ไปนมัสการสังเวชนียส...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ไปนมัสการสังเวชนียสถานที่อินเดีย (7)

5 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
8 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#10]

ไปนมัสการสังเวชนียสถานที่อินเดีย (7)

          คณะผู้แสวงบุญถูกปลุกให้ลุกจากที่นอนอันแสนสุขในวัดไทยสารนาถตั้งแต่ตีสี่ ทำธุระส่วนตัวเสร็จตบท้ายด้วยอาหารเช้าประเภทน้ำชากาแฟเรียบร้อย ก็ไปพร้อมหน้ากันบนรถบัสทั้งสองคันสำหรับมุ่งหน้าสู่แม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดีย

          คณะครูบาอาจารย์กับผู้แสวงบุญถึงท่าน้ำเวลาประมาณตีห้าเศษ ๆ โดยต้องเดินเท้าจากถนนใหญ่เข้ามาเป็นกิโลเมตร ด้วยทางที่ไปท่าน้ำคับแคบมากมายด้วยผู้คนชนชาวภารตะที่ตื่นแต่เช้ามืดพากันมุ่งหน้าสู่แม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ บวกกับสองข้างทางเป็นร้านค้าเหมือนตลาดสดยามเช้าบ้านเราที่ขายของทุกประเภท แถมท้ายด้วยยังมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเดินเพ่นพ่านอยู่ทั่วไป สัตว์อย่างว่าคือ ‘วัว’ ไงครับ

          พวกเรายืนออกันอยู่ตรงท่าน้ำที่ทำเป็นบันไดคอนกรีตท่ามกลางอากาศหนาวเย็นทั้ง ๆ ที่ล่วงเลยเข้าเดือนมีนาคมแล้ว

          รอกันหลายนาทีจนขอบฟ้าเริ่มเรื่อเรืองขึ้น คณะแสวงบุญกว่าสี่สิบชีวิตจึงทยอยขึ้นเรือลำใหญ่แยกเป็นสองลำ แล่นออกสู่แม่น้ำพระคงคา...แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

          ชาวฮินดูส่วนใหญ่ในหนึ่งวันอาบน้ำหนเดียวในยามเช้า โดยเฉพาะผู้คนที่อยู่แถบริมแม่น้ำคงคา การอาบน้ำในยามเช้าของคนอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูทั้งหลายมีเหตุผลสองประการ

          หนึ่งคือการชำระร่างกายอันเป็นกิจประจำสำหรับการทำความสะอาดภายนอก หากยังถือเป็นน้ำที่ ‘แม่’ หรือ ‘มาตา’ ที่หมายถึงพระแม่คงคาประทานให้อาบและดื่ม ถือเป็นการล้างบาปไปด้วย

          สอง...อาบในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น เป็นการบูชาพระสุริยเทพ

          ดังนั้น ในเวลาที่เราขึ้นเรือและแล่นไปช้า ๆ เพื่อชมดูชีวิตของผู้คนในเมืองพาราณสีริมฝั่งแม่น้ำพระคงคายามแสงสุริยาเริ่มพ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก เราจะได้ยินเสียงเคาะระฆัง...สั่นกระดิ่ง กังวานขึ้น ผู้คนที่ยืนอยู่ริมแม่น้ำก็จะเดินลงหรือกระโจนลงสู่ผืนน้ำ ทั้งอาบทั้งดื่มและบรรจุลงภาชนะนำกลับไปให้ญาติมิตรที่บ้านอีกด้วย

          แม่น้ำคงคาสายนี้เป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญยิ่งของอินเดีย โดยเฉพาะที่พาราณสีนี้เป็นแหล่งชุมนุมของเหล่านักบวชหลากลัทธิ ทั้งฤๅษี...สาธุ ต่างมาชุมนุมกันตามริมแม่น้ำเพื่อประกาศคุณสมบัติของตน


4 ตอบกลับทั้งหมด
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          น้ำในแม่น้ำคงคาถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากสวรรค์ ไหลมาจากพระเศียรของพระมหาศิวะผู้เป็นใหญ่ในสามโลก ซึ่งชาวฮินดูสามารถใช้อาบ ใช้ดื่มกินได้อย่างสนิทใจ

