ธรรมะของหลวงปู่บุญจ...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ธรรมะของหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
1 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#276]

ธรรมะของหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

 

        วันนี้อ่านหนังสือชีวประวัติของหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล ที่บันทึกโดย พระอาจารย์สมหมาย อัตตมโน แล้วได้พบบทสนทนาของหลวงปู่กับนักศึกษากลุ่มสอนปรัชญาและพุทธธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2537 ซึ่งเป็นหัวข้อที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงนึกถึงท่านผู้อ่านขึ้นมาทันควัน

ว่า...ธรรมอันพิสุทธิ์ของจริงของแท้ที่ได้มาจากการปฏิบัติโดยตรงของหลวงปู่น่าจะมีคุณประโยชน์สำหรับผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง

นักศึกษา : ช่วงแรก ๆ ที่นั่งสมาธิ มีความรู้สึกว่าฟุ้งซ่านออกไปข้างนอก ควรจะทำอย่างไรคะ?

หลวงปู่ : อาศัยบริกรรมให้มาก เราบริกรรมพุทโธหรืออะไร?

นักศึกษา : ใช้วิธีกำหนดลมค่ะ

หลวงปู่ : งั้นก็อานาปานสติ ต้องเจริญอยู่เรื่อย ๆ ต้องเจริญคำบริกรรมอานาปานสติอย่าให้เผลอ ถ้าจิตมันฟุ้งซ่านไม่หยุดก็บริกรรมมาก ๆ ฝึกบริกรรมให้เร็ว อย่านึกช้า ให้รู้เรื่องตัวเอง จิตของเราอยู่ จิตของเราไม่อยู่ จิตของเราฟุ้งซ่าน จิตของเราสงบก็ให้รู้จัก ถ้าเพียงแต่ว่าภาวนาแล้วไม่รู้เรื่องตัวเองน่ะไม่ได้ ต้องให้รู้เรื่องของตัวเอง เราคิดอะไรบ้าง หรือเราไม่คิดต้องสังเกตดูจิตของเรา ถ้ารู้จักว่าจิตเราติดอยู่ในอารมณ์ใด ให้ถอนจากอารมณ์ส่วนนั้น ไม่ต้องไปยึดเกาะ ให้มารวมกันอยู่กับคำบริกรรมของเราที่เราฝึกอยู่นั้น

นักศึกษา : หลวงปู่ครับ บางทีผมภาวนาพุทโธไปเรื่อย ๆ จะรู้สึกไปถึงหัวใจเต้น ผมก็เลยไม่อยู่ที่พุทโธแล้ว ไปพุทโธตามเสียงหัวใจเต้น จะได้หรือเปล่าครับ?

หลวงปู่ : ใจของเรา จังหวะของหัวใจเต้นหรือ? เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ว่าอย่าไปเผลอเท่านั้น ให้มันรู้อยู่ตลอดในจังหวะหัวใจของเรามันเต้น ให้มันรู้อยู่เฉพาะอย่างนั้น อย่าไปนึกเคลื่อน ถ้าเคลื่อนไปเราก็ต้องมีสติ ในขณะที่จิตของเรามันเคลื่อนจากที่เราตั้งเอาไว้ นี่เราต้องเทใจอย่างนั้น เราต้องพยายามอย่าให้เผลอได้

นักศึกษา : แสดงว่าอยู่ที่ไหน ให้อยู่ที่เดียวใช่ไหมครับ?

หลวงปู่ : อือ...ธรรมดาของจิตเวลามันเป็นสมาธิ มันจะรวมอยู่แห่งเดียว มันจะปล่อยวางสัญญาหมด สัญญาคือความจำได้หมายรู้ภายนอก อารมณ์ที่น่ารักน่าใคร่ อันนั้นเป็นเรื่องของอารมณ์ เรารักชอบอะไร จิตของเรามันติดอยู่ในอารมณ์ อารมณ์ที่น่ารัก อารมณ์ที่น่าชัง ให้เรารู้จักชำระจิต เมื่อเวลาที่เรารู้จักอารมณ์ของเรามันติดอยู่ในความรักให้ถอนจิตออกจากความรัก ถอนจิตออกจากความรักไม่ไปยึดไปถือ ให้มาอยู่กับพุทโธ บางทีมันติดอยู่กับความชังก็มี ถ้ารังเกียจตรงไหนก็ชอบไปจ้องตรงนั้น ถ้าชอบคนไหนก็ไปจ้องแต่คนนั้น นี่เรียกว่า จิตมันเป็นอคติ ลำเอียงเพราะความชัง ลำเอียงเพราะความรัก อันนี้ไม่ใช่เป็นธรรม ให้เราเข้าใจอย่างนี้ จิตของเราลำเอียง เราต้องวางเป็นกลาง ไม่รักไม่ชัง เป็นกลาง ๆ ให้อยู่กับความรู้อย่างนั้น

