
ไปนมัสการสังเวชนียสถานที่อินเดีย (6)
สวนป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ในวันนี้ผิดแผกจากเมื่อครั้งก่อนที่ภูเตศวรมาเยือน ด้วยรัฐบาลอินเดียได้งบอุดหนุนจากนานาประเทศเป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้นเราจะเห็นคนงานแขกที่กำลังบูรณะปรับปรุงโบราณสถาน อีกทั้งถนนหนทางต่าง ๆ ในบริเวณกันวุ่นวาย
ด้วยเวลาที่เหลือมีมากพอประมาณ ชาวคณะศรัทธาจึงมีโอกาสถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก พร้อมฟังบรรยายให้ความรู้จากพระวิทยากรอย่างเต็มอิ่ม
สารนาถ คือเมืองที่อยู่ในแคว้นพาราณสี คำว่าพาราณสีนี้ถ้าใครเป็นนักฟังนักอ่านชาดกจะคุ้นหูที่สุด เพราะเมืองพาราณสีในอดีตกาลเป็นเสมือนสนามทดสอบ ‘พระโพธิสัตว์’ หรือผู้ที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเสมอมา ฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าเมื่อใดที่กล่าวถึงพระโพธิสัตว์ในชาดกจะมีขึ้นต้นด้วย พระเจ้าพรหมทัตในเมืองพาราณสีทุกครา
เหตุเพราะดินแดนแห่งนี้เป็นศูนย์รวมแห่งความรู้และเจ้าลัทธิต่าง ๆ และผู้มีบุญญาธิการเท่านั้นจะได้เป็นกษัตริย์ครองเมืองนี้
ส่วน...พระเจ้าพรหมทัตเป็นสมัญญานามของกษัตริย์ทุก ๆ องค์ ที่ครองแคว้นพาราณสี ฉะนั้นที่เราพบเห็นในชาดกจึงมิใช่พระเจ้าพรหมทัตองค์เดียวกันทั้งหมด
ไหน ๆ ก็เขียนมาถึงนี่แล้ว ขอโม้ต่อเรื่องพาราณสีอีกหน่อย เมืองพาราณสีนั้นมีชื่ออีกชื่อว่า ‘กาสี’ หรือแคว้นกาสี ดังจะเห็นว่าเมื่อครั้งพุทธกาลยามใดที่เอ่ยถึงผ้าไหมชั้นดีมักจะอ้างถึง ‘ผ้ากาสี’ เสมอ แม้แต่ในปัจจุบันเมืองพาราณสีก็ยังถือเป็นเมืองที่ผลิตผ้าชั้นดีมีชื่อ เป็นสินค้าอันดับหนึ่งของอินเดียอย่างไม่เสื่อมคลาย

จากเส้นทางระหว่างพุทธคยาสถานที่ที่พระบรมศาสดาทรงบรรลุธรรม มายังสารนาถที่ทรงเสด็จดำเนินโดยพระบาท มีเรื่องราวสำคัญบันทึกในพุทธประวัติที่สำคัญอยู่ประการหนึ่งคือ เรื่องของ ‘อุปกาชีวก’
อุปกาชีวก หรือ อาชีวกอุปกะ ถือเป็นนักปรัชญาเมธี ที่มีชื่อเสียงมากผู้หนึ่งในสมัยนั้น และได้พบกับพระพุทธองค์ในเวลาที่ทรงเสด็จมาเพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ทั้งห้าระหว่างทาง และเพราะรัศมีแห่งพระตถาคตเจ้าที่เปล่งฉัพพรรณรังสีงดงามออกมา ทำให้อุปกาชีวกทูลถามในคราแรกที่พบ
“ผิวพรรณท่านผ่องใสนัก ท่านบวชในสำนักของใครหรือ?”
พระพุทธองค์ทรงตรัสตอบว่า “เราเป็นผู้ครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด เป็นผู้รู้จบหมดไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งทั้งปวง เราหลุดพ้นแล้วด้วยธรรมอันเป็นที่สุดของตัณหา ดังนี้แล้วจะพึงอ้างใครเป็นศาสดาของเรา เพราะเราเป็นอรหันต์ในโลก เราเป็นครูที่ไม่มีใครยิ่งกว่า”
พระตถาคตเจ้ายังตรัสต่ออีกว่า “เราไปแคว้นกาสีเพื่อเทศนาธรรมจักกับปปวัตนสูตรสอนปัญจวัคคีย์”
ฝ่ายอุปกาชีวกได้ยินเยี่ยงนั้นก็นึกดูหมิ่นในใจว่า สมณะผู้นี้พูดจาอวดดีลบหลู่ครูบาอาจารย์ของตนเอง จึงกล่าวว่า
“ที่ท่านกล่าวมานี้ก็น่าฟังอยู่ แต่จะเป็นไปได้หรือที่คนเราจะรู้อะไรได้หมดจดโดยไม่พึ่งพาครูบาอาจารย์ ท่านจะสามารถเป็นพระอนันตชนะอย่างที่ท่านปฏิบัตินั้นเชียวรึ?” อุปกาชีวกหัวเราะเยาะพร้อมกับหลบเล้นเดินหลีกไป