          เรือใหญ่ที่มีเครื่องยนต์พ่นควันดำปี๋ พาเราออกไปกลางลำน้ำหยุดนิ่งลง จากนั้นทุกคนในคณะผู้แสวงบุญจึงนำกระทงเล็ก ๆ ที่ได้รับแจกจากหัวหน้าทัวร์ มาจุดเทียนอธิษฐานก่อนลอยลงสู่แม่น้ำคงคา...อันเป็นจุดเริ่มต้นกำเนิดความเชื่อที่คนบ้านเรารู้จักดีกับประเพณีงานวันลอยกระทงในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง

          จุดประทีป...ประดับดอกไม้ บูชาพระแม่คงคา

          ถือเป็นการลอยเคราะห์ลอยบาป มีจุดกำเนิดขึ้นที่นี่ ก่อนจะแพร่ไปยังแผ่นดินสุโขทัยสู่ปัจจุบัน!

          การมาเยือนแม่น้ำคงคาอาจพบเห็นอะไรต่อมิอะไรมากมายก็ตาม หากสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ‘มรณานุสติ’ อันเป็นธรรมะข้อสำคัญสำหรับชาวพุทธที่ควรนำไปพิจารณาอย่างยิ่ง


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          แม่น้ำทั่วไปให้ความอุดมสมบูรณ์ ให้ชีวิตแก่พืชพันธุ์ธัญญาหารสำหรับสรรพสัตว์ หากแม่น้ำคงคามหานทีของอินเดียไม่เพียงให้สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้น ยังเป็นศูนย์รวมแห่งความเชื่อ เป็นสุสานใหญ่สำหรับซากสังขารมนุษย์ของชาวฮินดูอีกด้วย

          เรือลำใหญ่พาเราแล่นชมชีวิตยามเช้าริมฝั่งคงคามหานที วกกลับแล่นทวนกระแสน้ำเพื่อชมจุดที่ชาวฮินดูเผาศพ ณ จุดนั้นคือท่าเผาศพที่มีมายาวนานนับพันปี ว่ากันว่าไฟตรงนี้ที่ใช้ชำระศพไม่เคยดับมาเป็นพันปีแล้ว

          ท่าน้ำแห่งนั้นเต็มไปด้วยกองฟืนสูงท่วมหัวรายเรียงอยู่เต็มไปหมด แม้เรือจะอยู่ห่างจากฝั่งพอควร แต่ยังสามารถมองเห็นศพที่รอเผาอยู่หลายศพชัดเจน ลักษณะศพจะถูกห่อหุ้มด้วยผ้าและผูกติดกับแคร่ไม้ไผ่ เป็นแคร่ที่ใช้หามศพมายังที่เผานี่แหละ

          พิธีเผาศพของฮินดูเรียบง่าย เผาด้วยการใช้ฟืนกองขึ้นเป็นเชิงตะกอน เอาศพจุ่มในแม่น้ำคงคาเป็นการชำระบาป...วางศพบนเชิงตะกอนแล้วจุดไฟ พอมอดก็กวาดลงแม่น้ำเป็นเสร็จพิธี

          พระวิทยากรของเราถือโอกาสอธิบายความรู้ต่าง ๆ มากมายให้ครูบาอาจารย์กับคณะศรัทธาฟัง

          ศพที่ห่อผ้าสีพื้น...เป็นศพผู้ชาย

          ถ้าผ้าห่อศพเป็นลายดอกไม้หรือสีสันงดงามลานตา จะเป็นศพผู้หญิง


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          ฮินดูมีข้อห้ามหรือข้อยกเว้นสำหรับศพ 5 ประเภทที่ห้ามเผาก็คือ...ศพเด็กหนึ่ง ศพสาวพรหมจรรย์หนึ่ง ศพคนถูกงูกัด ศพคนถูกฟ้าผ่าหนึ่ง สุดท้ายคือศพนักบวช

          ศพห้าประการนี้จะต้องถูกถ่วงน้ำ ทำให้นึกย้อนถึงงานศพในบ้านเรา ที่กำลังครึกโครมค่าใช้จ่ายมโหฬารบานตะเกียงเข้าตำรา ‘คนตายขายคนเป็น’ เสร็จงานคนอยู่หลังเป็นหนี้หัวโต