นี่แหละให้รู้เรื่องของตัวเอง การภาวนาจะอยู่ที่ไหนก็ทำได้ ถ้าเรามีสติอย่างเต็มที่ มีกำลังพอ ถ้าสติของเรามันแก่กล้าพอ อยู่ในชุมนุมชน เสียงอะไรมันจะมารบกวน มันไม่เข้าถึง มีแต่จิตดวงเดียวเท่านั้น ดิ่งอยู่อย่างนั้น มันไม่ติดอยู่ในอะไรทั้งหมด เสียงก็ไม่ใช่ใจ ใจก็ไม่ใช่เสียง มันใจของเราต่างหากมันรวมอยู่เป็นเอกเทศของมันต่างหาก ที่เราไปยึดไปถือก็เพราะจิตของเรา มันฟุ้งซ่านนั่นเอง ให้พึงทำความเข้าใจ

ระวังถีนมิทธะ อุทธัจจะกุกกุจจะ ถีนมิทธะ คือความง่วงเหงาหาวนอนมันจะมารบกวนเรา นี่ระวังให้ดี ตั้งสติให้มั่นเหนือถีนมิทธะ เหนือความง่วงเหงาหาวนอน ‘อุทธัจจะ’ ความฟุ้งเคลิบเคลิ้มเรื่องนั้นเรื่องนี้ ให้เราเข้าใจการภาวนา ถ้าเราเข้าใจเรื่องการภาวนาถูก โลกธรรมนั้นก็ไม่เป็นอะไร โลกธรรมคือ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ ไม่เข้าถึงใจเรา เขาจะนินทาอะไรก็ไม่เข้าถึงใจของเรา เขาว่าเราไม่ดีเราก็ดีอยู่ สุขก็ไม่ได้ถือ ทุกข์ก็ไม่ได้ถือ ปล่อยวางทั้งหมด นี่เรียกว่าโลกธรรม บางทีเราทำงาน โอ๊ย ทำงานอะไรทำไม่ถูกทำไม่ดีเขาว่าแค่นี้เสียใจ เราทำดีอยู่เขาว่าเราทำไม่ดี นี่เรียกว่า ‘โลกธรรม’ ถ้าเราไปหวั่นไหว ต่อโลกธรรม

มันต้องมีสติรู้เท่าทันเรื่องของโลกธรรม

นินทา สรรเสริญ สุข...ทุกข์ ถ้าเรารู้เท่ากันแล้วเราก็ไม่เสียอกเสียใจ ไม่ดีอกดีใจ มันเฉย ๆ นี่สำหรับพวกเราอย่างนี้

เรามาประพฤติปฏิบัติแล้วบางทีเขาเย่อหยิ่งว่าทำไมทำน้อยนัก ให้ทำสมาธิภาวนาก็ยังไม่พอแก่การที่จะไปทำสมาธิรักษาจิต เขาว่าแค่นี้ก็หวั่นไหวแล้ว เอ้า! นี่เหมือนเขาว่าก็เลยถอยจากการประพฤติปฏิบัติ ถ้าเรามีสติดีอยู่ มีสติรู้เท่าทันเขาว่าอย่างไรก็ไม่หวั่นไหว เป็นหน้าที่ของเรา เป็นคุณงามความดีของเราที่จะประพฤติปฏิบัติ ไม่มีใครประพฤติปฏิบัติให้เรานอกจากเราจะปฏิบัติเอง คนที่ว่าเราไม่ดีนั้นเขาก็ไม่ได้ทำให้เราดีหรือชั่ว เราเองเป็นผู้ทำให้เราดี เป็นผู้ทำให้เราชั่ว

