การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

จดหมายฉบับที่ 6 (ตอนที่ 7) by นมัสการภันเต

2 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
23 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#148]

จดหมายฉบับที่ 6 (ตอนที่ 7)

          เรืออาบังที่พาเราแล่นชมริมแม่น้ำ...วกกลับขึ้นมาด้วยการแล่นทวนกระแสน้ำ...เพื่อชมจุดที่ชาวฮินดูเผาศพ...ณ จุดนั้นมีควันไฟลอยเป็นสายมาตั้งแต่ต้น...และเมื่อตอนที่เรือแล่นมาถึงไฟก็ยังลุกโชนอยู่

          ตรงท่าน้ำแห่งนั้นเต็มไปด้วยกองฟืนสูงท่วมหัววางรายเรียงเต็มไปหมด...แม้เรือจะอยู่ห่างฝั่งพอสมควร แต่ยังสามารถมองเห็นศพที่รอเผาอยู่หลายศพได้ถนัดตา...ลักษณะของศพจะถูกห่อหุ้มด้วยผ้าและผูกติดกับแคร่ไม้แบบราวกระไดไม้ไผ่บ้านเรา...แคร่แบบนั้นจะมีอาไว้สำหรับแบกศพมายังที่เผา...

          พิธีเผาศพของฮินดูเรียบง่าย...เผาด้วยการเอาฟืนกองขึ้นเป็นเชิงตะกอน เอาศพวางข้างบนแล้วจุดไฟ...พอมอดก็กวาดลงแม่น้ำคงคาหรือแม่น้ำสายอื่น สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางหรือนำศพมาถึงที่นี่ได้...

          เห็นพิธีเผาศพของฮินดูแล้ว นึกถึงบ้านเราปีหนึ่ง ๆ ใช้ไม้ทำโลงศพและเผาไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ งานศพแต่ละงานสูญเสียเงินทองไปมากมายก่ายกอง อินเดียไม่มีโลง...อย่างที่บอกตายแล้วเอาผ้าห่อศพ...ทำแคร่ เล็ก ๆ แบบกระไดโดยใช้ไม้ไผ่สด ๆ แบกศพเทิ่ง ๆ มาเผา...เผาเสร็จกวาดลงแม่น้ำ...

          ใครที่อยู่อินเดียนาน ๆ โดยเฉพาะที่พาราณสีจะเห็นภาพ ‘ความตาย’ บ่อยที่สุด...ถ้ารู้จักการพิจารณา จะเห็น ‘มรณานุสสติ’ ได้อย่างชัดเจน...บางคาบบางคราคุณนั่งอยู่บนรถโดยสารอยู่ดี ๆ อาจมีอาบังแบกศพมานั่ง ข้าง ๆ คุณอย่างหน้าตาเฉย

          ...มิหนำซ้ำ เวลารถแล่นแล้วเกิดโยกจนศพโอนเอนไปมา...

          คุณยังต้องช่วยประคองศพเอาไว้อีกต่างหาก...

          รถเมล์แขกเสียคนละสองรูปี...ต่อคน...ค่าโดยสารนี้ไม่เว้นแม้แต่คนตาย คนเป็นจ่ายสองรูปี...ศพก็ต้องจ่ายสองรูปีเหมือนกันนะนายจ๋า...แต่คนเป็นต้องจ่ายแทนเพราะขืนศพลุกขึ้นมาจ่ายเอง มีหวังรถโดยสารแตก...

          การแบกศพไปที่เผาศพของเหล่าอาบัง ก็ไม่มีพิธีรีตองอะไรแบบบ้านเรา...ไม่มีพระสงฆ์องค์เจ้าจูงสายสิญจน์นำหน้า...ไม่มีขบวนแห่เป่าแตรให้ปวดหู...

          ...มีคนแบกสองคนก็เหลือจะพอ...แต่ส่วนใหญ่มีสี่คน

          ถ้าไปอินเดียแล้วเกิดเห็นอาบังสี่หน่อแบกกระไดไม้ไผ่มีห่อผ้ายาวมัดต่อกระได...แล้วร้องคำว่า...

          … “ราม ๆ...สัจจะแฮ...ราม ๆ สัจจะแฮ” ไปเรื่อย ๆ ล่ะก็ อย่าคิดไปเป็นอื่นว่าอาบังนั่นกำลังหอบอะไรไปขายที่ไหน...ให้รู้ไว้อย่างเดียว... ‘ศพจ้าศพ...’

          บางคนอาจจะถามว่า...ศพถูกห่อผ้าไว้อย่างนั้นแล้วจะรู้ได้ยังไงว่า คนตายเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย...คำตอบง่ายนิดเดียว...

          ...ถ้าผ้าที่ห่อเป็นสีขาวหรือสีพื้น...เป็นผู้ชาย...

          ถ้าผ้าห่อศพเป็นลายดอกสวยงามมีสีสันลานตา...เป็นผู้หญิงจ้ะ!

