะมารักษาภายหลัง ซึ่งจะสิ้นเปลืองทั้งเวลาและงบประมาณในกระเป๋า ยิ่งช่วงนี้มีคนตกงานเพิ่มขึ้นแถมเศรษฐกิจก็ไม่สู้จะดีนัก

          จุดเริ่มที่ผักหวานหันมาสนใจการออกกำลังกายด้วยโยคะ นั้นเป็นเพราะเมื่อ 3 ปีก่อน (ประมาณปี 2546) ผักหวานมีปัญหาบริเวณช่วงคอ-ไหล่ที่จะเจ็บปวดทุกเช้าหลังตื่นนอน ก็พยายามหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร บางวันตื่นขึ้นมาแล้วไม่สามารถหันหน้าไปทางซ้าย-ขวาได้ ต้องอยู่ในท่าหน้าตรง-เชิดตลอด ดูแล้วเหมือนเป็นคนหยิ่ง รู้สึกทรมาณมากค่ะ พบแพทย์เพื่อรักษาและทานยาแก้อักเสบรวมทั้งใช้วิธีนวด-ประคบ ก็ไม่หาย จนวันหนึ่งเพื่อนมาชวนให้ไปฝึกโยคะด้วย ตอนนั้นก็ตั้งใจว่าจะไปเป็นเพื่อนเท่านั้น ยังไม่อยากฝึก เนื่องจากต้องฝึกทุกวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่อยากพักผ่อนอยู่กับบ้านมากกว่า แต่ความที่ไม่อยากขัดเพื่อนจึงได้ลองไปทดสอบสมรรถภาพก่อนเรียน ผลจากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ เกือบ 3 ปีที่ผักหวานฝึกโยคะ อาการปวดขณะนี้ได้เริ่มทุเลาลงเป็นลำดับ จนเกือบหายสนิท ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผักหวานอยากนำประสบการณ์จากการฝึกโยคะตลอด 3 ปีนี้ มาถ่ายทอดให้สมาชิกได้รับทราบ เพื่อที่สมาชิกท่านใด มีอาการเหมือนผักหวาน จะได้นำไปใช้เพื่อให้หายจากอาการเจ็บปวดบ้างค่ะ นอกเหนือจากประโยชน์ดังกล่าวแล้วสิ่งที่ได้ประโยชน์แถมกลับมาอีกอย่างคือ ทำให้เรามีสติเพิ่มขึ้น เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ทุกท่านต้องติดตามไปเรื่อย ๆ นะคะ

          ก่อนเข้าสู่การฝึกโยคะ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ คงต้องเล่าประวัติความเป็นมาให้ทราบกันก่อน ซึ่งก็ต้องค้นหาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มานำเสนอนะคะ เพราะจนด้วยปัญญาผักหวานจริงๆค่ะ


5 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

กำเนิดโยคะ

 

          โยคะถือกำเนิดที่ประเทศอินเดียเมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้วผู้ที่ปฏิบัติโยคะที่เป็นผู้ชายเรียก yogins or yogîs ส่วนผู้หญิงเรียก yoginîs ส่วนผู้สอนเรียก guru ประเทศตระวันตกได้นำโยคะมาเป็นการออกกำลังกายโดยดัดแปลงจาก หะฐะโยคะ (Hatha-yoga) ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของโยคะ เดิมจะเป็นการฝึกของพวกโยคีและพวกพราหมณ์ ต่อมาโยคะได้พัฒนาผ่านลัทธิทางศาสนาต่างๆไม่ว่าจะเป็นศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พุทธศาสนา ศาสนาเซนในประเทศจีน เป็นต้น ซึ่งเป็นศาสตร์ที่แต่ละศาสนานำมาเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้นๆ ทำให้โยคะแพร่หลายไปทั่วโลก

ความหมายของโยคะ

          โยคะมาจากภาษาสันสกฤต YUJ หมายถึง รวม,เต็ม เป็นการสร้างสมดุลของร่างกาย-จิตใจและจิตวิญญาณ โดยรวมให้เป็นหนึ่งเดียว

          การฝึกโยคะจะประกอบไปด้วยส่วนที่สำคัญ 3 อย่างได้แก่

                    1. การออกกำลังกายหรือการฝึกท่าโยคะ
                    2. การหายใจหรือลมปราณ
                    3. การทำสมาธิ

          การฝึกท่าโยคะจะกระตุ้นอวัยวะและต่อมต่างๆในร่างกายให้ทำงานดีขึ้นสุขภาพจึงดีขึ้น การหายใจเป็นบ่อให้เกิดพลังของชีวิต การควบคุมการหายใจจะทำให้จิตใจและสุขภาพดีขึ้น การฝึกท่าโยคะและการหายใจจะเป็นพื้นฐานในการทำสมาธิ หากสมาชิกธรรมะ5นาทีได้ฝึกทั้งสามอย่าง จะทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรง จิตใจผ่องใสและเข้มแข็ง


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

ชนิดของโยคะ

          1. Raja-Yoga (the royal path of meditation) เป็นโยคะที่เน้นการเข้าฌานเพื่อทำให้เกิดสมาธิ ซึ่งต้องการความสงบทั้งร่างกายและจิตใจ

                    ข้อดีของการฝึกโยคะชนิดนี้คือ ฝึกง่ายมีวิธีปฏิบัติที่แน่นอน เป็นการฝึกแบบวิทยาศาสตร์ ผู้ฝึกจะได้ความสงบและปัญญา