เรื่องของอุปกาชีวกยังมีเล่าต่อไปอีกว่า หลังจากพบพระพุทธเจ้าแล้วก็ออกเดินทางทำความเพียรต่อ กาลต่อมาเมื่อออกภิกขาจารได้พบหญิงงามลูกสาวชาวป่าก็เกิดหลงรัก ตัดสินใจละเพศบวชมาครองเรือนจนมีบุตร แต่ก็ถูกภรรยาดุด่าว่ากล่าวอยู่เสมอ ท้ายสุดก็สำนึกเสียใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีคนบูชากราบไหว้ยกย่องนับถือ บัดนี้เราไม่เหลือเกียรติยศอันใดอีก มิหนำซ้ำยังถูกภรรยาดุด่าดูหมิ่นเหยียดหยามอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน...อุปกาชีวกจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านมา
ด้วยบุญบารมีที่อุปกาชีวกมีอยู่ทำให้หวนรำลึกถึงพระพุทธเจ้าเมื่อคราที่พบเห็นระหว่างทางพุทธคยาไปสู่สารนาถ จึงดั้นด้นตามหาพระบรมศาสดา ที่สุดจึงพบพระพุทธองค์ที่วัดเชตุวันมหาวิหาร
พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนว่า... “ดูก่อนอุปกาชีวก ความทุกข์ทั้งมวลมีมูลรากมาจากตัณหาอุปาทาน จากความทะยานดิ้นรนและความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเราของเรา รวมถึงความเพลินใจในอารมณ์ต่าง ๆ อะไรที่เราเข้าไปเกาะเกี่ยวยึดถือไว้ที่จะไม่ก่อทุกข์ให้เป็นไม่มี...เมื่อบุคคลใดเห็นสักแต่ว่าเห็น ฟังสักแต่ว่าได้ฟัง รู้เพียงแต่ว่าได้รู้ เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งใดก็ไม่หลงใหลมัวเมา เมื่อนั้นจิตก็จะว่างจากการยึดถือ ปลอดโปร่งแจ่มใสเบิกบาน”
พระบรมศาสดายังตรัสสอนอุปกาชีวกต่อไปอีก “ดูก่อนอุปกาชีวก เธอจงมองโลกนี้โดยความเป็นของว่างเปล่าอย่างมีสติอยู่ทุกเมื่อ ถอนอัตตานุทิฐิ คือความยึดมั่นถือมั่นเรื่องตัวตนเสียด้วยประการฉะนี้ เธอจะเบาสบายคลายทุกข์ คลายกังวล ไม่มีความสุขใดยิ่งกว่าการปล่อยวาง และการสำรวมตนอยู่ในธรรม”
ด้วยธรรมเทศนาสั้น ๆ แห่งพระบรมศาสดา ในที่สุดอุปกาชีวกก็สามารถบรรลุธรรมขั้นอนาคามีผลในกาลนั้น!

เอาละครับได้ธรรมะสอดแทรกพอหอมปากหอมคอ เรามายังสวนกวางสารนาถที่กำลังเหยียบยืนกันอีกครั้ง จากเสาหินพระเจ้าอโศกที่ยังพอเห็นร่องรอยมาถึงจุดที่พระพุทธองค์ทรงโปรด พระยะสะกุลบุตร เจ้าของวาทะที่ว่า... ‘ที่นี่วุ่นวายหนอ...ที่นี่ขัดข้องหนอ’ ซึ่งพระบรมศาสดาทรงประทับอยู่ ณ บริเวณนั้น ทรงทอดพระเนตรเห็นพระยะสะเดินบ่นงึมงำ ๆ อย่างนั้น จึงทรงตรัสเรียก
“ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง ยะสะ ที่นี่จะรักษาความวุ่นวายใจ ยะสะจงมาหาเรา”
เมื่อพระยะสะกุลบุตร ซึ่งเป็นลูกชายของเศรษฐีใหญ่ได้พบพระบรมศาสดา เพราะหนีออกจากบ้านด้วยปัญหาขัดข้องวุ่นวาย ได้ฟังพระธรรมเทศนาก็สามารถบรรลุธรรมในครานั้น