          ฮินดูมีข้อยกเว้นกับศพที่ถูกห้ามนำมาเผา 5 ประการคือ...

          ศพเด็กหนึ่ง...ศพสาวพรหมจรรย์หนึ่ง ศพคนถูกงูกัดหนึ่ง ศพคนที่ถูกฟ้าผ่าตายหนึ่ง...สุดท้ายคือศพนักบวช...

          ศพทั้งห้าประการต้องเอาหินผูกถ่วงน้ำ...

          “อยู่อินเดียต้องรีบแต่งงาน...” เจ๊ทมของไอ้ยอดกระชุ่นข้างหูเรา...

          “ทำไม?” เราย้อนถาม...

          “กลัวถูกถ่วงน้ำ...มันบ่งาม...” คุณนายให้เหตุผลน่าฟัง “หยั่งแม่หนูอี๊ดต้องใช้ก้อนหินถ่วงซักรถกระบะ...ไม่งั้นฟูเวลาขึ้นอืด...”

          “แม้วก็เหมือนกัน...” เราแถมท้ายให้คุณนายอยากรู้บ้าง

          “ทำไม?” บ้านนี้พอสงสัยก็ถามสไตล์คล้าย ๆ กัน

          “อยู่อินเดียมีหวังถูกถ่วงน้ำเหมือนกัน...เพราะตั้งใจจะเป็นนักบวช...” เราบอกกับมาตาพวกไอ้สามหนังถึงเหตุผลนั้นโดยไม่ต้องให้ถาม... “กลัวปลาปักเป้ามันตอดน่ะ...”

          ชาวฮินดูส่วนใหญ่วันหนึ่งอาบน้ำหนเดียวในตอนเช้า โดยเฉพาะแถบริมแม่น้ำพระคงคา การอาบน้ำในเวลาเช้า ณ แม่น้ำคงคาของอาบังทั้งหลายมีเหตุผลสองประการ...

          หนึ่งคือ...ถือเป็นน้ำ ที่ ‘แม่’ คือพระแม่คงคาประทานให้อาบ น้ำถือเป็นการล้างบาปได้ด้วย...

          สองคือ...อาบเวลาพระอาทิตย์ขึ้น เป็นการบูชาพระสุริยเทพ...โดยการกระทำทั้งสองนัยนั้นถือเป็นการทำด้วยความกตัญญู...

          ดังนั้น เมื่อยามอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า เราจึงเห็นเหล่าลูกหลานภารตะทั้งหลายมายืนสลอนอยู่ริมแม่น้ำ...บ้างลงไปแช่ขัดสีฉวีวรรณ บ้างตักน้ำมารดตัว บ้างกำลังวักน้ำล้างหน้า...และอีกไม่น้อยที่นั่งสมาธิหันหน้าไปทางพระสุริยาทิตย์ที่กำลังส่องแสงให้ความอบอุ่นกับสัตว์โลกทั้งหลาย...

          แม่น้ำคงคาสายนี้เป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญยิ่งของอินเดีย...โดยเฉพาะที่พาราณสี...เป็นแหล่งชุมนุมของนักบวชหลายหลากลัทธิ...ทั้งฤๅษี ทั้งสาธุ ต่างมาชุมนุมกัน ณ ที่แห่งนี้เพื่อประกาศคุณสมบัติของตน...

          น้ำในแม่น้ำคงคาถือเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากสวรรค์...ไหลมาจากพระเศียรแห่งพระศิวะผู้เป็นใหญ่ในสามโลก...

          ...ซึ่งชาวฮินดูสามารถใช้อาบ...ใช้ดื่มกินได้อย่างสนิทใจ...

          แม่น้ำคงคา ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัยมารวมบรรจบกันที่จุฬาตรีคูณจากเหนือลงใต้ แล้วไหลทวนขึ้นพาราณสีจากทิศใต้ไปทิศเหนือ...แล้วค่อยวกลงใต้อีกครั้ง... มีนักวิทยาศาสตร์เคยนำเอาน้ำในแม่น้ำคงคาไปวิเคราะห์ ด้วยสงสัยว่า ‘ทำไม’ น้ำที่น่าจะเป็นที่แพร่เชื้อเพราะความสกปรกจากการเผาศพ...การอาบชำระร่างกาย แต่ไฉนมีคนนำไปดื่มจึงไม่เป็นอันตราย...

          ...ผลวิเคราะห์ออกมามีความแปลกประหลาดไม่น้อย เพราะน้ำในแม่น้ำคงคา มีคุณค่า ‘ANTI-SEPTIC’ คือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้...

          ซึ่งสามารถสันนิษฐานได้ว่า...น้ำที่ไหลมาจากหิมาลัย คงมีพวกสารหรือกัมมันตภาพรังสีบางอย่างเจือปนมาด้วย ทำให้มีคุณสมบัติดังกล่าวได้...


1 ตอบกลับ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

พระแม่คงคา...สายน้ำแห่งชีวิต...และความตาย


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com