          สำหรับฮินดูชน คนตายปุ๊บก็ห่อด้วยผ้าเอาไม้ไผ่มาทำเป็นแคร่เล็ก ๆ หามมาวางไว้ข้างแม่น้ำ เอาศพจุ่มน้ำชำระบาป เผาบนกองฟืนเสร็จกวาดลงแม่น้ำ จากนั้นบ้านใครบ้านมัน ไม่มีฆ่าสัตว์หาเหล้ายามาเลี้ยงเหมือนบ้านเราหรอกครับ

          คนอินเดียได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่อยู่กับธรรมชาติและวางเฉยต่อความตายได้ดียิ่ง... เป็นที่รู้กันว่า ‘ความตาย’ หรือ ‘การตาย’ เป็นเรื่องปกติธรรมของชาวฮินดู เพราะเหนือความตายเป็นการก้าวสู่ชีวิตใหม่คล้าย ๆ กับความเชื่อของชาวพุทธ หากแต่เป็นเพราะความต้องการหรือตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าที่เขาเหล่านั้นนับถือกราบไหว้ ส่วนพุทธศาสนาสอนให้เรามองความตายเป็นเรื่องอนิจจัง เป็นอนัตตา เป็นเรื่องที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงพ้น

          นั่นคือที่มาของคำว่า ‘มรณานุสติ’ คือการรำลึกถึงความตาย เอาความตายมาสอนตนให้เกิดปัญญาธรรม...

          รู้ว่าต้องตาย...เมื่อตายก็ต้องทิ้งทุกสิ่งอันเอาไว้ในโลก และแบกไปด้วยไม่ได้

          รู้อย่างนี้แล้วจะโลภ...จะหลงอะไรในทรัพย์สินสมบัติโลกอันเป็นของอนิจจังนั้นทำไมนักหนา?

          ถ้าเรารู้จักการยกมรณาขึ้นมาพิจารณาอยู่เสมอ ๆ จิตจะเข้าใจสิ่งอันเป็นธรรมชาตินี้ และสามารถปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของตนลงได้ในที่สุด!


ตอบ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

          การเลิกยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของตน... ตัวกูของกูถือเป็นการสามารถละ ‘สักกายทิฐิ’ อันเป็นภูมิธรรมข้อหนึ่งของผู้สำเร็จ ‘โสดาบัน’ เป็นผู้ที่มีดวงตาเห็นธรรมพร้อมก้าวสู่พระนิพพานได้ในเวลาอันใกล้แล้ว

          จากจุดที่ชาวฮินดูใช้เป็นที่เผาศพ เรือลำใหญ่ได้พาคณะผู้แสวงบุญคืนสู่ท่าน้ำ วันนี้เราได้ทั้งความรู้ตื่นตาตื่นใจกับชีวิตริมแม่น้ำคงคา ได้สัมผัสกับมรณานุสติอย่างชัดเจนด้วยตาของแต่ละคนด้วยตนเอง

          ขึ้นจากท่าน้ำ หัวหน้าทัวร์จัดการเช่ารถสามล้อถีบชนิดเดียวกับที่เราเห็นที่จังหวัดนนทบุรีกับแถวถิ่นทางภาคอีสาน ให้ทุกคนในคณะนั่งกลับไปยังจุดที่รถบัสจอดรออยู่... เรียกว่าสนุกกันไปอีกแบบครับ

          วันนี้...พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ได้ฉันภัตตาหารเพล ญาติโยมรับประทานอาหารมื้อกลางวันที่วัดไทยสารนาถก่อนขึ้นรถบัสมุ่งหน้าสู่วัดไทยกุสินารา ในเวลาหลังเที่ยงซึ่งคาดว่าเราจะถึงที่นั่นในเวลาพลบค่ำพอดี...

          มีเรื่องราวอีกมากมายเกี่ยวกับวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เล่าให้ฟัง มีสิ่งอันเป็นเรื่องราวแห่งพุทธประวัติที่กุสินาราอันเป็นสังเวชนียสถานแห่งการดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารอคอยอยู่ที่นั่น แต่เสียดายที่เวลากับหน้ากระดาษหมดลงพอดีครับ

          ก็เลยต้องขอลาท่านทั้งหลายด้วยประโยคที่ว่า...มะระณะ ธัมโมมหิ มะระณัง อะนะติโต...ที่แปลว่า เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้ เอาไว้สอนใจตนอยู่เสมอ ๆ เถอะครับ!


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com