นี่ให้พร้อมเข้ามาอย่างนี้ พร้อมเข้ามาพิจารณาให้ดี อย่าไปหวั่นไหว อย่าไปกลัว ต่างคนต่างทำ เป็นสมบัติเฉพาะตัว บางทีมันต้องมี เหมือนอย่างพวกเราที่ยังหนุ่มอยู่ เขาว่าโอ๊ย! อายุยังน้อยจะทำไปทำไมอย่างนั้นอย่างนี้ เฒ่าแก่แล้วจึงทำเรายังหนุ่มน้อยถ้าตายก่อนจะได้ทำอะไร เวลาตายแล้วคุณงามความดีก็ไม่ได้ทำ ศีลก็ไม่ได้รักษา จะได้อะไร ทานก็ไม่ได้ให้จะได้อะไร พอเวลาเฒ่าเวลาแก่ชราเสียก่อนค่อยทำมันเสียเวลา เราทำตั้งแต่ยังเยาว์วัยนี้ดีอยู่ ทำได้ตลอดปีในเบื้องต้นเบื้องปลายให้มันสม่ำเสมอ

อาทิกัลยาณัง มัชเฌกัลยาณัง ปริโยสานกัลยาณัง งามในเบื้องต้นได้แก่ ศีลทาน งามในท่ามกลางได้แก่สมาธิ งามในที่สุดคือปัญญา พิจารณารู้เห็นอยู่ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา นั้นท่านจึงเรียกว่า งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด เราจะทำอย่างนั้นได้หรือเปล่าเท่านั้นแหละ มันต้องพยายามเอาให้ได้ เวลามั่นล่วงเลยไป เรานับเอาแต่เดือนปีเป็นอายุตัวเอง อายุเรานั้นแท้มันอยู่ที่ไหน หายใจเข้าไม่ออกมาก็ได้ชื่อว่าหมดอายุ หายใจออกไม่กลับเข้าไปก็เรียกว่าคนตายนั่นแหละ ตั้งใจทำให้รู้จักทางไปทางมา ทางมาเรามาจากไหน ทางไปเราจะไปไหน ให้เรารู้เรื่องตัวเอง ทางมาทางที่เราเปิดนั้นเป็นยังไงมาจากไหน มาจากนรกหรือสวรรค์เราก็ยังไม่รู้ ทางไปเราจะไปจุดไหน จะไปนรกหรือจะไปสวรรค์เราก็ยังไม่รู้ เพราะฉะนั้นจึงอาศัยปัจจุบันธรรม ให้รู้จักว่าขณะนี้เรามีอะไร เรามีศีลมีภาวนาหรือเปล่า ถ้าเรามีศีลมีภาวนาก็ให้รู้อยู่ในปัจจุบัน เมื่อเวลาเรารู้จักปัจจุบันแล้ว อดีตอนาคตไม่ต้องสงสัย อดีตมันก็ดี ปัจจุบันมันก็ดี อนาคตมันก็ดี มันดีทั้งนั้นแหละถ้าเราทำปัจจุบันให้มันดี นี่ให้เราเข้าใจอย่างนี้!

ครับ...ทั้งหมดที่ถ่ายทอดมาให้ได้อ่านกัน คือธรรมะล้วน ๆ ของหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล พระอริยสงฆ์อีกองค์ในสายพระกรรมฐานของหลวงปู่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งองค์ท่านได้ดับขันธ์นิพพานไปแล้วเมื่อปี 2538 และขณะนี้ทางศิษยานุศิษย์ได้สร้างเจดีย์เอาไว้ที่วัดป่าสันติกาวาส อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี สำหรับบรรจุอัฐิธาตุของท่านรวมทั้งเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องอัฏฐบริขารเหมือนครูบาอาจารย์องค์อื่น ๆ ดังเคยปรากฏมาแล้ว

ท้ายสุด...ขอบุญกุศลทั้งปวงที่ภูเตศวรได้ทำมาทั้งอดีต ปัจจุบัน ขอให้ท่านผู้อ่านจงมีความสุขกายสุขใจ หวังสิ่งใดได้สมก็ให้สมมโนรสเทอญ


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com