เรามาถึงธรรมเมกสถูปใหญ่ ในยามแสงแห่งทิวากาลใกล้ลับฟ้า ทุกชีวิตในธรรมทัวร์ได้นั่งรายล้อมพร้อมสวดมนต์ทำวัตรเย็น ขอบฟ้าเริ่มสลัว หากพวกเราสว่างด้วยความเคารพศรัทธา...สว่างด้วยปีติอันแผ่ซ่านอยู่ในกายใจอย่างยิ่ง
ณ...มหาสถูปใหญ่ จุดกำเนิดแห่งธรรมจักกัปปวัตนสูตร การขับเคลื่อนกงล้อพระธรรมจักร อุบัติขึ้นที่นี่ เสียงสวดมนต์ของเรากว่าสี่สิบชีวิตดังก้องกังวานไปทั่วอาณาบริเวณ เหมือนประกาศคุณพระรัตนตรัยต่อสรรพสัตว์ทั้งปวงได้โมทนากับผลบุญราศีครั้งนี้!
สวดมนต์เสร็จ...เรานั่งสมาธิกันตรงนั้นนานกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนที่หลวงปู่เสน ปัญญาธโร จะนำทั้งพระทั้งโยมเดินประทักษิณรอบธรรมเมกสถูปสามรอบ เพื่อแสดงความเคารพ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆะรัตนะ ที่เป็นดวงแก้วสามประการที่ได้อุบัติขึ้นครบเป็นครั้งแรก ณ ที่แห่งนี้
เพราะพระโกณฑัญญะ หัวหน้าปัญจวัคคีย์สามารถบรรลุโสดาบัน และได้รับอุปสมบทเป็นพระภิกษุด้วย เอหิภิกษุอุปสัมปทา เป็นพุทธสาวกองค์แรกในพระศาสนา ณ ที่ตรงนี้

ออกจากธรรมเมกสถูปสวนอิสิปตนมฤคทายวันเมื่อตะวันลับฟ้า หัวหน้าทัวร์นำไปรับประทานอาหารมื้อเย็นที่ร้านอาหาร ส่วนครูบาอาจารย์ก็น้ำปานะตามสูตรเดิม ก่อนเคลื่อนพลเข้าวัดไทยสารนาถในเวลาต่อมา
หลังจากคณะเข้าห้องพักครบถ้วน คุณน้อยหน่าได้มาปรึกษาเรื่องทอดผ้าป่าฯ ควรจัดการเสียแต่วันนี้จะได้ไม่ต้องกังวลในวันพรุ่ง เพราะมีอีกหลายรายการต้องทำซึ่งเราเห็นพ้องต้องกัน
ด้วยเหตุที่วัดนี้กำลังสร้างพระพุทธรูปหินทรายองค์ใหญ่ และมีผู้ศรัทธาบริจาคผ่านขวัญเรือนมาจำนวนหนึ่ง ทำให้ยอดผ้าป่ามีมากถึง 154,931.- บาท แบ่งเป็นรายการได้ดังนี้
ค่าหินทรายสร้างพระ__________100,200.- บาท
ผ้าป่าฯ__________________ 30,971.- บาท
ค่าธรณีสงฆ์ _______________18,760.- บาท
ถวายพระสงฆ์ _______________5,000.- บาท
รวม ___________________154,931.- บาท
เสร็จจากทอดผ้าป่าฯ และสงฆ์อนุโมทนาคาถาแล้ว เราต่างแยกย้ายกันพักผ่อน ด้วยพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปแม่น้ำพระคงคามหานที มีเรื่องราวมากมายให้เราได้ศึกษาที่นั่น แต่คงต้องยกยอดไปฉบับหน้าแล้วละครับ เพราะหน้ากระดาษหมดครบโควต้า จึงต้องพบกันปักษ์หน้าครับกระผม
สวัสดีครับ!
--------------------------------

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com