                    ข้อเสียคือ การฝึกจะต้องใช้เวลามากอาจจะทำให้ผู้ฝึกต้องแยกตัวเองออกจากสังคม

          2. Karma-Yoga (the path of self-transcending action) เป็นโยคะที่เกี่ยวข้องกับศาสนามากที่สุด มีการยึดเหนี่ยวพิธีกรรม บวงสรวงเทพเจ้า มีการสวด มีการเข้าฌาณ เทพเจ้าที่บูชาได้แก่ พระวิษณุเป็นต้นข้อดีคือผู้ฝึกจะไม่เห็นแก่ตัว ไม่มีทิฐิ ทำงานบริการได้ดี

          3. Bhakti-Yoga (the path of devotion) เป็นโยคะสำหรับผู้ต้องการเสียสละ

          4. Jnna-Yoga (the path of wisdom) เป็นโยคะแห่งปัญญา เน้นเรื่องความจริง Reality เป็นหนึ่ง โลกที่เราคุ้นเคยมักจะมีภาพลวงตา เช่นการเห็นเชือกเป็นงู การที่จะทราบ จำเป็นต้องเพ่งพินิจ การที่เราเห็นผิดเป็นชอบเรียกมายา(maya)หรือหลงผิด การแก้การหลงผิดสามารถทำได้โดยการปลีกวิเวก (viveka) เมื่อรู้ว่าอะไรไม่จริงก็สละสิ่งนั้นทิ้งเสีย

          5. Tantra-Yoga (which includes Kundalin?-Yoga) เป็นโยคะที่รวมหลายชนิดของโยคะมารวมกัน Tantra-yoga สอนให้รู้จักด้านมืดของชีวิต เน้นพิธีการบวงสรวง เน้นการเข้าฌานเพื่อปลุกพลังภายในร่างกาย Tantra-yoga เน้นการประสานกายและพลังจิต

          6. Mantra-Yoga (the path of transformative sound) เป็นโยคะที่ไม่ซับซ้อน เน้นการสวดภาวนาและกล่าวคำว่า โอม

          7. Hutha - Yoga (the forceful path of physical self-transformation) จุดประสงค์โยคะนี้เป็นการเตรียมร่างกายเพื่อให้มีพลังที่จะบรรลุสู่ความสำเร็จ จะต้องประกอบด้วยการออกกำลังและฝึกลมปราณ การฝึกโยคะนี้จะทำให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง อดทนต่อความหิว ร้อน หรือหนาว เมื่อร่างกายและจิตใจแข็งแรงก็ทำให้ผู้ฝึกเข้าถึงสมาธิฌานได้ง่าย

          8. โยคะร้อน (Bikram Yoga) เป็นการออกกำลังกายอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งจะผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่ง สมดุล สมาธิ และ การกำหนดลมหายใจ รวมถึงช่วยยืดหยุ่น และสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อในร่างกาย นอกจากนี้โยคะร้อนยังช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของอวัยวะในร่างกาย ให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงได้ดีขึ้น และเนื่องจากเป็นการออกกำลังกายในห้องร้อน จึงให้ผลพลอยได้ ที่ถูกใจสาว ๆ ส่วนใหญ่ นั่นคือช่วยลดน้ำหนัก

          โยคะร้อน จะประกอบด้วย 26 ท่า โดยคัดเลือกมาจากท่าโยคะต่างๆหลายร้อยท่า แต่มีลักษณะพิเศษกว่าโยคะประเภทอื่นตรงที่แต่ละท่านั้นสามารถบริหารได้ทุกสัดส่วนของร่างกายเช่น มีการยืดเหยียดไปทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังสลับกัน ที่สำคัญคือ การเล่นในห้องที่มีอุณหภูมิสูงใกล้เคียงกับอุณหภูมิภายในร่างกายประมาณ 36-40 องศาเซลเซียส สำหรับในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนิยมตั้งอุณหภูมิในการออกกำลังกายอยู่ที่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศของแต่ละประเทศรวมทั้งความพอใจของแต่ละผู้เล่นด้วย


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          จะเห็นว่า โยคะที่ฝึกกันนั้นมีหลากหลายแบบ ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่ที่ผักหวานจะนำเสนอคือ ประเภทที่ 7 Hutha – Yoga (หะฐะโยคะ) ซึ่งหลักสำคัญของวิชาหะฐะโยคะ คือ การกำหนดจิต หรือส่งกระแสจิตไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทุกแห่ง จนสามารถบังคับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ และต้องอาศัยเวลาและความอดทน ส่วนประกอบของหะฐะโยคะ มี 2 ส่วนคือ ปราณ และอาสนะ ซึ่งคราวหน้า ผักหวานจะมานำเสนอต่อนะคะ

แหล่งอ้างอิง :

1. http://www.thaisingleparent.com/new/Templates/Content%20004.htm

2. http://www.siamhealth.net/alter/yoga/intro.htm

3. http://www.meechaithailand.com/ver1/?module=2&action=view&type=8&id=21


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

เมื่อปี 2548 ผักหวานมีโอกาสได้ไปดูการฝึกโยคะที่อินเดีย ซึ่งในขณะนั้น ครูฝึกกำลังแสดงท่าศีรษะอาสนะให้ศิษย์ดู ผู้ที่จะฝึกท่านี้ได้ จะต้องมีความชำนาญเป็นอย่างดี มิฉะนั้นอาจเกิดโทษได้ค่ะ


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

จังหวะที่ 2 ของท่าศีรษะอาสนะ


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com